ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของการใช้คลื่นเหนือเสียงต่อการสกัดสารสำคัญจากบัวบก

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของการใช้คลื่นเหนือเสียงต่อการสกัดสารสำคัญจากบัวบก
นักวิจัย : สมจิตร วงศ์กำชัย
คำค้น : EXTRACTION , ASIATICOSIDE , ULTRASOUND
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082544000105
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การสกัดสารอะเซียติโคไซด์ซึ่งเป็นสารสำคัญที่มีฤทธิ์ทางการรักษามากมายจากพืชสมุนไพรบัวบกด้วยวิธีการสกัดที่ใช้กันปกติ พบว่า การสกัดด้วยวิธีนี้ยังคงมีประสิทธิภาพต่ำ ทั้งในแง่ของปริมาณสารที่สกัดได้, เวลาที่ใช้ในการสกัด และการใช้ตัวทำละลายซึ่งเป็นอันตราย ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงนำเสนอการสกัดสารอะเซียติโคไซด์จากผงใบบัวบกด้วยคลื่นเหนือเสียง โดยทำการศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการสกัด ได้แก่เวลาในการสกัด (0.5-90 นาที), ชนิดและความเข้มข้นของตัวทำละลาย (เอทานอล, อัตราส่วนของผงใบบัวบกต่อตัวทำละลาย (1-15 กรัมต่อ 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร) และความเข้มของคลื่นเหนือเสียง (9-100 วัตต์ต่อตารางเซนติเมตร) โดยใช้แหล่งกำเนิดคลื่นเหนือเสียงต่างกัน 2 ชนิดได้แก่ อัตราโซนิคโพรบ (ความถี่ 20 กิโลเฮิร์ซ) และอ่างทำความสะอาดด้วยคลื่นเหนือเสียง (ความถี่ 47 กิโลเฮิร์ซ) แล้วทำการเปรียบเทียบปริมาณอะเซียติโคไซด์ที่สกัดได้จากกรณีที่ใช้และไม่ใช้คลื่นเหนือเสียง เพื่อหาสภาวะที่เหมาะสมที่สุดในการสกัด ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่า สำหรับกรณีของการใช้อัลตราโซนิคโพรบ เมื่อเปรียบเทียบที่เวลาในการสกัดเท่ากัน (คือ 1 นาที) พบว่า การสกัดโดยใช้คลื่นเหนือเสียงสามรถให้ปริมาณอะเซียติโคไซด์มากกว่าในกรณีที่ไม่ใช้คลื่นเหนือเสียงสูงถึง 3 เท่า และเมื่อเปรียบเทียบที่ปริมาณของอะเซียติโคไซด์ที่สกัดได้เท่ากัน (คือ 1.2 กรัมอะเซียติโคไซด์ต่อ 100 กรัมผงใบบัวบก) พบว่า เมื่อใช้คลื่นเหนือเสียงจะใช้เวลาในการสกัดเพียง1 นาที ส่วนกรณีไม่ใช้คลื่นเหนือเสียง ต้องใช้เวลาในการสกัดนานถึง 90 นาที ในทำนองเดียวกัน สำหรับกรณีของอ่างทำความสะอาดด้วยคลื่นเหนือเสียง พบว่า เมื่อใช้เวลาของการสกัดเท่ากัน (คือ 10 นาที) การใช้คลื่นเหนือเสียง จะทำให้สกัดได้มากกว่า 1.5 เท่าและเมื่อเปรียบเทียบปริมาณอะเซียติโคไซด์ที่สกัดได้เท่ากัน (คือ 1 กรัมอะเซียติโคไซด์ต่อ 100 กรัมผงใบบัวบก) พบว่า การใช้คลื่นเหนือเสียงจะใช้เวลาในการสกัดเพียง 1/4ของเวลาในการสกัดเมื่อไม่ใช้คลื่นเหนือเสียง สำหรับการศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการสกัด พบว่า ได้ผลการทดลองในทำนองเดียวกันทั้งกรณีของการใช้อัลตราโซนิคโพรบและอ่างทำความสะอาดด้วยคลื่นเหนือเสียง โดยพบว่าสภาวะที่เหมาะสมในการสกัด ได้แก่ ตัวทำละลายเอทานอลที่มีความเข้มข้น 40 เปอร์เซ็นต์(ปริมาตรต่อปริมาตร), อนุภาคของผงใบบัวบกที่มีขนาดระหว่าง 0.25-0.425 มิลลิเมตร,อัตราส่วนของอนุภาคผงบัวบกต่อตัวทำละลายเท่ากับ 1 กรัมต่อ 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร,ความเข้มของคลื่นเหนือเสียงเท่ากับ 35 วัตต์ต่อตารางเซนติเมตร และเวลาที่ใช้ในการสกัดเท่ากับ 1 นาที สำหรับการศึกษาผลของคลื่นเหนือเสียงต่อการสูญเสียสภาพของสารอะเซียติโคไซด์ พบว่าคลื่นเหนือเสียงไม่มีผลทำลายสภาพของสารอะเซียติโคไซด์ภายใต้สภาวะการทดลองนี้ การเลือกสภาวะการสกัดที่เหมาะสมจะทำให้วิธีการสกัดด้วยคลื่นเหนือเสียงมีความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์อย่างสูง

บรรณานุกรม :
สมจิตร วงศ์กำชัย . (2544). ผลของการใช้คลื่นเหนือเสียงต่อการสกัดสารสำคัญจากบัวบก.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สมจิตร วงศ์กำชัย . 2544. "ผลของการใช้คลื่นเหนือเสียงต่อการสกัดสารสำคัญจากบัวบก".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สมจิตร วงศ์กำชัย . "ผลของการใช้คลื่นเหนือเสียงต่อการสกัดสารสำคัญจากบัวบก."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print.
สมจิตร วงศ์กำชัย . ผลของการใช้คลื่นเหนือเสียงต่อการสกัดสารสำคัญจากบัวบก. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.