| ชื่อเรื่อง | : | การจำแนกประเภทหอยนางรมสกุล CRASSOSTREA สกุล SACCOSTREA และสกุล STRIOSTREA ในประเทศไทยโดยใช้เครื่องหมายอาร์เอพีดี |
| นักวิจัย | : | ปิติ อ่ำพายัพ |
| คำค้น | : | OYSTERS , RAPD , GENETIC DIVERSITY , SPECIES - SPFCIFIC MARKERS , CRASSOSTREA , SACCOSTREA , STRIOSTREA |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2542 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082542001288 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ในการวิเคราะห์ความหลากหลาย และการค้นหาเครื่องหมายทางพันธุกรรม ที่จำเพาะกับหอยนางรมในประเทศไทย 5 ชนิด คือ ~iCrassostrea belcheri~i (Sowerby, 1871) ~iC. iredalei~i (Faustino, 1932)~iSaccostrea cucullata~i (Born, 1778) ~iS. forskali~i (Gmelin, 1791) และ ~iStriostrea~i (Parastriostrea)~imytiloides~i (Lamarck, 1819) ด้วยเทคนิคอาร์เอพีดี โดยการคัดเลือกไพรเมอร์ซึ่งมีขนาด 10 นิวคลีโอไทด์ จำนวน 103 ไพรเมอร์ พบว่ามี 5 ไพรเมอร์ คือ OPA09 OPB01 OPB08 UBC210 และ UBC220ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์ลักษณะทางพันธุกรรมของหอยนางรมในประเทศไทย จากการวิเคราะห์ด้วยเทคนิคอาร์เอพีดี โดยใช้ 5 ไพรเมอร์ พบว่าสามารถให้รูปแบบของแถบดีเอ็นเอเหมือนเดิมเมื่อทำซ้ำ และให้ความหลากหลายของแถบดีเอ็นเอ จำนวนทั้งหมด 254 แถบ ซึ่งมีขนาดอยู่ในช่วง 200 - 2500 คู่เบส โดยแต่ละไพรเมอร์สามารถให้รูปแบบของจีโนไทป์ทั้งหมดเป็น 193 192 174192 และ 181 จีโนไทป์ ตามลำดับ เมื่อคำนวณเปอร์เซนต์ความหลากหลายของแถบดีเอ็นเอใน~iC.belcheri C. iredalei S. cucullata S. forskali~i และ ~iS. mytiloides~i พบว่า มีเปอร์เซนต์ความหลากหลายของแถบดีเอ็นเอ เท่ากับ 52.23% 74.67% 97.69% 99.40% และ 98.50% ตามลำดับ เมื่อทำการวิเคราะห์หาค่าความแตกต่างทางพันธุกรรม พบว่าค่าความแตกต่างทางพันธุกรรมระหว่างสปีชีส์มีค่าสูงกว่าภายในสปีชีส์เดียวกัน และจากการสร้างแผนภูมิความสัมพันธ์ในเชิงวิวัฒนาการ โดยใช้วิธีneighbor-joining พบว่าสามารถแยกหอยนางรมในสกุล ~iCrassostrea~i และ ~iSaccostrea~iออกจากกัน และพบว่าภายในหอยนางรมสกุลเดียวกันจะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกัน จากการค้นหาเครื่องหมายทางพันธุกรรม ที่จำเพาะกับหอยนางรม 5 ชนิดในประเทศไทย พบว่ามีแถบดีเอ็นเอที่จำเพาะต่อ ~iC. belcheri~i จำนวน 10 แถบ ต่อ ~iC. iredalei~i จำนวน 5 แถบ และต่อ~iS. cucullata~i จำนวน 2 แถบ และได้คัดเลือกแถบดีเอ็นเอที่จำเพาะกับ ~iC. belcheri~i จำนวน 3 แถบเพื่อนำมาโคลน และลำดับเบส (pPACB1, pPACB2 และ pPACB3) จากนั้นได้ทำการออกแบบแต่ละคู่ของไพรเมอร์ จำนวน 3 คู่ ที่ได้จากแต่ละโคลน เพื่อที่จะนำไปใช้เพิ่มปริมาณดีเอ็นเออย่างจำเพาะด้วยเทคนิคพีซีอาร์ พบว่าผลิตผลพีซีอาร์ที่ได้ มีขนาด 536 คู่เบส 600 คู่เบส และ 506 คู่เบส ตามลำดับเมื่อทำการตรวจสอบความไวจากแต่ละคู่ของไพรเมอร์ พบว่าสามารถตรวจดีเอ็นเอของ ~iC. belcheri~iที่มีความเข้มข้นได้น้อยถึง 30 พิโคกรัม จากนั้นได้คัดเลือกไพรเมอร์ pPACB-1F/R มาใช้ตรวจสอบความจำเพาะกับ ~iC. belcheri~i กับตัวอย่างทั้งหมดจำนวน 203 ตัวอย่าง ซึ่งประกอบด้วยหอยนางรมในประเทศไทยทุกชนิดที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ หอยนางรม ~iS. commercialis~i จากประเทศออสเตรเลียและหอยแมลงภู่ ~iPerna viridis~i จากผลการทดลอง พบว่าคู่ของไพรเมอร์ pPACB-1F/R สามารถให้เครื่องหมายพันธุกรรมที่จำเพาะต่อ ~iC. belcheri~i ในประเทศไทย |
| บรรณานุกรม | : |
ปิติ อ่ำพายัพ . (2542). การจำแนกประเภทหอยนางรมสกุล CRASSOSTREA สกุล SACCOSTREA และสกุล STRIOSTREA ในประเทศไทยโดยใช้เครื่องหมายอาร์เอพีดี.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปิติ อ่ำพายัพ . 2542. "การจำแนกประเภทหอยนางรมสกุล CRASSOSTREA สกุล SACCOSTREA และสกุล STRIOSTREA ในประเทศไทยโดยใช้เครื่องหมายอาร์เอพีดี".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปิติ อ่ำพายัพ . "การจำแนกประเภทหอยนางรมสกุล CRASSOSTREA สกุล SACCOSTREA และสกุล STRIOSTREA ในประเทศไทยโดยใช้เครื่องหมายอาร์เอพีดี."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print. ปิติ อ่ำพายัพ . การจำแนกประเภทหอยนางรมสกุล CRASSOSTREA สกุล SACCOSTREA และสกุล STRIOSTREA ในประเทศไทยโดยใช้เครื่องหมายอาร์เอพีดี. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.
|
