| ชื่อเรื่อง | : | ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ให้บริการวิชาชีพบริหารงานก่อสร้างกรณีศึกษาโครงการก่อสร้างอาคารภาคราชการและภาคเอกชน |
| นักวิจัย | : | เกศสุดา ลิ่มศิลา |
| คำค้น | : | CONSTRUCTION , MANAGEMENT , PROFESSIONAL |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2544 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082544001079 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องรวมทั้งปัญหาต่าง ๆที่เกิดขึ้น และมีผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ให้บริการวิชาชีพบริหารงานก่อสร้างซึ่งแตกต่างกันระหว่างโครงการก่อสร้างภาคราชการและภาคเอกชน แล้วหาแนวทางปรับปรุงแก้ไขในประเด็นต่าง ๆ ดังกล่าว ทั้งนี้เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของบุคคลกลุ่มดังกล่าวมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยที่มีขั้นตอนการทำวิจัยดังนี้คือ 1. ศึกษาขอบเขตหน้าที่ ความรับผิดชอบในให้บริการ และปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ให้บริการวิชาชีพบริหารงานก่อสร้างจากบทความและหนังสือต่าง ๆ แล้วสรุปเพื่อนำข้อมูลไปใช้ 2. จัดทำแบบสอบถามเจ้าของโครงการ ผู้ออกแบบ ผู้รับเหมาก่อสร้างถึงการปฏิบติงานจริงของผู้ให้บริการวิชาชีพบริหารงานก่อสร้าง รวมทั้งสอบถามถึงคุณสมบัติที่เหมาะสมของบุคคลกลุ่มดังกล่าว แล้วนำไปใช้ในขั้นตอนการดำเนินงานวิจัยร่วมกับการสัมภาษณ์ 3. ออกแบบสอบถามผู้ให้บริการวิชาชีพบริหารงานก่อสร้างถึงผลกระทบในการปฏิบัติหน้าที่จากปัจจัยต่าง ๆ ซึ่งมีความแตกต่างกันระหว่างโครงการก่อสร้างภาคราชการและภาคเอกชน 4. สรุปผลที่ได้รับกลับมาจากการเก็บข้อมูลและการสัมภาษณ์ทำการวิเคราะห์ว่าปัญหาต่าง ๆ เกิดขึ้นจากสาเหตุใด และปัจจัยที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจากโครงการทั้งสองประเภทนั้นได้ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างไร ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ให้บริการวิชาชีพบริหารงานก่อสร้างบ้าง 5. พิจารณาหาแนวทางแก้ไขหรือปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเพื่อนำเสนอ ผลการวิจัยครั้งนี้ทำให้ได้ทราบว่าปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ให้บริการวิชาชีพบริหารงานก่อสร้างในระดับสูงมีดังต่อไปนี้ 1. การประกวดผู้ให้บริการวิชาชีพบริหารงานก่อสร้างของโครงการภาคราชการ ควรมีการปรับปรุงวิธีการและระยะเวลาในการประกาศข่าวให้มีประสิทธิภาพและเหมาะสมมากกว่าที่เป็นอยู่ 2. ผู้ให้บริการวิชาชีพบริหารงานก่อสร้างของโครงการราชการเกือบทั้งหมดได้เข้าปฏิบัติหน้าที่ค่อนข้างล่าช้า ซึ่งมีผลต่อประสิทธิภาพในการดำเนินงานโครงการอย่างมาก 3. วิธีการคิดค่าบริการวิชาชีพของโครงการภาคราชการนั้นได้รับความต้องการในระดับสูงจากกลุ่มผู้ให้บริการวิชาชีพบริหารงานก่อสร้างว่าควรมีการเปลี่ยนแปลง 4. การขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพและการเลื่อนประเภท ควรที่จะมีการแยกพิจารณาออกตามลักษณะและวิธีการปฏิบัติงานซึ่งมีความแตกต่างกัน มากกว่าจัดให้เป็นการสอบรวมเช่นในปัจจุบันนี้ นอกจากนั้นแล้วยังพบว่ามีปัญหาที่เกิดขึ้นมากมายจากการปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็จะมีสาเหตุมาจากเรื่องการเงินของแต่ละองค์กร รวมถึงความรู้ความสามารถของบุคลากรจากแต่ละฝ่าย ผลจากงานวิจัยนี้ทำให้ได้ทราบวิธีการเบื้องต้น ที่สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางสำหรับปรับปรุงประเด็นต่าง ๆ อย่างไรก็ตามควรมีการศึกษาเพิ่มเติมในรายละเอียดที่ลึกซึ้งของวิธีการแก้ไขปัญหาเฉพาะเรื่อง เพื่อที่จะสามารถนำไปเป็นตัวกำหนดหรือบังคับใช้อย่างจริงจัง แก่วงการวิชาชีพบริหารงานก่อสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป |
| บรรณานุกรม | : |
เกศสุดา ลิ่มศิลา . (2544). ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ให้บริการวิชาชีพบริหารงานก่อสร้างกรณีศึกษาโครงการก่อสร้างอาคารภาคราชการและภาคเอกชน.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. เกศสุดา ลิ่มศิลา . 2544. "ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ให้บริการวิชาชีพบริหารงานก่อสร้างกรณีศึกษาโครงการก่อสร้างอาคารภาคราชการและภาคเอกชน".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. เกศสุดา ลิ่มศิลา . "ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ให้บริการวิชาชีพบริหารงานก่อสร้างกรณีศึกษาโครงการก่อสร้างอาคารภาคราชการและภาคเอกชน."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print. เกศสุดา ลิ่มศิลา . ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ให้บริการวิชาชีพบริหารงานก่อสร้างกรณีศึกษาโครงการก่อสร้างอาคารภาคราชการและภาคเอกชน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.
|
