| ชื่อเรื่อง | : | ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการชมรายการโทรทัศน์กับการใช้รายการโทรทัศน์ในการเรียนการสอนของครูประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษากรุงเทพมหานคร |
| นักวิจัย | : | คนึงนิจ ก่ำทอง |
| คำค้น | : | VIEWING BEHAVIOUR , USE OF TELEVISION PROGRAMS IN INSTRUCTION , ELEMENTARYSCHOOL TEACHERS |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2542 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082542000168 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยเชิงสำรวจครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาพฤติกรรมการชมรายการโทรทัศน์ของครูประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษากรุงเทพมหานคร (2) ศึกษาการใช้รายการโทรทัศน์ในการเรียนการสอนของครูประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษากรุงเทพมหานคร(3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสถานภาพของครูและพฤติกรรมการชมรายการโทรทัศน์กับการใช้รายการโทรทัศน์ในการเรียนการสอนของครูประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษากรุงเทพมหานครศึกษาตัวแปรด้านสถานภาพของครูและพฤติกรรมการชมรายการโทรทัศน์ที่ร่วมกันอธิบายความแปรปรวนของการใช้รายการโทรทัศน์ในการเรียนการสอนของครูประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษากรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างเป็นครูประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษากรุงเทพมหานครจำนวน 1,174 คน ซึ่งได้มาจากวิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่างอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสอบถามและการสัมภาษณ์ ผลการวิจัยพบว่า 1. ครูประถมศึกษาส่วนใหญ่ (60.4%) ชมรายการโทรทัศน์ทุกวัน ช่วงเวลาในการชมมากที่สุดในวันจันทร์-อาทิตย์ คือ เวลา 18.00-20.00 น. ระยะเวลาในการชมส่วนใหญ่ 2 ชั่วโมงขึ้นไปเฉลี่ยแต่ละครั้งชม 3 รายการ ประเภทของรายการที่ชมบ่อยคือ รายการข่าว 2. ครูประถมศึกษาใช้รายการโทรทัศน์ในการเรียนการสอนในระดับปานกลาง 3. มีความสัมพันธ์ทางบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ระหว่างสถานภาพของครูและพฤติกรรมการชมรายการโทรทัศน์กับการใช้รายการโทรทัศน์ในการเรียนการสอน จำนวน 28 ตัว ซึ่ง3 อันดับแรก ได้แก่ การชมรายการโทรทัศน์ประเภทรายการข่าว ระยะเวลาในการชม 2 ชั่วโมงขึ้นไปปริมาณของรายการที่ชม 4 รายการขึ้นไป มีความสัมพันธ์ทางลบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05ระหว่างสถานภาพของครูและพฤติกรรมการชมรายการโทรทัศน์กับการใช้รายการโทรทัศน์ในการเรียนการสอน จำนวน 17 ตัว ซึ่ง 3 อันดับแรก ได้แก่ ปริมาณของรายการที่ชม 2 รายการ การชมรายการโทรทัศน์ 3-4 วัน/สัปดาห์ ระยะเวลาในการชมประมาณ 1 ชั่วโมง 4. การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบปกติ พบตัวแปรที่สามารถอธิบายความแปรปรวนของการใช้รายการโทรทัศน์ในการเรียนการสอนในขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ขั้นสอน ขั้นสรุปและขั้นวัดผลได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จำนวน 11, 13, 8 และ 14 ตัว ตามลำดับ โดยตัวแปรทุกตัวในแต่ละขั้นสามารถอธิบายความแปรปรวนของการใช้รายการโทรทัศน์ในการเรียนการสอนได้เท่ากับ60.49%, 63.20%, 50.70% และ 54.26% ตามลำดับ 5. การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบเพิ่มตัวแปรทีละขั้น พบตัวแปรที่สามารถอธิบายความแปรปรวนของการใช้รายการโทรทัศน์ในการเรียนการสอนในขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ขั้นสอน ขั้นสรุปและขั้นวัดผลได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จำนวน 14, 15, 13 และ 14 ตัว ตามลำดับ โดยตัวแปรทุกตัวในแต่ละขั้นสามารถอธิบายความแปรปรวนของการใช้รายการโทรทัศน์ในการเรียนการสอนได้เท่ากับ58.75%, 61.51%, 48.22% และ 51.62% ตามลำดับ |
| บรรณานุกรม | : |
คนึงนิจ ก่ำทอง . (2542). ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการชมรายการโทรทัศน์กับการใช้รายการโทรทัศน์ในการเรียนการสอนของครูประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษากรุงเทพมหานคร.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. คนึงนิจ ก่ำทอง . 2542. "ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการชมรายการโทรทัศน์กับการใช้รายการโทรทัศน์ในการเรียนการสอนของครูประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษากรุงเทพมหานคร".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. คนึงนิจ ก่ำทอง . "ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการชมรายการโทรทัศน์กับการใช้รายการโทรทัศน์ในการเรียนการสอนของครูประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษากรุงเทพมหานคร."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print. คนึงนิจ ก่ำทอง . ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการชมรายการโทรทัศน์กับการใช้รายการโทรทัศน์ในการเรียนการสอนของครูประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษากรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.
|
