ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ระยะเวลาการเติมอากาศที่เหมาะสมที่จัดการสลัดจ์ส่วนเกินได้ดีที่สุดในกระบวนการแอนแอโรบิก/แอโรบิก

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ระยะเวลาการเติมอากาศที่เหมาะสมที่จัดการสลัดจ์ส่วนเกินได้ดีที่สุดในกระบวนการแอนแอโรบิก/แอโรบิก
นักวิจัย : นภาพร ทองคำมาก
คำค้น : BPR , PAOs , ANAEROBIC - AEROBIC PROCESS , SLUDGE
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082542000839
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มุ่งเน้นศึกษาถึงการยืดระยะเวลาการเติมอากาศในช่วงแอโรบิกของกระบวนการกำจัดฟอสฟอรัสทางชีวภาพแบบแอนแอโรบิก/แอโรบิก เพื่อให้สลัดจ์ถูกย่อยสลายและมีปริมาณลดลงรวมทั้งมีสมบัติในการรีดน้ำที่ดี แต่ในขณะเดียวกันยังคงมีประสิทธิภาพในการกำจัดฟอสฟอรัสสูงสัดส่วนที่สูงขึ้นของฟอสฟอรัสในสลัดจ์ส่วนเกินทำให้สลัดจ์มีสมบัติเหมาะที่จะนำไปทำเป็นปุ๋ยหรือสารปรับสภาพดิน ในการทดลองใช้ถังปฏิกิริยาแบบกวนสมบูรณ์ขนาดโต๊ะทดลองซึ่งประกอบด้วยถังแอนแอโรบิก ถังแอโรบิก และถังตกตะกอน น้ำเสียที่ป้อนเข้าสู่ระบบทดลองมีอัตราน้ำไหลเข้า 36 ลิตร/วันมีระยะเวลากักพักน้ำภายใต้สภาวะแอนแอโรบิกและแอโรบิก 2 และ 4 ชั่วโมงตามลำดับ น้ำเสียที่ใช้เป็นน้ำเสียสังเคราะห์มีอัตราส่วนบีโอดีต่อฟอสฟอรัสเท่ากับ 45:1 (CE), 20:1 (OK) และ 5:1 (CL)พบว่าการทำงานของระบบไม่สามารถทำให้เกิดการกำจัดฟอสฟอรัสได้ดีที่อุณหภูมิห้องและเอสอาร์ที 5 วันแต่ที่เอสอาร์ที 10 วัน พบว่า ระบบสามารถกำจัดฟอสฟอรัสได้โดยมีประสิทธิภาพเท่ากับร้อยละ70, 61 และ 35 แต่เมื่อพิจารณาถึงปริมาณฟอสฟอรัสในสลัดจ์แล้ว พบว่าการทดลองด้วยน้ำเสีย CLมีค่าสูงสุดคือเท่ากับร้อยละ 17.5 ในขณะที่การทดลองด้วยน้ำเสีย OK และ CE มีค่าร้อยละ 9.48และ 4.61 ตามลำดับ นอกจากนี้ยังพบว่าการยืดระยะเวลาการเติมอากาศทำให้ระบบมีประสิทธิภาพในการกำจัดฟอสฟอรัสและปริมาณฟอสฟอรัสในสลัดจ์สูงขึ้น โดยมีค่าที่เหมาะสมที่สุดในการยืดระยะเวลาการเติมอากาศคือ 5, 1 และ 2.5 ชั่วโมง รวมระยะเวลาการเติมอากาศเป็น 9, 5 และ 6.5 ชั่วโมง สำหรับระบบ CE, OK และ CL ตามลำดับ อย่างไรก็ดีพบว่าถ้ายืดระยะเวลาออกไปอีกจะทำให้มีการปลดปล่อยฟอสฟอรัสแบบขั้นสองกลับคืนออกมา ทำให้น้ำที่ผ่านการบำบัดมีความเข้มข้นของฟอสฟอรัสสูงขึ้น นอกจากนี้การยืดระยะเวลาการเติมอากาศสามารถลดปริมาณสลัดจ์ลงตามระยะเวลาที่ยืดออกไปและทำให้สลัดจ์ที่ได้มีความสามารถในการรีดน้ำที่อาศัยแรงโน้มถ่วงโลก (เช่นการใช้ลานตากตะกอน) ดีขึ้นเพราะมีค่าซีเอสที (capillary suction time) ลดลง โดยระยะเวลาเติมอากาศที่ยืดออกไปที่เหมาะสมที่สุดของการทดลองด้วยน้ำเสีย CE, OK และ CL คือ 1, 3.5 และ 4 ชั่วโมงตามลำดับ ทำให้ได้ค่าซีเอสทีเท่ากับ 23.66, 19.61 และ 23.05 วินาที และหากทำการยืดเวลาการเติมอากาศต่อไปอีกจะทำให้ความสามารถในการรีดน้ำของทุกระบบลดลง ส่วนความสามารถในการรีดน้ำด้วยแรงทางกลศาสตร์ (เช่นการใช้เครื่องรีดน้ำแบบอัดกรองใต้ความดัน) การยืดเวลาการเติมอากาศไม่ทำให้เกิดผลดีต่อสลัดจ์ เพราะทำให้รีดน้ำได้ยากขึ้น ซึ่งดูได้จากค่าความต้านทานจำเพาะ (specific resistance) ที่เพิ่มขึ้นตามระยะเวลาการเติมอากาศที่เพิ่มขึ้น

บรรณานุกรม :
นภาพร ทองคำมาก . (2542). ระยะเวลาการเติมอากาศที่เหมาะสมที่จัดการสลัดจ์ส่วนเกินได้ดีที่สุดในกระบวนการแอนแอโรบิก/แอโรบิก.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
นภาพร ทองคำมาก . 2542. "ระยะเวลาการเติมอากาศที่เหมาะสมที่จัดการสลัดจ์ส่วนเกินได้ดีที่สุดในกระบวนการแอนแอโรบิก/แอโรบิก".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
นภาพร ทองคำมาก . "ระยะเวลาการเติมอากาศที่เหมาะสมที่จัดการสลัดจ์ส่วนเกินได้ดีที่สุดในกระบวนการแอนแอโรบิก/แอโรบิก."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print.
นภาพร ทองคำมาก . ระยะเวลาการเติมอากาศที่เหมาะสมที่จัดการสลัดจ์ส่วนเกินได้ดีที่สุดในกระบวนการแอนแอโรบิก/แอโรบิก. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.