ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาอาหารเช้าพร้อมบริโภคอัดแท่งจากธัญพืช

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาอาหารเช้าพร้อมบริโภคอัดแท่งจากธัญพืช
นักวิจัย : รัชดา สาดตระกูลวัฒนา
คำค้น : BREAKFAST CEREAL , CEREAL BAR
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082542001296
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตอาหารเช้าพร้อมบริโภคอัดแท่งจากธัญพืชในขั้นตอนแรกศึกษาภาวะที่เหมาะสมในการอบจมูกข้าวสาลี (wheat germ) โดยใช้ fluidized bed dryer ที่อุณหภูมิ 3ระดับ คือ 80, 100 และ 120(+,ฐ)C และใช้เวลา 5, 10 และ 15 นาที พบว่าใช้อุณหภูมิ 100(+,ฐ)C และเวลา15 นาที จะให้ผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคยอมรับมากที่สุดและมีการทำลายเอนไซม์ peroxidase ไปบางส่วน จากนั้นศึกษาภาวะที่ใช้ในการเตรียมปลายข้าวเหนียวพองโดยแปรเวลาที่ใช้ในการให้ความร้อนด้วยไอน้ำนาน 5, 10 และ 15 นาที พบว่าการให้ความร้อนด้วยไอน้ำนาน 10 นาทีจะให้ปลายข้าวเหนียวพองที่มีปริมาตรการพองตัวและอัตราส่วนการพองตัวสูงที่สุด จากนั้นปรับให้ปลายข้าวเหนียวพองมีความชื้นก่อนทอด 12, 14 และ 16% แล้วนำไปวัดค่าปริมาตรการพองตัวและอัตราส่วนการพองตัว พบว่าปลายข้าวเหนียวที่มีความชื้น 14% จะให้ปริมาตรการพองตัวและอัตราส่วนการพองตัวสูงที่สุด ต่อมาศึกษาอุณหภูมิในการทอดปลายข้าวพองโดยแปรอุณหภูมิเป็น 170 180 และ190(+,ฐ)C พบว่าที่อุณหภูมิการทอดเป็น 190(+,ฐ)C จะให้ปลายข้าวเหนียวพองที่มีการพองตัวสูงที่สุดสำหรับถั่วลิสงคั่วโดยใช้เครื่องคั่วที่ 160(+,ฐ)C นาน 10 นาที นำวัตถุดิบที่ผ่านการเตรียมแล้วไปหาองค์ประกอบทางเคมีโดยจมูกข้าวสาลีมีปริมาณโปรตีน 28.3% ไขมัน 15.8% เส้นใย 1.6% เถ้า 4.3%และคาร์โบไฮเดรต 50.0% ปลายข้าวเหนียวพองปริมาณโปรตีน 3.5% ไขมัน 22.2% เส้นใย 0.1% เถ้า0.2% และคาร์โบไฮเดรต 74% และถั่วลิสงคั่วมีปริมาณโปรตีน 28.6% ไขมัน 47.0% เส้นใย 2.1%เถ้า 2.5% และคาร์โบไฮเดรต 15.4% จากการคำนวณพบว่าจะต้องใช้สัดส่วนของจมูกข้าวสาลีต่อปลายข้าวเหนียวพองต่อถั่วลิสงคั่วเป็น 20:40:40 ต่อมาศึกษาสัดส่วนของมอลโตสไซรัปต่อน้ำผึ้งที่ใช้ โดยใช้ปริมาณของแข็งเป็น 100 ต่อของผสมที่เป็นสารเชื่อม 30 กรัม แบ่งการทดลองเป็น 3 ชุดคือ ชุดที่ 1 มีสัดส่วนมอลโตสไซรัปต่อน้ำผึ้งเป็น 20:6, 20:10 และ 20:14 ชุดที่ 2 40:6, 40:10 และ40:14 และชุดที่ 3 60:6, 60:10 และ 60:14(w/w) พบว่าสูตรที่ผู้บริโภคให้การยอมรับสูงสุดในแต่ละชุดคือสูตรที่ใช้ปริมาณมอลโตสไซรัปต่อน้ำผึ้งเป็น 20:14, 40:10 และ 60:10 และค่าความแข็งเพิ่มขึ้นเมื่อปริมาณน้ำผึ้งเพิ่มขึ้น จากนั้นนำผลิตภัณฑ์แต่ละสูตรมาแปรแรงกดที่ให้กับผลิตภัณฑ์เป็น 1,3 และ 5 กิโลกรัมต่อ 144 ตารางเซนติเมตร พบว่าผลิตภัณฑ์ที่มีคะแนนความชอบสูงที่สุดในทุกสูตรคือผลิตภัณฑ์ที่ได้รับแรงกด 3 กิโลกรัมต่อ 144 ตารางเซนติเมตร และค่าความแข็งเพิ่มขึ้นเมื่อใช้แรงกดมากขึ้น นำผลิตภัณฑ์ทั้งสามสูตรมาทดสอบทางประสาทสัมผัสเพื่อหาสูตรที่ผู้บริโภคชอบมากที่สุด ได้แก่สูตรที่ใช้ ปริมาณมอลโตสไซรัปต่อน้ำผึ้งเป็น 20:14 และแรงกดที่ให้กับผลิตภัณฑ์เป็น 3กิโลกรัมต่อ 144 ตารางเซนติเมตร เมื่อนำไปวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีพบว่ามีปริมาณโปรตีนร้อยละ 17.8 คาร์โบไฮเดรตร้อยละ 46.5 ไขมันร้อยละ 27.3 และปริมาณเส้นใยร้อยละ 6.7 ผลิตภัณฑ์สุดท้ายนำมาศึกษาคุณภาพระหว่างเก็บโดยบรรจุผลิตภัณฑ์ในภาชนะบรรจุ 2 ชนิด คือ OPP/Metallized/PP และ OPP/Metallized/PET ตรวจสอบทางประสาทสัมผัส ค่า TBA ปริมาณจุลินทรีย์ทั้งหมด และปริมาณยีสต์และรา ตรวจสอบทุก ๆ 7 วัน เก็บผลิตภัณฑ์ที่อุณหภูมิ 30(+,ฐ)C พบว่าผลิตภัณฑ์มีอายุการเก็บนาน 30 วันเมื่อเก็บในภาชนะบรรจุชนิดที่ 1 และผลิตภัณฑ์มีอายุการเก็บนาน 64 วันเมื่อเก็บในภาชนะบรรจุชนิดที่ 2

บรรณานุกรม :
รัชดา สาดตระกูลวัฒนา . (2542). การพัฒนาอาหารเช้าพร้อมบริโภคอัดแท่งจากธัญพืช.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
รัชดา สาดตระกูลวัฒนา . 2542. "การพัฒนาอาหารเช้าพร้อมบริโภคอัดแท่งจากธัญพืช".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
รัชดา สาดตระกูลวัฒนา . "การพัฒนาอาหารเช้าพร้อมบริโภคอัดแท่งจากธัญพืช."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print.
รัชดา สาดตระกูลวัฒนา . การพัฒนาอาหารเช้าพร้อมบริโภคอัดแท่งจากธัญพืช. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.