| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาผลกระทบต่าง ๆ ทางภาษาศาสตร์ต่อการรู้จำวรรณยุกต์ในคำพูดต่อเนื่องภาษาไทย |
| นักวิจัย | : | ณัฐกร ทับทอง |
| คำค้น | : | TONE RECOGNITION , SYLLABLE STRUCTURE , COARTICULATION , INTO-NATION , STRESS |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2544 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082544000287 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยนี้มุ่งศึกษาผลกระทบจากปัจจัยทางภาษาศาสตร์ อันได้แก่ โครงสร้างพยางค์บริบท ทำนองเสียง และเสียงหนัก/เบา ต่อการรู้จำวรรณยุกต์ในคำพูดต่อเนื่องภาษาไทยและพัฒนาแบบจำลองวรรณยุกต์เพื่อแก้ปัญหาผลกระทบดังกล่าว การวิจัยเริ่มจากการศึกษาผลกระทบของหน่วยเสียงพยัญชนะต้น สระ และพยัญชนะตัวสะกด ต่อการรู้จำเสียงวรรณยุกต์ในคำพูดเดี่ยว ผู้วิจัยเสนอลักษณะสำคัญของเสียงวรรณยุกต์ชุดใหม่ซึ่งให้ผลการรู้จำที่ดีกว่าลักษณะสำคัญที่ใช้กันแต่เดิม นอกจากนี้ ผู้วิจัยได้ศึกษาการผสมผสานตัวแยกแยะแทนการใช้ตัวแยกแยะเดี่ยว เพื่อเพิ่มอัตราการรู้จำ ผู้วิจัยได้พัฒนากรอบงานการรู้จำเสียงวรรณยุกต์พื้นฐานสำหรับคำพูดต่อเนื่องภาษาไทย โดยกรอบงานประกอบด้วยแบบจำลองวรรณยุกต์ และตัวแยกแยะ โดยที่แบบจำลองวรรณยุกต์จะพิจารณาใช้องค์ประกอบที่สำคัญในการจำแนกเสียงวรรณยุกต์ คือ ลักษณะสำคัญของเสียงวรรณยุกต์ หน่วยความถี่มูลฐาน เทคนิคการปรับบรรทัดฐาน และส่วนประกอบของพยางค์ที่เป็นตัวเกาะของวรรณยุกต์ ขณะที่ตัวแยกแยะจะใช้ข่ายงานระบบประสาท จากนั้น ผู้วิจัยได้ศึกษาผลกระทบของบริบทต่อเสียงวรรณยุกต์ และได้เสนอชุดลักษณะสำคัญ เรียกว่า ลักษณะสำคัญของเสียงวรรณยุกต์แบบพึ่งพาบริบท (contextualtone features) เพื่อแก้ผลกระทบจากบริบท พบว่าอัตราการลดลงของความผิดพลาดสูงสุดเท่กับ 56.17 42.47 และ 42.42 เปอร์เซ็นต์ สำหรับฐานข้อมูล TPC PC-99 และ TASCตามลำดับ นอกจากนั้น ผู้วิจัยได้ทดลองแบบจำลองวรรณยุกต์แบบขึ้นกับบริบท (context-dependent tone model) และเสนอแบบจำลองครึ่งวรรณยุกต์ (half-tone model) พบว่าแบบจำลองทั้งสองให้อัตราการรู้จำดีขึ้น แต่เวลาในการฝึกของแบบจำลองครึ่งวรรณยุกต์น้อยกว่าถึง 1 ใน 4 ของแบบจำลองวรรณยุกต์แบบขึ้นกับบริบท จากนั้น ผู้วิจัยได้ศึกษาผลกระทบจากเสียงหนัก/เบา โดยเริ่มจากการออกแบบวิธีการแยกเสียงหนักเบา โดยใช้ลักษณะทางสวนศาสตร์ต่าง ๆ คือ ระยะเวลา พลังงาน และ ความถี่มูลฐาน โดยศึกษาจากหน่วยเสียงขนาดต่าง ๆ คือ สระ หน่วยตาม (rhyme) และ พยางค์จากการทดลองพบว่า การใช้หน่วยเสียงตามให้ผลการแยกแยะดีที่สุด ผู้วิจัยยังได้เสนอวิธีการแยกเสียงหนัก/เบา (separated stress method) และวิธีการรวมลักษณะสำคัญของเสียงหนัก/เบา (incorporated stress feature method) เพื่อลดผลกระทบของเสียงหนัก/เบาที่มีต่อการรู้วรรณยุกต์ จากผลการทดลองพบว่า ทั้งสองวิธีช่วยเพิ่มอัตราการรู้จำโดยมีอัตราการลดลงของความผิดพลาดสูงสุดที่ 32.43 และ 27.16 เปอร์เซ็นต์ สำหรับฐานข้อมูล TPC และ TASC ตามลำดับ ท้ายสุด ผู้วิจัยได้นำแบบจำลองวรรณยุกต์ชนิดต่าง ๆ มาประยุกต์กับระบบการรู้จำเสียงพูดระดับพยางค์ ซึ่งจากการทดลองพบว่า อัตราการลดลงของความผิดพลาดสูงสุดคือ 85.16 และ 75.06 เปอร์เซ็นต์ สำหรับฐานข้อมูล TPC และ TASC ตามลำดับ |
| บรรณานุกรม | : |
ณัฐกร ทับทอง . (2544). การศึกษาผลกระทบต่าง ๆ ทางภาษาศาสตร์ต่อการรู้จำวรรณยุกต์ในคำพูดต่อเนื่องภาษาไทย.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ณัฐกร ทับทอง . 2544. "การศึกษาผลกระทบต่าง ๆ ทางภาษาศาสตร์ต่อการรู้จำวรรณยุกต์ในคำพูดต่อเนื่องภาษาไทย".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ณัฐกร ทับทอง . "การศึกษาผลกระทบต่าง ๆ ทางภาษาศาสตร์ต่อการรู้จำวรรณยุกต์ในคำพูดต่อเนื่องภาษาไทย."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print. ณัฐกร ทับทอง . การศึกษาผลกระทบต่าง ๆ ทางภาษาศาสตร์ต่อการรู้จำวรรณยุกต์ในคำพูดต่อเนื่องภาษาไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.
|
