ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักประกันหนี้

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักประกันหนี้
นักวิจัย : สุชาดา กรรณสูต
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082542000508
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักประกันหนี้ตามกฎหมายหลักประกันด้วยทรัพย์ คือจำนองและจำนำ จะต้องพิจารณาว่าสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาเป็นทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือไม่ ตลอดจนกฎหมายหลักประกันด้วยทรัพย์สามารถรองรับการใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักประกันและบังคับคดีได้หรือไม่ ซึ่งจากหลักเกณฑ์และสาระสำคัญในการเป็นหลักประกันด้วยทรัพย์ ทรัพย์สินที่ใช้เป็นหลักประกันได้ในลักษณะจำนองคือ อสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์พิเศษและสาระสำคัญในลักษณะจำนำคือ การส่งมอบสังหาริมทรัพย์ให้แก่ผู้รับหลักประกัน ซึ่งผลการวิจัยพบว่าสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาเป็นทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพราะเป็นวัตถุที่ไม่มีรูปร่างที่อาจมีราคาและถือเอาได้รวมทั้งเป็นสิทธิซึ่งกฎหมายบัญญัติรับรอง แต่สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญามิใช่อสังหาริมทรัพย์ที่จะจำนองได้และไม่อาจส่งมอบการครอบครองในลักษณะจำนำได้ ส่วนการบังคับหลักประกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งยังคงมีปัญหาในความชัดเจนของกฎหมายเกี่ยวกับการบังคับหลักประกันที่เป็นทรัพย์สินที่ไม่มีรูปร่าง การใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักประกันหนี้จึงต้องอาศัยหลักนิติกรรมสัญญาแทนซึ่งเกิดขึ้นได้ยากในทางปฏิบัติ ผู้วิจัยได้เสนอแนวทางในการใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักประกันหนี้ โดยเสนอ 2แนวทาง คือ แนวทางที่หนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในเรื่องการจำนำสิทธิโดยเสนอให้มีการจำนำสิทธิเกี่ยวกับทรัพย์สินใดๆ ที่มิใช่สิทธิเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ได้โดยให้มีการจดแจ้งการจำนำหรือจดทะเบียนการจำนำและแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาให้มีการจำนำสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อให้สอดคล้องกับการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และแนวทางที่สองเสนอให้มีกฎหมายพิเศษว่าด้วยหลักประกันในสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาซึ่งทั้งสองแนวทางจะมีสาระสำคัญดังนี้ กล่าวคือ ให้ความคุ้มครองผู้รับหลักประกันในฐานะเป็นเจ้าหนี้มีประกันและเป็นเจ้าหนี้มีบุริมสิทธิเหนือเจ้าหนี้สามัญ คุ้มครองบุคคลภายนอกให้สามารถตรวจสอบภาระผูกพันในทรัพย์สินหากมีการจำนำมาก่อนได้โดยดูจากบันทึกการจำนำหรือทะเบียนการจำนำได้ ผู้ให้หลักประกันยังคงมีสิทธิในการใช้สอย ก่อให้เกิดประโยชน์ในหลักประกันนั้นได้ตามปกติ หากมีการบังคับหลักประกันแล้วได้เงินน้อยกว่าจำนวนค้างชำระ ลูกหนี้ต้องรับผิดใช้ในส่วนที่ขาด ตลอดจนปรับปรุงบทบัญญัติการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในการบังคับคดีกับหลักประกันที่เป็นสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาให้ชัดเจนทั้งนี้ ผู้วิจัยได้ยกร่างบทบัญญัติตามแนวทางและสาระสำคัญข้างต้นเสนอไว้ในงานวิจัยนี้ด้วย

บรรณานุกรม :
สุชาดา กรรณสูต . (2542). การใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักประกันหนี้.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุชาดา กรรณสูต . 2542. "การใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักประกันหนี้".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุชาดา กรรณสูต . "การใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักประกันหนี้."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print.
สุชาดา กรรณสูต . การใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักประกันหนี้. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.