| ชื่อเรื่อง | : | การนำซิลิกา-อลูมินาที่ใช้แล้วมาใช้ประโยชน์ในการทำวัสดุปูพื้น |
| นักวิจัย | : | ไลทิพย์ อภิธรรมวิริยะ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2542 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082542000848 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | งานวิจัยนี้ทำการศึกษาการนำซิลิกา-อลูมินาที่ใช้แล้วเพื่อนำมาใช้ประโยชน์โดยการทำวัสดุปูพื้นในรูปคอนกรีตบล็อกประสานปูพื้น และในรูปกระเบื้องดินเผาปูพื้น ในการทดลองแรกได้ทำการศึกษาถึงผลกระทบต่างๆ ที่มีผลต่อการทำให้เป็นก้อน และแสดงสมบัติทางกายภาพเพื่อเปรียบเทียบกับข้อกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ค่ากำลังรับแรงอัด ค่าความหนาแน่น และค่าความซึมน้ำ นอกจากนี้ยังทำการศึกษาถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อมโดยการทดสอบการชะละลายสารประเภทแอนทราควินโนน ในการวิจัยมีการทดลอง 3 ชุดคือ ชุดแรกทำการศึกษาอัตราส่วนของซิลิกา-อลูมินาที่ใช้แล้วต่อปูนซีเมนต์ ซึ่งแปรค่าตั้งแต่ 0 0.25 0.50 0.75 และ 1.00 และอัตราส่วนน้ำต่อปูนซีเมนต์ซึ่งแปรค่าตั้งแต่ 0.4 0.5 0.6 และ 0.7 การทดลองชุดที่สองเป็นการแสดงผลเมื่อระยะเวลาในการบ่มเป็น 1 3 7 14 และ 28 วัน และการทดลองชุดที่สามเป็นการหาประสิทธิภาพการชะละลายประเภทแอนทราควินโนนและประมาณค่าใช้จ่ายเบื้องต้น ผลการทดลองทำคอนกรีตบล็อกขนาด 20x15x5 ซม.พบว่าอัตราส่วนของซิลิกา-อลูมินาที่ใช้แล้วต่อปูนซีเมนต์ที่เหมาะสมเท่ากับ 0.25 เมื่ออัตราส่วนน้ำต่อปูนซีเมนต์เป็น 0.5 เนื่องจากผลการทดสอบให้ค่ากำลังรับแรงอัด ค่าความหนาแน่นสูงสุดและประสิทธิภาพในการลดการถูกชะละลาย 72% ค่าใช้จ่าย 3.76 บาทต่อขนาดคอนกรีตบล็อกประสานปูพื้นขนาด 3 กิโลกรัม ระยะเวลาที่เหมาะสม 28 วัน ค่าใช้จ่าย 3.76 บาท ต่อขนาดคอนกรีตบล็อกประสานปูพื้นขนาด 3 กิโลกรัม เมื่อทำการศึกษาในเชิงเศรษฐศาสตร์ที่อัตราส่วนของซิลิกา-อลูมินาที่ใช้แล้วต่อปูนซีเมนต์เท่ากับ 0.50 เมื่ออัตราส่วนน้ำต่อปูนซีเมนต์เป็น 0.5 เนื่องจากผลการทดสอบเป็นไปตามมาตรฐาน และระยะเวลาที่เหมาะสม 14 วัน ประสิทธิภาพในการลดการชะละลาย 54% ค่าใช้จ่าย3.30 บาทต่อขนาดคอนกรีตบล็อกประสานปูพื้นขนาด 3 กิโลกรัม การทดลองชุดที่สองได้ทำการศึกษาผลกระทบต่างๆ ที่มีผลต่อการทำกระเบื้องดินเผาปูพื้น และทำการทดสอบสมบัติทางกายภาพเพื่อเปรียบเทียบกับข้อกำหนดของมาตรฐานผลิตภัณฑ์ได้แก่ ค่ากำลังรับแรงอัด ค่าความซึมน้ำ การทนความราน และการทนสารเคมีประเภทกรดและเบส อีกทั้งยังทำการทดสอบค่าการชะละลายสารประเภทแอนทราควินโนน เนื่องจากเกิดสารสีแดงขณะทำการทดสอบค่าความซึมน้ำการทดลองแบ่งเป็น 3 ชุด การทดลองแรกศึกษาอัตราส่วนซิลิกา-อลูมินาที่ใช้แล้วต่อดินสำเร็จรูปโดยแปรค่าตั้งแต่ 0 0.25 0.50 0.75 และ 1.00 การทดลองชุดที่สองศึกษาผลที่เกิดจากการเผาที่อุณหภูมิ 800,1000 และ 1200 องศาเซลเซียส และการทดลองชุดที่สามศึกษาประสิทธิภาพในการลดการถูกชะละลายสารประเภทแอนทราควินโนนและประมาณค่าใช้จ่ายเบื้องต้น ผลการทดลองทำกระเบื้องขนาด 10x10ตารางเซนติเมตร หนา 1 เซนติเมตร ที่ได้พบว่าอัตราส่วนของซิลิกา-อลูมินาที่ใช้แล้วต่อดินสำเร็จรูปที่เหมาะสมเท่ากับ 0.25 เมื่ออุณหภูมิในการเผากระเบื้อง 1200 องศาเซลเซียส เนื่องจากผลการทดสอบให้ค่ากำลังรับแรงอัด ค่าความหนาแน่นสูงที่สุด การทนความรานและการทนสารเคมีประเภทกรดและเบสผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ค่าใช้จ่ายโดยประมาณเท่ากับ 7.29 บาทต่อกระเบื้อง 1แผ่น เมื่อทำการศึกษาในเชิงเศรษฐศาสตร์อุณหภูมิที่เหมาะสมในการเผากระเบื้องคือ 800 องศาเซลเซียสเนื่องจากผลการทดสอบเป็นไปตามมาตรฐาน ค่าใช้จ่ายโดยประมาณเท่ากับ 7.19 บาทต่อกระเบื้อง 1 แผ่นประสิทธิภาพในการลดการถูกชะละลายที่อุณหภูมิทั้ง 2 ค่าเท่ากับ 99.98% |
| บรรณานุกรม | : |
ไลทิพย์ อภิธรรมวิริยะ . (2542). การนำซิลิกา-อลูมินาที่ใช้แล้วมาใช้ประโยชน์ในการทำวัสดุปูพื้น.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ไลทิพย์ อภิธรรมวิริยะ . 2542. "การนำซิลิกา-อลูมินาที่ใช้แล้วมาใช้ประโยชน์ในการทำวัสดุปูพื้น".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ไลทิพย์ อภิธรรมวิริยะ . "การนำซิลิกา-อลูมินาที่ใช้แล้วมาใช้ประโยชน์ในการทำวัสดุปูพื้น."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print. ไลทิพย์ อภิธรรมวิริยะ . การนำซิลิกา-อลูมินาที่ใช้แล้วมาใช้ประโยชน์ในการทำวัสดุปูพื้น. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.
|
