ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ปัจจัยที่มีผลต่อการควบแน่นในโบราณสถาน : กรณีศึกษา พระอุโบสถวัดกำแพง

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ปัจจัยที่มีผลต่อการควบแน่นในโบราณสถาน : กรณีศึกษา พระอุโบสถวัดกำแพง
นักวิจัย : สุริยน ศิริธรรมปิติ
คำค้น : CONDENSATION , ANCIENT REMAINS , MOISTURE
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082542001058
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

โบสถ์และวิหารถือเป็นโบราณสถานและมรดกทางวัฒนธรรมประจำชาติที่ใช้ในการเผยแพร่ศาสนา ซึ่งปัจจุบันโบสถ์และวิหารมากมายมีสภาพชำรุดทรุดโทรมสาเหตุสำคัญประการหนึ่งมาจากความชื้น อันเนื่องมาจากสภาพภูมิอากาศ น้ำฝนน้ำใต้ดิน และการระเหยของน้ำจากอิทธิพลของแสงอาทิตย์ความชื้นดังกล่าวนอกจากจะก่อความเสียหายแก่งานสถาปัตยกรรมแล้ว ยังก่อให้เกิดความเสียหายให้กับภาพจิตรกรรมฝาผนังอีกด้วย ในอดีตเข้าใจกันว่าความชื้นที่เกิดขึ้นจากดินและน้ำใต้ดินเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดความเสียหาย แต่ในความเป็นจริงยังมีสาเหตุอื่นๆ อีกหลายสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับการเกิดความชื้น วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้มุ่งแสวงหาสาเหตุของปริมาณความชื้นที่เกิดขึ้นในโบราณสถาน โดยการวิเคราะห์หาปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดความชื้นนั้นๆขั้นตอนการศึกษากระทำโดยการสำรวจสถานที่จริง การสังเกตสภาพของอาคารการสอบถามผู้มีประสบการณ์ในการบูรณะโบราณสถาน และการบันทึกข้อมูลด้วยเครื่องมืออันได้แก่ อุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศ อุณหภูมิผิวผนังภายใน อุณหภูมิผิวกระเบื้องมุงหลังคาด้านใน และปริมาณความชื้นที่สะสมในผนังอาคาร จากการศึกษาดังกล่าวจะนำไปวิเคราะห์หาสาเหตุของการเกิดความชื้นในอาคารที่ทำการศึกษา จากการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า ภายในอาคารมีการสะสมความชื้นในปริมาณสูงอยู่ 2 แห่ง คือบริเวณผนังด้านล่างที่ใกล้กับพื้นดิน และบริเวณผนังส่วนบนใกล้กับหลังคา ความชื้นที่ส่วนบนดังกล่าวนี้เกิดจากการควบแน่นที่บริเวณผิวกระเบื้องมุงหลังคาด้านในช่วงเวลาประมาณ 24.00 น. ถึง 7.00 น.เนื่องจากเป็นช่วงที่อุณหภูมิผิวกระเบื้องมุงหลังคาด้านในต่ำกว่าอุณหภูมิจุดน้ำค้างในช่องหลังคา ส่วนความชื้นในผนังด้านล่างอาคารยังไม่พบสาเหตุหลักของการควบแน่น แต่เชื่อว่าความชื้นในส่วนนี้มาจากดินและน้ำฝน ในการเกิดการควบแน่นยังมีสาเหตุมาจากตัวแปรอีกหลายประการ เช่น จากผู้ใช้อาคารจำนวนมากการรั่วไหลของอากาศภายนอกในช่วงเวลาที่อุณหภูมิ และความชื้นสัมพัทธ์สูง หรือในช่วงที่อุณหภูมิอากาสภายนอกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อาคารที่ไม่มีฝ้าเพดานมีแนวโน้มที่จะเกิดการควบแน่นที่ผิวกระเบื้องมุงหลังคาด้านในง่ายกว่าอาคารที่มีฝ้าเพดาน ผลจากการศึกษาสรุปได้ว่า ความชื้นที่เกิดขึ้นในอาคารนั้นไม่ได้มีเพียงแต่ความชื้นที่มาจากดินเป็นสาเหตุสำคัญเพียงอย่างเดียว แต่ยังพบว่ามีการเกิดการควบแน่นที่ผิวกระเบื้องมุงหลังคาด้านใน และมีโอกาสที่จะกิดที่ผิวหนังภายในได้ด้วย ข้อสรุปที่ได้จากการศึกษาสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงและออกแบบในการบูรณะโบราณสถาน ทั้งนี้เพื่อลดโอกาสในการสะสมความชื้นจากการควบแน่นสำหรับประเทศไทยต่อไป

บรรณานุกรม :
สุริยน ศิริธรรมปิติ . (2542). ปัจจัยที่มีผลต่อการควบแน่นในโบราณสถาน : กรณีศึกษา พระอุโบสถวัดกำแพง.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุริยน ศิริธรรมปิติ . 2542. "ปัจจัยที่มีผลต่อการควบแน่นในโบราณสถาน : กรณีศึกษา พระอุโบสถวัดกำแพง".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุริยน ศิริธรรมปิติ . "ปัจจัยที่มีผลต่อการควบแน่นในโบราณสถาน : กรณีศึกษา พระอุโบสถวัดกำแพง."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print.
สุริยน ศิริธรรมปิติ . ปัจจัยที่มีผลต่อการควบแน่นในโบราณสถาน : กรณีศึกษา พระอุโบสถวัดกำแพง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.