| ชื่อเรื่อง | : | ทฤษฎีความเสมอภาคของโรนัดล์ ดอว์คิน |
| นักวิจัย | : | ปิยฤดี ไชยพร |
| คำค้น | : | RONALD DWORKIN , LIBERALISM , EQUALITY , DISTRIBUTIVE JUSTICE |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2544 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082544001113 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะพิจารณา และประเมินทฤษฎีความเสมอภาคทางทรัพยากรของโรนัลด์ ดอว์คินที่อ้างว่าการจัดสรรที่ยุติธรรมต้องสนองตอบความต้องการและเป้าหมายชีวิตที่บุคคลเลือกสำหรับตนเอง และเป็นการจัดสรรที่ทุกคนพอใจกับสิ่งที่ตนได้รับว่าคือส่วนแบ่งที่เป็นธรรม การจัดสรรชนิดนี้ดอว์คินเชื่อว่าเป็นไปได้โดยตลาดประกันภัยสมมติ ซึ่งมีการทำงานที่สอดคล้องกับหลักของการปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมที่เป็นหัวใจของทรรศนะแบบเสรีนิยม การตัดสินใจในตลาดประกันภัยเป็นการตัดสินใจในสถานการณ์ที่เสมอภาคและเป็นอิสระ ข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่แต่ละคนจะประสบกับโชคร้ายที่เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตถูกปิดบังไว้ เมื่อทุกคนไม่มีใครรู้ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่ติดตัวตนมาโดยไม่ได้เลือก การตัดสินใจที่เกิดขึ้นจึงสะท้อนการเลือกอย่างอิสระบนพื้นฐานของความเชื่อที่แต่ละคนมีเกี่ยวกับสิ่งที่ดี และมีค่าในชีวิต ดอว์คินเชื่อว่าคนจะซื้อประกันภัย รัฐสามารถนำหลักการชดเชยของตลาดประกันภัยมาใช้เป็นตัวแบบสำหรับการเก็บภาษีเพื่อสนับสนุนสวัสดิการโดยไม่ผิดศีลธรรม ทฤษฎีของดอว์คินถูกโต้แย้งจากนักคิดในกลุ่มเสรีนิยมที่ไม่เห็นด้วยกับการถือเอาการจัดสรรอย่างเท่าเทียมบนเกณฑ์อัตวิสัย และการเลือกอิสระเป็นพื้นฐานของการปฏิบัติต่อปัจเจกบุคคลทุกคนอย่างเสมอภาค การเลือกเป็นมโนทัศน์ที่คลุมเคลือและเข้าใจยาก อัตวิสัยที่นำไปสู่การเลือกอาจถูกกำหนดจากภายนอก การแยกบุคคลออกจากสถานการณ์ภายนอกไม่อาจแก้ปัญหาความคลุมเคลือที่ว่า นอกจากนี้หลักทางศีลธรรมของความเสมอภาคที่ดอว์คินใช้อ้างมีปัญหาในแง่สถานะและที่มาของพลังทางศีลธรรมของตัวมัน แต่สิ่งที่ฝ่ายที่โต้แย้งคอว์คินไม่ได้วิเคราะห์คือ ปัญหาที่ดอว์คินเผชิญเกิดจากความขัดแย้งในจุดยืนและหลักเหตุผลที่เขาใช้อ้างใน 3 ระดับคือ 1) ระหว่างบทบาทของตลาดเสรีกับบทบาทของรัฐในการจัดสรร2) ระหว่างเสรีภาพในการเลือกในตลาดเสรีกับอิสระภาพในการเลือกภายใต้หลักที่รัฐกำหนดขึ้นเพื่อส่งเสริมเสรีภาพบางชนิด และจำกัดเสรีภาพชนิดอื่น และ 3) ระหว่างความเป็นพหุนิยมเชิงคุณค่ากับความเป็นเอกนิยมในแง่ของจริยศาสตร์ส่วนบุคคล ความขัดแย้งเหล่านี้เกิดจากดอว์คินไม่ต้องการปฏิเสธจุดยืนใดเลย ทำให้การอ้างเหตุผลของเขามีลักษณะที่ไม่ลงรอยกันเอง ปัญหาของเขาจึงเป็นปัญหาของการนำจุดยืนเหล่านี้มาใช้อย่างฝืนขีดจำกัดของมันที่ทำให้จุดยืนเหล่านี้หักล้างซึ่งกันและกัน การที่ทฤษฎีที่เขาเสนอมีสองบรรทัดฐานซ้อนกันไม่ได้ทำใหัทฤษฎีดังกล่าวมีจุดแข็งที่หลากหลายและจึงเป็นที่ยอมรับได้จากทุกจุดยืนแบบที่ดอว์คินดูเหมือนจะเข้าใจ ตรงกันข้ามมันทำให้การโต้แย้งต่อทฤษฎีของเขาสามารถมาได้จากทุกทิศทางและการอ้างเหตุผลของเขาขาดพลังและความเป็นเหตุเป็นผลในเชิงตรรกะ |
| บรรณานุกรม | : |
ปิยฤดี ไชยพร . (2544). ทฤษฎีความเสมอภาคของโรนัดล์ ดอว์คิน.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปิยฤดี ไชยพร . 2544. "ทฤษฎีความเสมอภาคของโรนัดล์ ดอว์คิน".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปิยฤดี ไชยพร . "ทฤษฎีความเสมอภาคของโรนัดล์ ดอว์คิน."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print. ปิยฤดี ไชยพร . ทฤษฎีความเสมอภาคของโรนัดล์ ดอว์คิน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.
|
