| ชื่อเรื่อง | : | คำเรียกสีและมโนทัศน์เรื่องสีของคนไทยสมัยสุโขทัยและสมัยปัจจุบัน |
| นักวิจัย | : | ศุภมาส เอ่งฉ้วน |
| คำค้น | : | COLOR TERMS , CONCEPT OF COLOR |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2543 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082543000172 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ระบบคำเรียกสีพื้นฐานขอบเขตและใจกลางของสีพื้นฐาน การเปลี่ยนแปลงของการจัดประเภทสีและมโนทัศน์เรื่องสี ตลอดจนระบบคำเรียกสีไม่พื้นฐาน ในภาษาไทยสมัยสุโขทัยและสมัยปัจจุบัน จากการวิเคราะห์คำเรียกสีพื้นฐาน พบว่า ภาษาไทยสมัยสุโขทัยและสมัยปัจจุบันมีจำนวนคำเรียกสีพื้นฐาน 5 และ 12 คำตามลำดับ ตามทฤษฎีวิวัฒนาการการเกิดคำเรียกสีพื้นฐานของเบอร์ลินและเคย์ (Berlin and Kay, 1969)อาจกล่าวได้ว่าคำเรียกสีในภาษาไทยในทั้งสองสมัยพัฒนาอยู่ในระยะที่ต่างกันในวิวัฒนาการของคำเรียกสีพื้นฐานคือ อยู่ในระยะที่ 4 และ 7 ตามลำดับ ในเรื่องการปรากฎของคำเรียกสีพบว่า คำเรียกสีพื้นฐานในภาษาไทยสมัยสุโขทัยและสมัยปัจจุบันอาจปรากฎตามลำพัง โดยมีหรือไม่มีคำว่าสีนำหน้า เช่น ~uสีขาว สีแดงขาว แดง~u หรือปรากฎในความเปรียบ ถ้าปรากฎอยู่ในความเปรียบ คำเรียกสีพื้นฐานในสมัยสุโขทัยปรากฎตามแบบโครงสร้าง~uคำเรียกสีพื้นฐาน (คำขยาย) + ดัง +คำหรือวลีเรียกสิ่งเปรียบ~u ตัวอย่างเช่น คำ~uดัง~u คอกาขาวงาม~uดัง~uสังข์อันท่านฝนใหม่ ในขณะที่คำเรียกสีพื้นฐานสมัยปัจจุบัน ปรากฎตามแบบโครงสร้าง ~uคำเรียกสีพื้นฐาน + (ของ) + คำหรือวลีเรียกสิ่งเปรียบ~u ตัวอย่างเช่น แดงดอกโป๊ยเซียนน้ำเงิน~uของ~uบัว เกี่ยวกับสิ่งที่ใช้เปรียบกับคำเรียกสีพื้นฐาน พบว่า สิ่งที่ใช้เปรียบส่วนใหญ่ในทั้งสองสมัยเป็นสรรพสิ่งต่างๆ ในธรรมชาติได้ ได้แก่ ดอกไม้พืชผัก สัตว์ และส่วนต่างๆ ของสัตว์และวัตถุ ในสมัยสุโขทัย อาจพบสิ่งที่ใช้เปรียบที่เป็นสิ่งของเรืองแสงและแร่ธาตุ ส่วนในสมัยปัจจุบันพบสิ่งที่ใช้เปรียบที่เป็นอาหารและผลไม้อีกด้วย ผู้วิจัยวิเคราะห์ขอบเขตของสีพื้นฐานเพื่อยืนยันว่าขอบเขตของสีพื้นฐานที่ได้จากการจำแนกตามมโนทัศน์ที่ผ่านความเปรียบและที่ไม่ผ่านความเปรียบไม่มีความแตกต่างกันโดยทำการทดลอง 2 แบบ คือ 1) ให้ผู้บอกภาษาระบุสีของวัตถุที่ใช้เปรียบในวรรณกรรมและนำมากำหนดขอบเขตของสี 2) ให้ผู้บอกภาษาระบุสีที่ปรากฎในแผ่นสีมาตรฐาน 360 สี และนำมากำหนดขอบเขตสี จากการเปรียบเทียบขอบเขตสีที่ได้จากการทดลองทั้งสองแบบไม่พบว่ามีความแตกต่างกัน ความจริงข้อนี้ทำให้เชื่อได้ว่าขอบเขตสีที่อยู่ในความเปรียบในวรรณกรรมสมัยสุโขทัยถือได้ว่าเป็นขอบเขตสีที่ไม่ต่างจากการระบุสีต่างๆ ของคนไทยสมัยสุโขทัย จากการวิเคราะห์ใจกลางของสีพื้นฐาน พบว่า มีการเปลี่ยนแปลงด้านความหมายของคำเรียกสีพื้นฐานจากสมัยสุโขทัยถึงปัจจุบัน ดังจะเห็นได้ว่าคำเรียกสีบางคำ เช่น ~b"เขียว"~b ในสมัยสุโขทัยมีความหมายกว้างกว่าในสมัยปัจจุบัน กล่าวคือ มีความหมายรวมถึงเนื้อสีที่เป็นม่วงและน้ำเงินด้วย ดังหลักฐานที่ใช้ความเปรียบ เช่น ~uเขียว~uดังดอกอัญชัน ~uเขียว~uดังดอกอินทนิล ~uเขียว~uดังดอกผักตบ แต่ในปัจจุบันคำว่า ~uเขียว~u มีความหมายไม่คลุมสีม่วงและสีน้ำเงินเพราะในสมัยปัจจุบันมีคำเรียกสีม่วงและน้ำเงินโดยเฉพาะแล้ว ในการวิเคราะห์ระบบคำเรียกสีไม่พื้นฐาน พบว่า ภาษาไทยทั้งสองสมัยมีกลวิธีที่ใช้ในการสร้างคำเรียกสีไม่พื้นฐาน 4 กลวิธีที่คล้ายคลึงกันได้แก่ 1) การประสมคำเรียกสีพื้นฐานกับคำเรียกสีพื้นฐาน 2) การใช้คำเรียกสิ่งของเฉพาะเป็นคำเรียกสี 3) การขยายคำเรียกสีพื้นฐาน และ 4) การขยายคำเรียกสีไม่พื้นฐาน ในสมัยปัจจุบันมีกลวิธีย่อยเพิ่มอีกคือ การขยายคำเรียกสีพื้นฐานด้วยหน่วยขยายที่เป็นคำเรียกสิ่งของเฉพาะโดยที่มีหรือไม่มีคำเชื่อมคั่นกลางหรือเป็นคำเรียกสีพื้นฐานที่ปรากฎหลังคำเชื่อม และการใช้หน่วยขยายที่เป็นคำบอกระดับขยายคำเรียกสิ่งของเฉพาะ |
| บรรณานุกรม | : |
ศุภมาส เอ่งฉ้วน . (2543). คำเรียกสีและมโนทัศน์เรื่องสีของคนไทยสมัยสุโขทัยและสมัยปัจจุบัน.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ศุภมาส เอ่งฉ้วน . 2543. "คำเรียกสีและมโนทัศน์เรื่องสีของคนไทยสมัยสุโขทัยและสมัยปัจจุบัน".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ศุภมาส เอ่งฉ้วน . "คำเรียกสีและมโนทัศน์เรื่องสีของคนไทยสมัยสุโขทัยและสมัยปัจจุบัน."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print. ศุภมาส เอ่งฉ้วน . คำเรียกสีและมโนทัศน์เรื่องสีของคนไทยสมัยสุโขทัยและสมัยปัจจุบัน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.
|
