| ชื่อเรื่อง | : | ดัชนีพลังงานสะสมรวมของอาคารและวัสดุก่อสร้างอาคารในช่วงการก่อสร้างและรื้อถอน |
| นักวิจัย | : | พิมลมาศ วรรณคนาพล |
| คำค้น | : | EMERGY INDEX , BUILDING MATERIALS , CONSTRUCTION , DEMOLITION |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2544 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082544001087 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการวิจัยร่วมในโครงการโรงเรียนต้นแบบไม่ปรับอากาศ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปัจจุบันการใช้พลังงานของอาคารโดยทั่วไปมักพิจารณาจากปริมาณการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงเท่านั้น พลังงานที่ใช้ในระหว่างการผลิต และการขนส่ง ฯลฯ เป็นพลังงานแฝงที่เกิดขึ้น ซึ่งพลังงานเหล่านี้ คือ พลังงานสะสมรวม(Embodied Energy) ที่จำเป็นต้องใช้ในกระบวนการต่าง ๆ การวิจัยนี้ใช้เทคนิคการวิเคราะห์ Emergy (Emergy Analysis) หมายถึง พลังงานสะสมรวมที่ใช้ในกระบวนการโดยใช้หน่วย solar emergy การวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์ที่จะประเมินค่าและเปรียบเทียบพลังงานสะสมรวมและ Embaht ในอาคาร จากนั้นจึงนำไปสร้างเป็นดัชนีสำหรับประเมินค่าพลังงานสะสมรวมและดัชนีด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อใช้เป็นเครื่องมือบ่งชี้ถึงศักยภาพอาคารด้านพลังงานสะสมรวม ขั้นตอนในการวิจัย คือ ศึกษารวบรวมข้อมูลจากแบบประมาณราคาก่อสร้างในอาคารประเภทต่าง ๆ 4 แบบคือ อาคารพักอาศัย สถานศึกษา อาคารสำนักงานและโรงพยาบาล ในช่วงการก่อสร้างและศึกษาเปรียบเทียบอาคารโครงสร้างไม้-คอนกรีตเทียบกับอาคารคอนกรีตในช่วงการรื้อถอน รวมทั้งสิ้น 26 กรณี รวมถึงศึกษาเปรียบเทียบวัสดุก่อสร้างอาคารและวัสดุที่ได้จากการรื้อถอนในรูปดัชนีพลังงานสะสมรวมและดัชนีเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม โดยพิจารณาทั้งในรูปของพลังงาน มวลสาร ปริมาณเงินสะสมและทรัพยากร รวมถึงรวบรวมข้อมูลพลังงานและทรัพยากรจัดทำดัชนีพลังงานสะสมรวมของประเทศไทยด้วย ผลที่ได้จากการศึกษาพบว่า ในการก่อสร้างอาคาร อาคารพักอาศัยมีพลังงานสะสมรวมในช่วง 26.61-71.92 E+14 sej/ตร.ม.(เฉลี่ย 47.08 E+14 sej/ตร.ม.) และมี Embahtในช่วง 10,292-16,017 Embaht/ตร.ม. (เฉลี่ย 12,327 Embaht/ตร.ม.) สถานศึกษา23.57-376.25 E+14 sej/ตร.ม. (เฉลี่ย 88.84 E+14 sej/ตร.ม.) มี Embaht ในช่วง9,208-153,248 Embaht/ตร.ม. (เฉลี่ย 35,773 Embaht/ตร.ม.) ในขณะที่อาคารสำนักงาน31.40-65.16 E+14 sej/ตร.ม. (เฉลี่ย 42.72 E+14 sej/ตร.ม.) มี Embaht ในช่วง11,701-19,015 Embaht/ตร.ม. (เฉลี่ย 14,998 Embaht/ตร.ม.) และโรงพยาบาลที่32.60-157.02 E+14 sej/ตร.ม.(เฉลี่ย 85.08 E+14 sej/ตร.ม.) ซึ่งมี Embaht ในช่วง13,873-61,347 Embaht/ตร.ม. (เฉลี่ย 28,744 Embaht/ตร.ม.) ในการรื้อถอนอาคารพลังงานสะสมรวมอยู่ในช่วง 3.21-35.77 E+14 sej/ตร.ม. (เฉลี่ย 20.18 E+14 sej/ตร.ม.)และมี Embaht ในช่วง 1,331-15,221 Embaht/ตร.ม. (เฉลี่ย 8,573 Embaht/ตร.ม.) จากดัชนีพลังงานสะสมรวมดังกล่าว การพิจารณาวัสดุก่อสร้างสามารถแบ่งปัจจัยที่มีผลต่อพลังงานสะสมรวมได้เป็น 4 กลุ่ม คือ วัสดุโครงสร้าง วัสดุตกแต่ง งานระบบและ แรงงาน พบว่าปัจจัยที่มีผลต่อพลังงานสะสมรวมของอาคาร ได้แก่ วัสดุโครงสร้างของอาคารพักอาศัย สถานศึกษา และอาคารสำนักงาน ส่วนปัจจัยที่มีผลต่ออาคารโรงพยาบาลได้แก่ วัสดุตกแต่ง ส่วนการรื้อถอน ปัจจัยที่ส่งผลต่อพลังงานสะสมรวม คือวัสดุโครงสร้างเมื่อเปรียบเทียบกับพลังงานที่ใช้ในการปรับอากาศในช่วงใช้งานของอาคาร พลังงานสะสมรวมของอาคารไม้ผสมคอนกรีต มีค่าเทียบเท่ากับพลังงานที่ใช้ในการปรับอากาศของอาคารนั้นประมาณ 7 ปี ส่วนพลังงานสะสมของอาคารโครงสร้างคอนกรีต มีค่าเทียบเท่ากับพลังงานที่ใช้ในการปรับอากาศของอาคารนั้นประมาณ 19-30 ปี ดังนั้น การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างควรเลือกใช้วัสดุโครงสร้างในปริมาณน้อย โดยเฉพาะวัสดุก่อสร้างที่มีค่า Transformityสูง การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างควรเลือกใช้วัสดุ renewable มากกว่าวัสดุ non-renewableและพิจารณาอายุอาคารประกอบ |
| บรรณานุกรม | : |
พิมลมาศ วรรณคนาพล . (2544). ดัชนีพลังงานสะสมรวมของอาคารและวัสดุก่อสร้างอาคารในช่วงการก่อสร้างและรื้อถอน.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. พิมลมาศ วรรณคนาพล . 2544. "ดัชนีพลังงานสะสมรวมของอาคารและวัสดุก่อสร้างอาคารในช่วงการก่อสร้างและรื้อถอน".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. พิมลมาศ วรรณคนาพล . "ดัชนีพลังงานสะสมรวมของอาคารและวัสดุก่อสร้างอาคารในช่วงการก่อสร้างและรื้อถอน."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print. พิมลมาศ วรรณคนาพล . ดัชนีพลังงานสะสมรวมของอาคารและวัสดุก่อสร้างอาคารในช่วงการก่อสร้างและรื้อถอน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.
|
