ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความสามารถของแบคทีเรียที่คัดแยกได้ในการย่อยสลายแอนทราซีนและพอลิไซคลิก-อะโรมาติกไฮโดรคาร์บอนชนิดอื่น

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความสามารถของแบคทีเรียที่คัดแยกได้ในการย่อยสลายแอนทราซีนและพอลิไซคลิก-อะโรมาติกไฮโดรคาร์บอนชนิดอื่น
นักวิจัย : พจนีย์ จันทมาลี
คำค้น : ANTHRACENE , BIOREMEDIATION , ~iSphingomonas~i sp. , DEAD - END METABOLITE
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082543000422
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

แบคทีเรียสายพันธุ์ ANT1 ซึ่งคัดแยกได้จากตัวอย่างดินที่ปนเปื้อนด้วยน้ำมันเครื่องสามารถย่อยสลายแอนทราซีนเพื่อใช้เป็นแหล่งคาร์บอนและแหล่งพลังงานได้ จากการจำแนกชนิดโดยใช้ลักษณะทางสัณฐานวิทยาและสรีรวิทยาร่วมกับผลการวิเคราะห์ลำดับเบสของ 16 เอส-ไรโบโซมัลดีเอ็นเอ บ่งชี้ว่าจัดอยู่ในสกุล Sphingomonas และให้ชื่อว่า Sphingomonas sp. สายพันธุ์ ANT1 เชื้อแบคทีเรียนี้สามารถย่อยสลายพอลิไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอนอื่นได้อีกหลายชนิด คือ ไดเบนโซฟูแรน ฟลูออรีนแนพธาลีน ฟีแนนทรีน โดยพบการเปลี่ยนสีของอาหารเหลวที่มีสารประกอบเหล่านี้ภายใน24 ชั่วโมง หลังการเลี้ยงเชื้อ Sphingomonas sp. สายพันธุ์ ANT1 เพิ่มจำนวนได้สูงสุดในอาหารเหลวที่มีฟีแนนทรีน 100 มก. ต่อลิตร ทำให้ฟีแนนทรีนมีปริมาณลดลงเหลือในปริมาณที่ไม่สามารถตรวจวัดได้ด้วยไฮเพอร์ฟอร์มานซ์ลิควิดโครมาโตกราฟีหลังการเลี้ยงเชื้อเป็นเวลา 24 ชั่วโมง ส่วนอาหารเหลวที่มีไดเบนโซฟูแรนเข้มข้น 300 มก.ต่อลิตร แบคทีเรียสายพันธุ์นี้สามารถทำให้ไดเบนโซฟูแรนลดลงเหลือ 146.78 มก.ต่อลิตรภายหลังการเลี้ยงเชื้อ 7 วัน ในการเลี้ยงแบคทีเรียในอาหารเหลวที่มีแอนทราซีนพบว่าแบคทีเรียนี้มีอัตราการเจริญลดลง ภายหลัง 48 ชั่วโมงจากการวิเคราะห์ด้วยโครมาโตกราฟีแบบแผ่นบาง (analytical TLC) พบว่ามีการสะสมของสารมัธยันต์ปริมาณมากที่สุดในวันที่ 3 ของการเลี้ยงเชื้อ จึงได้สกัดแยกสารมัธยันต์ด้วยเอทธิลอะซีเตตและทำให้สารบริสุทธิ์ขึ้นโดยใช้โครมาโตกราฟีแบบแผ่นบางชนิดเตรียมสาร (preparative TLC)แล้วนำมาพิสูจน์เอกลักษณ์โดยการวิเคราะห์แมสสเปกตรัมและสเปกตรัมของโปรตอนเอ็นเอ็มอาร์ พบว่าสารชนิดนี้คือ กรด 2-ไฮดรอกซี-3-แนพโธอิก เมื่อทดสอบความเป็นพิษของสารมัธยันต์นี้ เปรียบเทียบกับสารมาตรฐานกรด 2-ไฮดรอกซี-3-แนพ-โธอิก พบว่าสารมาตรฐาน และสารมัธยันต์ให้ผลทดสอบเช่นเดียวกันคือมีผลยับยั้งการเพิ่มจำนวนของตัวเชื้อเอง และ Rhizobium sp. สายพันธุ์ CU-A1 แต่มีผลน้อยมากต่อรูปแบบการเจริญของ Sphingomonas sp. สายพันธุ์ P2 ซึ่งเป็น Sphingomonasที่แยกได้จากแหล่งต่างกัน นอกจากนี้เมื่อเลี้ยงเชื้อในภาวะที่เติมฟลูออรีนก็ทำให้เซลที่มีชีวิตของแบคทีเรียนี้ลดจำนวนลงเช่นเดียวกัน จากการสกัดแยกสารมัธยันต์ที่เกิดขึ้นและทำให้บริสุทธิ์ด้วยวิธีโครมาโตกราฟีแบบแผ่นบางชนิดเตรียมสารพบว่าสารมัธยันต์ที่สร้างขึ้นนี้มีผลยับยั้งการเพิ่มจำนวนของตัวเชื้อเอง

บรรณานุกรม :
พจนีย์ จันทมาลี . (2543). ความสามารถของแบคทีเรียที่คัดแยกได้ในการย่อยสลายแอนทราซีนและพอลิไซคลิก-อะโรมาติกไฮโดรคาร์บอนชนิดอื่น.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พจนีย์ จันทมาลี . 2543. "ความสามารถของแบคทีเรียที่คัดแยกได้ในการย่อยสลายแอนทราซีนและพอลิไซคลิก-อะโรมาติกไฮโดรคาร์บอนชนิดอื่น".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พจนีย์ จันทมาลี . "ความสามารถของแบคทีเรียที่คัดแยกได้ในการย่อยสลายแอนทราซีนและพอลิไซคลิก-อะโรมาติกไฮโดรคาร์บอนชนิดอื่น."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print.
พจนีย์ จันทมาลี . ความสามารถของแบคทีเรียที่คัดแยกได้ในการย่อยสลายแอนทราซีนและพอลิไซคลิก-อะโรมาติกไฮโดรคาร์บอนชนิดอื่น. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.