| ชื่อเรื่อง | : | การเลือกใช้กรอบการอ้างอิงเชิงปริภูมิของผู้พูดภาษาไทยและภาษาญี่ปุ่นเพศหญิงและเพศชาย |
| นักวิจัย | : | วิเชียร สุนิธรรม |
| คำค้น | : | SPATIAL FRAME OF REFFENCE , SPATIAL SEMANTICS , SPATIAL PREPOSITIONS , COGNITIVESEMANTICS , COGNITIVE LINGUISTICS |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2542 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082542000418 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายที่จะวิเคราะห์และเปรียบเทียบการเลือกใช้กรอบการอ้างอิงเชิงปริภูมิซึ่งใช้ในการอ้างอิงตำแหน่งของวัตถุโดยอาศัยวัตถุที่มีด้านชัดเจนและวัตถุที่มีด้านไม่ชัดเจน โดยกลุ่มตัวอย่างชายไทย หญิงไทย ชายญี่ปุ่น และหญิงญี่ปุ่น จากการทดลองโดยวิธีการรับรู้ นอกจากนี้ การศึกษาวิจัยครั้งนี้ยังมุ่งที่จะหาข้อเท็จจริงว่าระบบคำแสดงปริภูมิ (Spatial markers) ในภาษาไทยและภาษาญี่ปุ่นเป็นปัจจัยช่วยคาดเดาการเลือกใช้กรอบการอ้างอิงเชิงปริภูมิของผู้พูดทั้งสองภาษาหรือไม่ การศึกษาวิจัยครั้งนี้ เลือกใช้คำบุพบทในภาษาไทยและคำอนุบทในภาษาญี่ปุ่น ซึ่งแสดงมโนทัศน์ ~iหน้า~iและ ~iหลัง~i ได้แก่คำบุพบท ~iหน้า~i และ ~iหลัง~i ในภาษาไทยและคำอนุบท ma(+,e) (หน้า) และu(+,242)iro (หลัง) ในภาษาญี่ปุ่น กลุ่มตัวอย่าง 61 คน ประกอบไปด้วยกลุ่มตัวอย่างชายไทย 15 คน หญิงไทย 15 คน ชายญี่ปุ่น15 คน และหญิงญี่ปุ่น 16 คน เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองได้แก่ (1) ไม้กระดานขนาด 15 x 20 นิ้วระบายสีเป็นรูปถนนซึ่งมีที่จอดรถ 4 ตำแหน่ง (2) รถยนต์เด็กเล่น 3 คัน และรถเต่าเด็กเล่นVolkswagen 1 คัน (3) ต้นไม้จำลองขนาดเล็กทำจากไม้ กลุ่มตัวอย่างทั้งหมดถูกสมมุติให้จินตนาการขับรถเด็กเล่นเพื่อส่งเพื่อนกลับบ้าน โดยที่ผู้ขับไม่รู้จักบ้านของเพื่อน การทดลองครั้งที่ 1 ซึ่งประกอบไปด้วยการทดลองย่อย 2 ครั้ง กลุ่มตัวอย่างจะต้องจอดรถยนต์เด็กเล่น ณ ตำแหน่งที่คิดว่าบ่งบอก มโนทัศน์~iหน้า~i หรือ ~iหลัง~i ของต้นไม้ และรถยนต์เต่า Volkswagen ในการทดลองครั้งที่ 2 ซึ่งห่างจากการทดลองครั้งแรกประมาณ 2 สัปดาห์ การดำเนินการทดลองเป็นไปในลักษณะเดียวกัน แตกต่างเพียงคำบุพบทหรืออนุบทที่ใช้ในการทดลอง กล่าวคือถ้าในการทดลองครั้งแรกกับต้นไม้ ใช้คำว่าบุพบทหรืออนุบทที่แสดงมโนทัศน์ ~iหน้า~i ในการทดลองครั้งที่สองกับต้นไม้ต้องใช้คำบุพบทหรืออนุบทที่แสดงมโนทัศน์ ~iหลัง~i เป็นต้นการทดลองในแต่ละครั้งจะถูกเก็บบันทึกในแผ่นข้อมูลการรับรู้ (Perception Data Sheet) เพื่อนำไปวิเคราะห์ข้อมูล การทดสอบความแตกต่างค่าสัดส่วนของสองประชากรเป็นค่าสถิติที่ถูกนำมาใช้ เพื่อเปรียบเทียบการใช้กรอบการอ้างอิงเชิงปริภูมิของกลุ่มตัวอย่าง ทั้งภายในและระหว่างกลุ่ม ว่ามีนัยสำคัญหรือไม่อย่างไร ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากการทดลองเป็นดังนี้ (1) ผู้พูดภาษาไทยและญี่ปุ่นทั้งสองเพศใช้กรอบการอ้างอิงแบบเนื้อในเมื่อวัตถุอ้างถึงมีหน้าตาชัดเจน (2) ผู้พูดภาษาไทยและภาษาญี่ปุ่นทั้งเพศชายและหญิงใช้กรอบการอ้างอิงเชิงปริภูมิแบบสัมพัทธ์ เมื่อวัตถุอ้างถึงไม่มีหน้าตาชัดเจน (3) ไม่มีความแตกต่างระหว่างชายและหญิงของทั้งสองภาษาในการเลือกใช้กรอบการอ้างอิงเชิงปริภูมิ (4) มีความแตกต่างระหว่างผู้พูดภาษาไทยและผู้พูดภาษาญี่ปุ่นในการมองเกี่ยวกับมโนทัศน์ ~iหน้า~i ในสถานการณ์ที่มีวัตถุอ้างถึงเป็นต้นไม้ โดยผู้พูดภาษาไทยมีมุมมองมโนทัศน์ ~iหน้า~i ในทิศทางที่ห่างไปจากตัวเอง ในขณะที่ผู้พูดภาษาญี่ปุ่นมีมุมมองเกี่ยวกับมโนทัศน์ ~iหน้า~i ในทิศทางที่ใกล้กับตัวเอง (5) ระบบคำแสดงปริภูมิของทั้งสองภาษาสัมพันธ์กับการมองมโนทัศน์ ~iหน้า~i ที่แตกต่างกันของผู้พูดทั้งสองภาษา กล่าวคือคำบุพบทและอนุบทของทั้งสองภาษาที่มีความหมายทั้งในเชิงสถานที่และเวลามักจะสัมพันธ์กับพื้นที่ที่กำหนดในการทดลอง โดยผู้พูดภาษาไทยซึ่งเลือกพื้นที่ย่อย 3 หรือพื้นที่หันหน้าออกไปจากตัวเองมีคำบุพบท ~iหลัง~i เป็นคำที่มีความหมายทั้งในแง่พื้นที่และเวลา เช่นเดียวกับผู้พูดภาษาญี่ปุ่น ซึ่งเลือกพื้นที่ย่อย 1 หรือพื้นที่ที่หันหน้าเข้าหาตวเอง มีคำอนุบท ma(+,e) ซึ่งมีความหมายทั้งในแง่พื้นที่และเวลา |
| บรรณานุกรม | : |
วิเชียร สุนิธรรม . (2542). การเลือกใช้กรอบการอ้างอิงเชิงปริภูมิของผู้พูดภาษาไทยและภาษาญี่ปุ่นเพศหญิงและเพศชาย.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วิเชียร สุนิธรรม . 2542. "การเลือกใช้กรอบการอ้างอิงเชิงปริภูมิของผู้พูดภาษาไทยและภาษาญี่ปุ่นเพศหญิงและเพศชาย".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วิเชียร สุนิธรรม . "การเลือกใช้กรอบการอ้างอิงเชิงปริภูมิของผู้พูดภาษาไทยและภาษาญี่ปุ่นเพศหญิงและเพศชาย."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print. วิเชียร สุนิธรรม . การเลือกใช้กรอบการอ้างอิงเชิงปริภูมิของผู้พูดภาษาไทยและภาษาญี่ปุ่นเพศหญิงและเพศชาย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.
|
