| ชื่อเรื่อง | : | ความเป็นพิษต่อไตจากยาลิเทียมในผู้ป่วยจิตเวช |
| นักวิจัย | : | จุฑามณี ชาตะวราหะ |
| คำค้น | : | LITHIUM NEPHROTOXICITY , DRUGS INDUCED NEPHROTOXICITY , POLYURIA , DIABETESINSIPIDUS |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2544 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082544000660 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา โดยทำการศึกษา ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่งเพื่อศึกษาความชุกและความเสี่ยงของการเกิดพิษต่อไตจากยาลิเทียมและความสัมพันธ์ของระดับยาลิเทียมต่อการเกิดพิษต่อไตในผู้ป่วยจิตเวชที่มารับการรักษาที่แผนกผู้ป่วยนอกกองจิตเวชและระบบประสาทโรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า ระหว่างเดือนตุลาคม พ.ศ.2543ถึงเดือนเมษายน พ.ศ.2544 ผู้ป่วยจิตเวชที่ใช้ยาลิเทียมเพื่อการรักษาเข้าร่วมการวิจัยจำนวน 42 ราย และผู้ป่วยจิตเวชอื่น ๆ ที่ไม่ได้ใช้ยาลิเทียมเพื่อการรักษาจำนวน35 ราย จากการศึกษาความชุกของการเกิดพิษต่อไตในผู้ป่วยจิตเวชที่ใช้ยาลิเทียม พบว่าความชุกของการเกิดภาวะปัสสาวะมาก เท่ากับ 39.39, ความชุกของความสามารถของไตในการทำให้ปัสสาวะเข้มข้นลดลง เท่ากับ 85.70, ความชุกของโปรตีนในปัสสาวะมากผิดปกติ เท่ากับ88.10 และความชุกของการเกิดโรคเบาจืดที่เกิดจากความผิดปกติของไตเท่ากับ 27.27การหาระดับความสัมพันธ์โดยการใช้ค่า odds ratio ระหว่างการใช้ยาลิเทียมกับการเกิดพิษต่อไต พบว่า ผู้ป่วยจิตเวชที่ใช้ยาลิเทียมเพื่อการรักษามีความเสี่ยงของการเกิดภาวะปัสสาวะมาก 2.13 เท่า (95% CI,OR = 6.40-0.70) ความสามารถของไตในการทำให้ปัสสาวะเข้มข้นลดลง 1.24 เท่า (4.25-0.36) โปรตีนในปัสสาวะมากผิดปกติ 2.19 เท่า (7.43-0.64)และการเกิดโรคเบาจืดที่เกิดจากความผิดปกติของไต 1.44 เท่า (4.69-0.44) ของผู้ป่วยจิตเวชอื่น ๆ ที่ไม่ได้ใช้ยาลิเทียมเพื่อการรักษา การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างระดับยาลิเทียมกับผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่แสดงถึงหน้าที่การทำงานของไตพบว่า ระดับยาลิเทียมมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p=0.031) กับค่าออสโมลาลิตี้ของปัสสาวะโดยมีค่าความสัมพันธ์ เท่ากับ -0.346 นอกจากนี้ยังพบความสัมพันธ์ระหว่างระยะเวลาในการใช้ยาลิเทียมเพื่อการรักษามีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ(p=0.018) กับค่าซีรั่มครีอะตินิน โดยมีค่าความสัมพันธ์เท่ากับ 0.362 นอกจากนี้พบว่าแนวโน้มของผลของการเกิดพิษต่อไตจากการใช้ยาลิเทียมจะเกิดขึ้นในระยะยาวที่มีการใช้ยาลิเทียมติดต่อกันมากกว่า 10 ปี และการเกิดพิษต่อไตมีความสัมพันธ์กับระยะเวลาในการใช้ยา และระดับยาลิเทียมในเลือดที่เพิ่มขึ้น ผลจากการศึกษานี้ยังพบว่าค่าครึ่งชีวิตของยาลิเทียมที่ได้จากการคำนวณจากข้อมูลการชำระของครีอะตินินของปัสสาวะ 24 ชั่วโมงและจากผลการวิเคราะห์ระดับยาลิเทียม มีแนวโน้มของความสัมพันธ์เชิงเส้นตรงกับระยะเวลาในการใช้ยาลิเทียม ดังนั้นผู้ป่วยควรได้รับการตรวจติดตามหน้าที่การทำงานของไตและระดับยาลิเทียมในเลืดอย่างสม่ำเสมอเมื่อมีการใช้ยาลิเทียมเพื่อการรักษาในระยะยาวเพื่อป้องกันการเกิดพิษต่อไตที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต |
| บรรณานุกรม | : |
จุฑามณี ชาตะวราหะ . (2544). ความเป็นพิษต่อไตจากยาลิเทียมในผู้ป่วยจิตเวช.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. จุฑามณี ชาตะวราหะ . 2544. "ความเป็นพิษต่อไตจากยาลิเทียมในผู้ป่วยจิตเวช".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. จุฑามณี ชาตะวราหะ . "ความเป็นพิษต่อไตจากยาลิเทียมในผู้ป่วยจิตเวช."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print. จุฑามณี ชาตะวราหะ . ความเป็นพิษต่อไตจากยาลิเทียมในผู้ป่วยจิตเวช. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.
|
