ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาผนังวัสดุธรรมชาติพื้นถิ่นเพื่อปรับปรุงสภาวะน่าสบายในอาคาร กรณีศึกษาอาคารเรียนไม่ปรับอากาศ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประเทศไทย

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาผนังวัสดุธรรมชาติพื้นถิ่นเพื่อปรับปรุงสภาวะน่าสบายในอาคาร กรณีศึกษาอาคารเรียนไม่ปรับอากาศ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประเทศไทย
นักวิจัย : ชูพงษ์ ทองคำสมุทร
คำค้น : WALL , NATURAL MATERIAL , ENERGY , THERMAL
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082544001076
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์นี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการวิจัยร่วม "การออกแบบโรงเรียนต้นแบบไม่ปรับอากาศภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของประเทศไทย" โดยมีวัตถุประสงค์ในการนำวัสดุธรรมชาติพื้นถิ่นมาใช้ในส่วนของผนังเพื่อปรับปรุงสภาวะน่าสบายในอาคาร ซึ่งวัสดุที่นำมาศึกษาได้แก่ แกลบ, ฟางข้าว, ดินลูกรัง, ดินเหนียว และ ทราย โดยขั้นต้นจะเป็นการศึกษาคุณสมบัติพื้นฐานของวัสดุเรื่องพฤติกรรมการถ่ายเทความร้อน ต่อมาเป็นการศึกษาเรื่องการประกอบกันของวัสดุพื้นฐาน และขั้นสุดท้ายเป็นการศึกษาเรื่องผนังประกอบโดยการนำไปประยุกต์ใช้ในอาคารจำลอง จากการศึกษาพบว่าระบบผนังที่ดีนั้นต้องมีความสามารถที่จะป้องกันและหน่วงเหนี่ยวความร้อนที่จะเข้าสู่อาคารได้ดี โดยวัสดุที่มีคุณสมบัติในการป้องกันความร้อนนั้นมักจะเป็นวัสดุที่มีความหนาแน่นต่ำ และมีความเป็นฉนวนสูง ส่วนวัสดุที่มีคุณสมบัติในการหน่วงเหนี่ยวความร้อนมักจะเป็นวัสดุที่มีความหนาแน่นสูง ในการวิจัยส่วนที่เป็นวัสดุฉนวนนั้นใช้แกลบเชื่อมประสานด้วยกาวแป้งข้าวเหนียวและปูนขาวความหนาแน่น 3 ปอนด์ต่อลูกบาศก์ฟุต เมื่อนำมาใช้ในเซลทดลองพบว่าอุณหภูมิภายในเซลทดลองมีอุณหภูมิต่ำกว่าอุณหภูมิอากาศเฉลี่ย 4.5 องศาเซลเซียส ส่วนวัสดุความหนาแน่นสูงนั้นจะใช้ผนังอิฐดินซีเมนต์ ความหนาแน่น 88 ปอนด์ต่อลูกบาศก์ฟุต เมื่อนำมาใช้ในเซลทดลองพบว่าผนังแกลบมีค่าอุณหภูมิภายในเซลทดลองมีอุณหภูมิต่ำกว่าอุณหภูมิอากาศเฉลี่ย 3 องศาเซลเซียส และมีระยะเวลาในการหน่วงเหนี่ยวความร้อน 4 ชั่วโมงครึ่ง ในการประกอบกันของวัสดุทั้งสองส่วนเป็นระบบผนังใหม่นั้นจะเป็นการใช้วัสดุฉนวนจากแกลบอยู่ภายนอก วัสดุความหนาแน่นสูงจากอิฐดินซีเมนต์อยู่ภายใน เว้นช่องว่างอากาศตรงกลางเพื่อลดความรุนแรงของสภาพอากาศเมื่อนำมาใช้ในเซลทดลองพบว่าอุณหภูมิในเซลทดลองมีค่าต่ำกว่าอุณหภูมิอากาศเฉลี่ยประมาณ6.5 องศาเซลเซียส ระยะเวลาในการหน่วงเหนี่ยวความร้อน 6 ชั่วโมงครึ่ง การวิจัยนี้นำไปประยุกต์ใช้กับการก่อสร้างในส่วนผนังอาคารจำลอง โดยอุณหภูมิผิวภายในอาคารที่วัดได้มีค่าคงที่อยู่ที่อุณหภูมิประมาณ 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิในอาคารจำลองมีค่าประมาณ 26 องศาเซลเซียส ต่ำกว่าอุณหภูมิอากาศเฉลี่ยประมาณ6.5 องศาเซลเซียส และมีระยะเวลาในการหน่วงเหนี่ยวความร้อนประมาณ 8 ชั่วโมงซึ่งมีคุณสมบัติในการป้องกันและหน่วงเหนี่ยวความร้อนอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี สามารถที่จะพัฒนาให้เข้าสู่สภาวะน่าสบายได้

บรรณานุกรม :
ชูพงษ์ ทองคำสมุทร . (2544). การพัฒนาผนังวัสดุธรรมชาติพื้นถิ่นเพื่อปรับปรุงสภาวะน่าสบายในอาคาร กรณีศึกษาอาคารเรียนไม่ปรับอากาศ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประเทศไทย.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ชูพงษ์ ทองคำสมุทร . 2544. "การพัฒนาผนังวัสดุธรรมชาติพื้นถิ่นเพื่อปรับปรุงสภาวะน่าสบายในอาคาร กรณีศึกษาอาคารเรียนไม่ปรับอากาศ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประเทศไทย".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ชูพงษ์ ทองคำสมุทร . "การพัฒนาผนังวัสดุธรรมชาติพื้นถิ่นเพื่อปรับปรุงสภาวะน่าสบายในอาคาร กรณีศึกษาอาคารเรียนไม่ปรับอากาศ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประเทศไทย."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print.
ชูพงษ์ ทองคำสมุทร . การพัฒนาผนังวัสดุธรรมชาติพื้นถิ่นเพื่อปรับปรุงสภาวะน่าสบายในอาคาร กรณีศึกษาอาคารเรียนไม่ปรับอากาศ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.