| ชื่อเรื่อง | : | ความหลากหลายของสัตว์ในวงศ์ตะกวด การแพร่กระจายและความแตกต่างทางสัณฐานวิทยาของสัตว์วงศ์ตะกวดในภาคใต้ของประเทศไทย |
| นักวิจัย | : | คมศร เลาห์ประเสริฐ |
| คำค้น | : | MONITOR LIZARD , VARANUS SPECIES DIVERSITY , MORPHOLOGY , SEXUAL DIFFERENCES , SOUTHERN THAILAND |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2542 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082542001269 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาความหลากหลายของชนิดและการแพร่กระจายของสัตว์วงศ์ตะกวดในภาคใต้ของประเทศไทย ตั้งแต่เดือน มกราคม พ.ศ. 2540 ถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2542 พบสัตว์ในวงศ์ตะกวด 4ชนิดได้แก่ เหี้ย ~iVaranus salvator~i (Laurenti, 1768) เห่าช้าง ~iVaranus rudicollis~i (Gray, 1845)ตะกวด ~iVaranus bengalensis nebulosus~i (Gray, 1831) และตุ๊ดตู่ ~iVaranus dumerilii~i (Schlegel, 1839)สำหรับแลนดอน ~iVaranus flavescens~i (Hardwicke and Gray, 1827) และ เหี้ยดำ ~iVaranus salvator komaini~iNutphand, 1987 ไม่พบในการสำรวจครั้งนี้ เหี้ยและตะกวดมีการกระจายทั่วทุกพื้นที่ในภาคใต้ ทั้งพื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตรกรรม เห่าช้างและตุ๊ดตู่ส่วนมากอยู่ตามบริเวณป่าชื้นที่รกทึบและมีความอุดมสมบูรณ์ สามชนิดแรกพบว่ามีการกระจายอยู่ทุกเทือกเขาทั่วทั้งภาคใต้คือ เทือกเขาภูเก็ต เทือกเขานครศรีธรรมราชและเทือกเขาสันกาลาคีรี สำหรับตุ๊ดตู่พบเฉพาะบริเวณเทือกเขานครศรีธรรมราชและสันกาลาคีรีเท่านั้น การศึกษาความแตกต่างของลักษณะทางสัณฐานวิทยาในสัตว์วงศ์ตะกวดในภาคใต้ของประเทศไทย พบว่าเห่าช้างและตุ๊ดตู่สามารถแยกออกจากกันได้ด้วยลักษณะของเกล็ดคอ (nuchal scale) ในชนิดที่เหลือคือ เหี้ย(รวมทั้งเหี้ยดำ) และตะกวด เมื่อใช้สถิติ Analysis of Variance ในการวิเคราะห์ความแตกต่างพบว่า ระยะห่างระหว่างจมูกถึงปลายจงอยปาก ความยาวของจมูกและระยะห่างระหว่างจมูกด้านซ้ายและขวา สามารถใช้จำแนกชนิดได้ โดยมีค่าความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญที่p< 0.05 ความแตกต่างระหว่างเพศใน เหี้ย ตะกวด และเห่าช้าง เมื่อวิเคราะห์ด้วยสถิติ Mann-Whitney U-test พบว่าในตัวผู้มีความยาวใหญ่มากกว่าตัวเมียทุกลักษณะโดยมีค่าความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญที่ p< 0.05 นอกจากนี้ Discriminant Function analysis ยังถูกนำมาประยุกต์สร้างสมการทำนายชนิดและเพศของสัตว์ในวงศ์ตะกวดด้วย การเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างเหี้ยและเหี้ยดำ พบว่าค่าสัดส่วนของลักษณะส่วนมากไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อนำผลการศึกษา Canonical Discriminant Function มาพิจารณาสรุปได้ว่า เหี้ยดำไม่สามารถแยกออกเป็นชนิดใหม่หรือชนิดย่อยของเหี้ยได้ การศึกษาข้อมูลทางนิเวศวิทยาและชีววิทยาบางประการ พบว่าสัตว์วงศ์ตะกวดทุกชนิดอยู่ในภาวะถูกคุกคามจากข้อมูลการศึกษาทั้งหมดและอาศัยเกณฑ์การจัดสถานภาพของ IUCN สามารถประเมินได้ว่าเหี้ยและตะกวดควรถูกจัดอยู่ในภาวะสัตว์ที่มีแนวโน้มจะสูญพันธุ์ เห่าช้างและตุ๊ดตู่ควรจัดอยู่ในสภาวะเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ ส่วนเหี้ยดำจัดเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง ถึงแม้ว่าข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งที่อยู่อาศัยของเหี้ยดำในสภาพธรรมชาติยังไม่เป็นที่ชัดเจน |
| บรรณานุกรม | : |
คมศร เลาห์ประเสริฐ . (2542). ความหลากหลายของสัตว์ในวงศ์ตะกวด การแพร่กระจายและความแตกต่างทางสัณฐานวิทยาของสัตว์วงศ์ตะกวดในภาคใต้ของประเทศไทย.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. คมศร เลาห์ประเสริฐ . 2542. "ความหลากหลายของสัตว์ในวงศ์ตะกวด การแพร่กระจายและความแตกต่างทางสัณฐานวิทยาของสัตว์วงศ์ตะกวดในภาคใต้ของประเทศไทย".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. คมศร เลาห์ประเสริฐ . "ความหลากหลายของสัตว์ในวงศ์ตะกวด การแพร่กระจายและความแตกต่างทางสัณฐานวิทยาของสัตว์วงศ์ตะกวดในภาคใต้ของประเทศไทย."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print. คมศร เลาห์ประเสริฐ . ความหลากหลายของสัตว์ในวงศ์ตะกวด การแพร่กระจายและความแตกต่างทางสัณฐานวิทยาของสัตว์วงศ์ตะกวดในภาคใต้ของประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.
|
