| ชื่อเรื่อง | : | จลนพลศาสตร์ของการจับระหว่างอะโปเซอรูโลพลาสมินกับตะกั่วหรือทองแดง |
| นักวิจัย | : | มารศรี อุชชิน |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2542 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082542001292 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ในการศึกษาจลนพลศาสตร์ของการจับระหว่างอะโปเซอรูโลพลาสมินของคนกับโลหะ จำเป็นต้องใช้อะโปเซอรูโลพลาสมิน จึงทดสอบความสามารถของสารจับโลหะ 4 ชนิด ได้แก่penicillamine, DMPS, DTC และ EDTA ในการดึงทองแดงออกจากโมเลกุลของโฮโลเซอรูโล-พลาสมิน พบว่าสารจับโลหะ 3 ชนิดแรกสามารถดึงทองแดงที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับออกซิเดส แอคติ-วิตีได้อย่างสมบูรณ์ที่ความเข้มข้น 1.0, 1.0 และ 3.5 มก./มล. ตามลำดับ ส่วน EDTA ที่ 3.5 มก./มล.สามารถลดแอคติวิตีลงได้เพียง 80% เมื่อเปรียบเทียบดูการเคลื่อนที่ในสนามไฟฟ้าระหว่างโฮโล-เซอรูโลพลาสมินกับเซอรูโลพลาสมินทำปฏิกริยากับสารจับโลหะทั้ง 4 ชนิด ในอิเล็กโทรโฟริซีสแบบไม่เสียสภาพที่ pH 8.8 และไอโซอิเลคทริกโฟกัสซิง พอลิอะคริลาไมด์เจลในช่วง pH 4-6 ไม่พบความแตกต่างของทุกตัวในระบบเจลทั้ง 2 ชนิด แต่ในยูเรียพอลิอะคริลาไมด์เจลที่ pH 8.4 พบว่าโฮโลเซอรูโลพลาสมินที่ทำปฏิกริยากับสารจับโลหะ DTC เคลื่อนที่ช้ากว่าโฮโลเซอรูโลพลาสมินอยู่เล็กน้อยในยูเรียพอลิอะคริลาไมด์เจลที่ pH 8.4 ทำให้สันนิฐานได้ว่าบริเวณที่จับกับทองแดงอยู่ภายในโมเลกุลของโปรตีน หลังจากทำปฏิกริยากับ DMPS และ DTC พบว่าเซอรูโลพลาสมินยังมีทองแดงเหลืออยู่ในโมเลกุล 30% และ 25% ตามลำดับ จึงเตรียมอะโปเซอรูโลพลาสมินที่มีปริมาณทองแดงน้อยลงโดยไดแอไลซ์กับสารจับโลหะ DTC 5 mg/ml ร่วมกับ ascorbic acid 10 mM ที่ 4(+,ฐ)ซ. 5 ชม. อะโปเซอรู-โลพลาสมินที่ได้มีปริมาณทองแดงเพียง 2% นำอะโปเซอรูโลพลาสมินไปศึกษาทางจลนพลศาสตร์ของการจับโลหะ จากการวิเคราะห์โดยกราฟแบบ metal-saturation curve และ double reciprocal plot พบว่าทองแดงเข้าจับกับอะโปเซอรู-โลพลาสมินแบบ non-cooperativity ซึ่งมีค่าคงที่ของการแตกตัว (K(,d)) เท่ากับ 3.20 (+,m)M จำนวนทองแดงที่จับกับอะโปเซอรูโลพลาสมินสูงสุด (n) เท่ากับ 7.25 อะตอมต่อโมเลกุล ผลจาก Scatchardplot แสดงว่าตำแหน่งที่จับกับทองแดงอาจมีมากกว่า 1 ชนิด ส่วนการจับระหว่างอะโปเซอรูโล-พลาสมินกับตะกั่วแตกต่างกับทองแดงคือ metal-saturation curve ชี้ให้เห็นว่าเป็นแบบ positiveallostericity และ Hill plot ให้ค่า n(,H) (maximum Hill slope) เท่ากับ 3.42 สำหรับการจับอย่างแน่น K(,d)เท่ากับ 1.10 (+,m)M และจำนวนตะกั่วที่เข้าจับเท่ากับ 2.54 อะตอมต่อโมเลกุล สำหรับการจับอย่างหลวมค่า K(,d) เท่ากับ 2.67 (+,m)M และจำนวนตะกั่วที่เข้าจับเท่ากับ 2.84 อะตอมต่อโมเลกุล ได้ศึกษาการจับระหว่างตะกั่วกับโฮโลเซอรูโลพลาสมินด้วย เพื่อยืนยันว่าตะกั่วสามารถแทนที่ทองแดงในโฮโลเซอรูโลพลาสมินพบว่ารูปแบบการจับเป็นแบบ positive allostericity เช่นกัน มีค่า n(,H) (maximumHill slope) เท่ากับ 1.72 สำหรับการจับอย่างแน่น K(,d) เท่ากับ 0.54 (+,m)M และจำนวนตะกั่วที่เข้าจับเท่ากับ 1.49 สำหรับการจับอย่างหลวมค่า K(,d) เท่ากับ 2.80 (+,m)M และจำนวนตะกั่วที่เข้าจับเท่ากับ 1.79 ผลที่ได้เสนอว่า allosterism อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการแทนที่ |
| บรรณานุกรม | : |
มารศรี อุชชิน . (2542). จลนพลศาสตร์ของการจับระหว่างอะโปเซอรูโลพลาสมินกับตะกั่วหรือทองแดง.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. มารศรี อุชชิน . 2542. "จลนพลศาสตร์ของการจับระหว่างอะโปเซอรูโลพลาสมินกับตะกั่วหรือทองแดง".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. มารศรี อุชชิน . "จลนพลศาสตร์ของการจับระหว่างอะโปเซอรูโลพลาสมินกับตะกั่วหรือทองแดง."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print. มารศรี อุชชิน . จลนพลศาสตร์ของการจับระหว่างอะโปเซอรูโลพลาสมินกับตะกั่วหรือทองแดง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.
|
