ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลกระทบที่ประเทศไทยจะได้รับในการเข้าเป็นภาคีธรรมนูญศาลอาญาระหว่างประเทศ :ศึกษากรณีความร่วมมือระหว่างประเทศและการส่งผู้ร้ายข้ามแดน

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลกระทบที่ประเทศไทยจะได้รับในการเข้าเป็นภาคีธรรมนูญศาลอาญาระหว่างประเทศ :ศึกษากรณีความร่วมมือระหว่างประเทศและการส่งผู้ร้ายข้ามแดน
นักวิจัย : อัญชิสา เต็มพงศ์พัฒนา
คำค้น : INTERNATIONAL CRIMINAL COURT , INTERNATIONAL COOPERATION , EXTRADITION
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082543000510
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาธรรมนูญศาลอาญาระหว่างประเทศที่ได้จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินคดีกับบุคคลที่ได้กระทำการก่ออาชญากรรมที่มีความร้ายแรงมาก โดยที่ผ่านมาในอดีตนั้นมีหลายครั้งที่บุคคลผู้กระทำความผิดเหล่านี้ไม่ได้รับการลงโทษ หรือมีการนิรโทษกรรมตนเองเพื่อให้พ้นโทษ การจัดตั้งศาลอาญาระหว่างประเทศจะมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญคือการนำตัวบุคคลผู้กระทำความผิดเหล่านี้มาดำเนินคดี โดยมีเงื่อนไขว่าศาลอาญาระหว่างประเทศจะดำเนินการรับพิจารณาคดีในกรณีที่รัฐที่มีเขตอำนาจศาลเหนือบุคคลนั้น ไม่ตั้งใจที่จะนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษหรือไม่สามารถที่จะดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิดได้ จากเหตุผลที่ว่าการกระทำอาชญากรรมร้ายแรงต่อประชาคมระหว่างประเทศ ไม่อาจหลุดพ้นจากการลงโทษ และการฟ้องร้องดำเนินคดีเหล่านี้จะได้รับการประกันในระดับมาตรฐานของประเทศรวมทั้งเป็นการเพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างประเทศศาลอาญาระหว่างประเทศจึงได้รับแรงผลักดันให้ก่อตั้งขึ้นโดยที่ประชุมผู้แทนทางการทูตของประเทศต่าง ๆ ในการประชุมสรุปการพิจารณารับร่างธรรมนูญศาลอาญาระหว่างประเทศ โดยเสียงข้างมากของที่ประชุมธรรมนูญศาลอาญาระหว่างประเทศนี้บัญญัติเงื่อนไขการก่อตั้งศาลนี้ว่าจะต้องได้รับสัตยาบันจากรัฐภาคี ครบ 60 ประเทศ เสียก่อนศาลจึงจะดำเนินการได้ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่ส่งผู้แทนเข้าร่วมประชุมดังกล่าวและได้ดำเนินการลงนามในธรรมนูญศาลอาญาระหว่างประเทศนี้แล้ว การจะให้สัตยาบันแก่ธรรมนูญศาลนี้ ประเทศไทยจะต้องตระหนักและประเมินถึงพันธกรณีทั้งหลายอันจะเกิดขึ้นจากบทบัญญัติของธรรมนูญแห่งกรุงโรมว่าด้วยการจัดตั้งศาลอาญาระหว่างประเทศรวมถึงพันธกรณีที่จะต้องให้ความร่วมมือกับศาลไม่เพียงแต่มีพันธกรณีที่จะต้องมีความตกลงช่วยเหลือกันในด้านกฎหมาย และการส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่ประเทศไทยจะต้องแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ให้มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนแก่องค์การระหว่างประเทศได้ แต่ประเทศไทยจะต้องพินิจพิเคราะห์ถึงกฎหมายทุกรูปแบบที่เกี่ยวข้องเพราะว่ามีผลกระทบทางกฎหมายหรือเกี่ยวข้องกับการที่จะเป็นภาคีของธรรมนูญนี้เช่น ประเด็นเกี่ยวกับความคุ้มกันของประมุขของรัฐ ประเด็นเกี่ยวกับเขตอำนาจศาลของประเทศไทยประเด็นกระบวนการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายให้ทันสมัยสอดคล้องกับธรรมนูญแห่งกรุงโรมว่าด้วยการจัดตั้งศาลอาญาระหว่างประเทศรวมทั้งประเด็นเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ ประเทศไทยจะต้องพินิจพิเคราะห์อย่างถี่ถ้วนถึงผลกระทบทั้งหมดที่อาจจะเกิดขึ้นดังกล่าวจากการเป็นรัฐภาคีก่อนที่จะให้สัตยาบันแก่ธรรมนูญแห่งกรุงโรมว่าด้วยการจัดตั้งศาลอาญาระหว่างประเทศ

บรรณานุกรม :
อัญชิสา เต็มพงศ์พัฒนา . (2543). ผลกระทบที่ประเทศไทยจะได้รับในการเข้าเป็นภาคีธรรมนูญศาลอาญาระหว่างประเทศ :ศึกษากรณีความร่วมมือระหว่างประเทศและการส่งผู้ร้ายข้ามแดน.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อัญชิสา เต็มพงศ์พัฒนา . 2543. "ผลกระทบที่ประเทศไทยจะได้รับในการเข้าเป็นภาคีธรรมนูญศาลอาญาระหว่างประเทศ :ศึกษากรณีความร่วมมือระหว่างประเทศและการส่งผู้ร้ายข้ามแดน".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อัญชิสา เต็มพงศ์พัฒนา . "ผลกระทบที่ประเทศไทยจะได้รับในการเข้าเป็นภาคีธรรมนูญศาลอาญาระหว่างประเทศ :ศึกษากรณีความร่วมมือระหว่างประเทศและการส่งผู้ร้ายข้ามแดน."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print.
อัญชิสา เต็มพงศ์พัฒนา . ผลกระทบที่ประเทศไทยจะได้รับในการเข้าเป็นภาคีธรรมนูญศาลอาญาระหว่างประเทศ :ศึกษากรณีความร่วมมือระหว่างประเทศและการส่งผู้ร้ายข้ามแดน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.