ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความสัมพันธ์ระหว่างประเภททางไวยากรณ์ของคำนามกับระบบปริชานของผู้พูดภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความสัมพันธ์ระหว่างประเภททางไวยากรณ์ของคำนามกับระบบปริชานของผู้พูดภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
นักวิจัย : จรัลวิไล จรูญโรจน์
คำค้น : NUMBER , COUNTABILITY , CLASSIFIER , THAI , ENGLISH , LINGUISTIC RELATIVITY
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082543000161
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพิสูจน์สมมุติฐานภาษาสัมพัทธ์ผ่านการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างประเภททางไวยากรณ์ในภาษาไทยและภาษาอังกฤษ 3 ประเภทซึ่งได้แก่ พจน์ การนับได้ และลักษณนาม กับระบบปริชานของผู้พูดภาษาซึ่งตีความได้จากพฤติกรรมความใส่ใจ ความจำ และการจำแนกประเภทวัตถุในการทดลอง 3 ช่วง ผู้รับการทดลองคือผู้พูดภาษาอังกฤษและภาษาไทยเป็นภาษาแม่ภาษาละ 30 คนในการทดลองความใส่ใจ ผู้รับการทดลองต้องมองและกล่าวบรรยายสิ่งที่ตนเห็นในภาพจำนวน 6 ภาพ ในการทดลองความจำ ผู้รับการทดลองจะต้องตอบคำถามเกี่ยวกับภาพที่ตนเห็นในการทดลองเพื่อทดสอบความใส่ใจ ในการทดลองการจำแนกประเภท ผู้รับการทดลองจะต้องตัดสินใจว่าวัตถุตัวเลือกใดจาก 2 หรือ 3 ตัวเลือกมีความคล้ายคลึงกับวัตถุต้นแบบมากที่สุดในแต่ละชุดวัตถุรวม 13 ชุด งานวิจัยนี้มีสมมุติฐาน 3 ประการ สมมุติฐานแรกคือผู้รับการทดลองที่พูดภาษาอังกฤษจะใส่ใจ และสามารถจดจำเกี่ยวกับจำนวนได้ดีกว่าผู้พูดภาษาไทยและน่าจะจำแนกประเภทวัตถุไปตามเกณฑ์ของจำนวนมากกว่าผู้ที่พูดภาษาไทย ผลการทดลองในส่วนนี้สนับสนุนสมมุติฐานของผู้วิจัย ผู้รับการทดลองที่พูดภาษาอังกฤษมีค่าความใส่ใจจำนวนมากกว่าผู้รับการทดลองที่พูดภาษาไทย 14% มีความจำเกี่ยวกับจำนวนดีกว่าผู้รับการทดลองที่พูดภาษาไทย 10.34% และมีการจำแนกประเภทโดยเกณฑ์จำนวนมากกว่าผู้รับการทดลองที่พูดภาษาไทย 3.33% สมมุติฐานที่ 2 คือผู้รับการทดลองที่พูดภาษาอังกฤษมีความใส่ใจและความจำเกี่ยวกับจำนวนของวัตถุที่แยกจากกันได้มากกว่าจำนวนของวัตถุที่เป็นเนื้อสสารในขณะที่ผู้รับการทดลองที่พูดภาษาไทยไม่มีความแตกต่างดังกล่าวและผู้รับการทดลองที่พูดภาษาอังกฤษมีการจำแนกวัตถุโดยเกณฑ์เนื้อสสารมากกว่าด้วยผลการทดลองสนับสนุนสมมุติฐานเป็นบางส่วน กล่าวคือเมื่อเปรียบเทียบกับผู้รับการทดลองที่พูดภาษาไทยแล้ว ผู้รับการทดลองที่พูดภาษาอังกฤษมีความแตกต่างระหว่างความใส่ใจจำนวนของวัตถุที่แยกกันได้กับจำนวนวัตถุที่เป็นเนื้อสสารมากกว่าผู้รับการทดลองที่พูดภาษาไทย 13.69% และมีความแตกต่างระหว่างความจำจำนวนของวัตถุ2 ประเภทมากกว่าผู้รับการทดลองที่พูดภาษาไทย 21.67% ผลการทดลองส่วนที่ไม่ตรงกับสมมุติฐานคือไม่มีความแตกต่างที่มีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างการจำแนกประเภทวัตถุโดยเกณฑ์เนื้อสสารระหว่างผู้รับการทดลองทั้งสองกลุ่ม สมมุติฐานที่ 3 คือผู้รับการทดลองที่พูดภาษาไทยมีความใส่ใจรูปทรงและความจำเกี่ยวกับรูปทรงดีกว่าผู้รับการทดลองที่พูดภาษาอังกฤษ ผลการทดลองในส่วนนี้ไม่ตรงตามสมมุติฐานของผู้วิจัย ผู้รับการทดลองที่พูดภาษาไทยไม่ได้แสดงความแตกต่างที่มีนัยสำคัญทางสถิติจากผู้รับการทดลองที่พูดภาษาอังกฤษในด้านความใส่ใจและความจำเกี่ยวกับรูปทรง ในทางตรงกันข้าม ผู้รับการทดลองที่พูดภาษาอังกฤษยังสามารถจำเกี่ยวกับรูปทรงได้มากกว่าผู้รับการทดลองที่พูดภาษาไทย 8.7% ด้วย ผลการทดลองทำให้พอสรุปได้ว่าแบบแผนทางภาษามีความสอดคล้องกับแบบแผนทางพฤติกรรมของผู้พูดภาษานั้นๆ ผู้พูดภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษาที่มีพจน์มีความใส่ใจและความจำเกี่ยวกับจำนวนมากกว่าผู้พูดภาษาไทยและมีการจำแนกประเภทบนพื้นฐานของจำนวนมากกว่าด้วย จึงอาจอนุมานได้ว่าประเภททางไวยากรณ์มีอิทธิพลต่อปริชานของผู้พูดภาษา แม้ผลการศึกษาประเภททางไวยากรณ์เรื่องการนับได้ และลักษณนามจะยังมิได้แสดงความสัมพันธ์กับพฤติกรรมของผู้รับการทดลองที่ไม่ชัดเจนมากเท่าความสัมพันธ์ในเรื่องพจน์

บรรณานุกรม :
จรัลวิไล จรูญโรจน์ . (2543). ความสัมพันธ์ระหว่างประเภททางไวยากรณ์ของคำนามกับระบบปริชานของผู้พูดภาษาไทยและภาษาอังกฤษ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
จรัลวิไล จรูญโรจน์ . 2543. "ความสัมพันธ์ระหว่างประเภททางไวยากรณ์ของคำนามกับระบบปริชานของผู้พูดภาษาไทยและภาษาอังกฤษ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
จรัลวิไล จรูญโรจน์ . "ความสัมพันธ์ระหว่างประเภททางไวยากรณ์ของคำนามกับระบบปริชานของผู้พูดภาษาไทยและภาษาอังกฤษ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print.
จรัลวิไล จรูญโรจน์ . ความสัมพันธ์ระหว่างประเภททางไวยากรณ์ของคำนามกับระบบปริชานของผู้พูดภาษาไทยและภาษาอังกฤษ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.