ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนายางธรรมชาติโปรตีนแอลเลอเจนต่ำ โดยกระบวนการสะพอนิฟิเคชัน

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนายางธรรมชาติโปรตีนแอลเลอเจนต่ำ โดยกระบวนการสะพอนิฟิเคชัน
นักวิจัย : ศิริวัลย์ บุญสุข
คำค้น : NATURAL RUBBER , LATEX ALLERGY , SAPONIFICATION
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082542001290
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

โปรตีนแอลเลอเจนซึ่งอยู่ในน้ำยางธรรมชาติมีผลทำให้คนที่ใช้ผลิตภัณฑ์ยางเกิดอาการแพ้ประเภท 1 ที่มีอันตรายถึงชีวิตได้ในคนประเภทภูมิไวเกิน ดังนั้นการพัฒนายางธรรมชาติโปรตีนแอลเลอเจนต่ำจึงเป็นวัตถุประสงค์ของการวิจัยนี้ วิธีการที่ใช้คือการสะพอนิฟิเคชันในสภาวะที่เหมาะสมและศึกษาคุณสมบัติต่าง ๆ ของยางที่ผ่านการสะพอนิไฟด์หรือ SAP-NR ที่ผลิตได้ในระดับยางดิบและคุณสมบัติของยางวัลคาไนซ์โดยเปรียบเทียบกับยาง STR5L และเปรียบเทียบรูปแบบโปรตีนแอลเลอเจนในยางก่อนและหลังการสะพอนิไฟด์ นอกจากนี้ยังทดสอบการแพ้ต่อโปรตีนในยาง SAP-NR และยางที่ไม่ได้สะพอนิไฟด์ ผลการวิจัยพบว่าสภาวะที่เหมาะสมในการสะพอนิไฟด์น้ำยางสด 30 %DRC คือใช้ 5% โปตัสเซียมไฮดรอกไซด์ที่ 70 องศาเซลเซียสนาน 3ชั่วโมงจากนั้นเจือจางน้ำยางเป็น 15% DRC และจับก้อนด้วยกรด ได้ยางสะพอนิไฟด์ที่มีปริมาณไนโตรเจนลดลง23% แต่ยังมีปริมาณเถ้าสูงเกินมาตรฐานยางแท่ง STR5L ดังนั้นจึงพัฒนาวิธีการสะพอนิไฟด์ยางก้อนซึ่งได้จากการจับกรดก่อนแล้วจึงแช่ใน 5% โปตัสเซียมไฮดรอกไซด์ที่ 70 องศาเซลเซียสนาน 3ชั่วโมง วิธีการพัฒนาใหม่นี้สามารถประหยัดโปตัสเซียมไฮดรอกไซด์และน้ำทิ้งในกระบวนการโดยการนำสารละลายด่างไปใช้ซ้ำได้ 7 รอบในยางก้อนที่มีแอมโมเนีย (AL) และ 5 ครั้งในยางก้อนที่เตรียมจากน้ำยางสกิม (SK) ผลการวิจัยพบว่ายางสะพอนิไฟด์สกิม SAP-SK มีคุณภาพดีกว่ายางสะพอนิไฟด์แอมโมเนีย SAP-AL เนื่องจากมีปริมาณไนโตรเจนต่ำกว่าและมีสมบัติยางดิบใกล้เคียงกับ STR5L แต่มีปริมาณเถ้าและปริมาณสิ่งระเหยสูงกว่ามาตรฐานในขณะที่ค่าความอ่อนตัวเริ่มต้นต่ำกว่ามาตรฐาน สมบัติทางฟิสิกส์ของยางวัลคาไนซ์ของ SAP-NR มีค่าโมดูลัสลดลง เมื่อเทียบกับยางไม่ได้ผ่านการสะพอนิไฟด์ รูปแบบโปรตีนที่สกัดด้วยน้ำของยาง SAP-NR มีโปรตีนขนาด 45kD ในขณะที่ยางไม่ได้ผ่านการสะพอนิไฟด์พบโปรตีนหลายชนิดน้ำหนักโมเลกุลอยู่ในช่วง 14.2-45kD ผลการศึกษาความชุกของการแพ้ยางในกลุ่มผู้บริจาคโลหิต 100 คน โดยวิธีเอนไซม์อัลเลอโก-ซอบเบนท์ (EAST) พบผู้มีโอกาสแพ้ยาง 5% ในขณะที่ 4/6 ของบุคลากรที่ทำงานในโรงพยาบาลและมีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้แสดงผลบวกต่อโปรตีนจากยางสกิมปกติ แต่เมื่อสกัดโปรตีนจากยางSAP-AL และ SAP-SK ไม่พบโปรตีนแอลเลอเจนโดยวิธี EAST ในผู้แพ้ยาง 5 คน และยืนยันโดยวิธีSkin prick ในผู้แพ้ยาง 1 คน ผลสรุปจากงานวิจัยนี้คือการสะพอนิฟิเคชันสามารถลดปริมาณและชนิดของโปรตีนในยางก้อน SAP-AL และ SAP-SK ให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยสำหรับกลุ่มคนไทยที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดการภูมิแพ้ต่อโปรตีนในยางธรรมชาติและกลุ่มคนที่มีสุขภาพดี

บรรณานุกรม :
ศิริวัลย์ บุญสุข . (2542). การพัฒนายางธรรมชาติโปรตีนแอลเลอเจนต่ำ โดยกระบวนการสะพอนิฟิเคชัน.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ศิริวัลย์ บุญสุข . 2542. "การพัฒนายางธรรมชาติโปรตีนแอลเลอเจนต่ำ โดยกระบวนการสะพอนิฟิเคชัน".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ศิริวัลย์ บุญสุข . "การพัฒนายางธรรมชาติโปรตีนแอลเลอเจนต่ำ โดยกระบวนการสะพอนิฟิเคชัน."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print.
ศิริวัลย์ บุญสุข . การพัฒนายางธรรมชาติโปรตีนแอลเลอเจนต่ำ โดยกระบวนการสะพอนิฟิเคชัน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.