| ชื่อเรื่อง | : | การเปรียบเทียบผลการประเมินความต้องการจำเป็นในการจัดการเรียนแบบเรียนร่วมระหว่างเทคนิคสตอรี่บอร์ดดิ้งแบบเดิมและแบบปรับปรุง |
| นักวิจัย | : | ปานจันทร์ โหทอง |
| คำค้น | : | NEEDS ASSESSMENT , STORY BOARDING TECHNIQUE , MAINSTREAMING |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2542 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082542000148 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ประเมินความต้องการจำเป็นในการจัดการเรียนแบบเรียนร่วม โดยใช้เทคนิคสตอรี่บอร์ดดิ้งแบบเดิมและเทคนิคสตอรี่บอร์ดดิ้งแบบปรับปรุง (2) เปรียบเทียบผลการประเมินความต้องการจำเป็นระหว่างการใช้เทคนิคสตอรี่บอร์ดดิ้งแบบเดิมและเทคนิคสตอรี่บอร์ดดิ้งแบบปรับปรุง โดยเปรียบเทียบใน 2 ประเด็น (2.1) ลักษณะของความต้องการจำเป็นที่ได้จากแต่ละเทคนิคในด้านความคิดริเริ่มและความหลากหลายของข้อมูล (2.2) การยอมรับในผลการประเมินความต้องการจำเป็น (3) เปรียบเทียบความคิดเห็นด้านความยากง่ายในการปฏิบัติ ด้านความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมกระบวนการกลุ่ม และบรรยากาศในการใช้เทคนิคสตอรี่บอร์ดดิ้งแบบเดิมและแบบปรับปรุง กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยคือครูในโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนแบบเรียนร่วม สังกัดสำนักงานการประถมศึกษากรุงเทพมหานคร 14 โรงเรียน จำนวน 795 คน โดยมีผู้เข้าร่วมกระบวนการกลุ่มในการประเมินความต้องการจำเป็น2 กลุ่ม กลุ่มละ 7 คน ซึ่งแต่ละเทคนิคมีรูปแบบดังนี้ (1) เทคนิคสตอรี่บอร์ดดิ้งแบบ 1 ใช้รูปแบบระดมความคิดปกติและให้ครูเสนอแนะเพิ่มเติมด้วยป้ายประกาศ (2) เทคนิคสตอรี่บอร์ดดิ้งแบบ 2 ใช้รูปแบบระดมความคิดกลุ่มสมมตินัยและให้ครูเสนอแนะเพิ่มเติมด้วยป้ายประกาศ (3) เทคนิคสตอรี่บอร์ดดิ้ง 3ใช้รูปแบบระดมความคิดปกติและให้ครูเสนอแนะเพิ่มเติมด้วยแบบสอบถาม (4) เทคนิคสตอรี่บอร์ดดิ้งแบบ 4 ใช้รูปแบบระดมความคิดกลุ่มสมมตินัยและให้ครูเสนอแนะเพิ่มเติมด้วยแบบสอบถาม ผลการวิจัยได้ดังนี้ 1. ความต้องการจำเป็นที่ได้จากการประเมินด้วยเทคนิคสตอรี่บอร์ดดิ้งแบบเดิมและแบบปรับปรุงประกอบด้วยความต้องการจำเป็น 6 ด้าน ได้แก่ ด้านผู้บริหาร ด้านกิจกรรมการเรียนการสอน ด้านบุคลากรและการพัฒนาบุคลากร ด้านการจัดการ ด้านผู้ปกครอง และด้านอื่นๆ โดยไม่แตกต่างกันทั้ง 2 แบบ 2. ผลจากการประเมินความต้องการจำเป็น พบว่า การประเมินความต้องการจำเป็นโดยใช้เทคนิคสตอรี่บอร์ดดิ้งแบบ 3 และแบบ 4 ทำให้ได้ผลความต้องการจำเป็นที่มีลักษณะความคิดริเริ่ม ความคิดหลากหลายและมีการยอมรับผลการประเมินความต้องการจำเป็นมากกว่าเทคนิคสตอรี่บอร์ดดิ้งแบบ 1 และแบบ 2 3. ผู้เข้าร่วมกระบวนการกลุ่มมีความพึงพอใจในเทคนิคสตอรี่บอร์ดดิ้งแบบ 3 และแบบ 4รวมทั้งเห็นว่าสามารถปฏิบัติได้ง่ายกว่าเทคนิคสตอรี่บอร์ดดิ้งแบบ 1 และแบบ 2 ส่วนบรรยากาศในการใช้เทคนิคสตอรี่บอร์ดดิ้งแบบเดิมและแบบปรับปรุงมีลักษณะคล้ายคลึงกัน |
| บรรณานุกรม | : |
ปานจันทร์ โหทอง . (2542). การเปรียบเทียบผลการประเมินความต้องการจำเป็นในการจัดการเรียนแบบเรียนร่วมระหว่างเทคนิคสตอรี่บอร์ดดิ้งแบบเดิมและแบบปรับปรุง.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปานจันทร์ โหทอง . 2542. "การเปรียบเทียบผลการประเมินความต้องการจำเป็นในการจัดการเรียนแบบเรียนร่วมระหว่างเทคนิคสตอรี่บอร์ดดิ้งแบบเดิมและแบบปรับปรุง".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปานจันทร์ โหทอง . "การเปรียบเทียบผลการประเมินความต้องการจำเป็นในการจัดการเรียนแบบเรียนร่วมระหว่างเทคนิคสตอรี่บอร์ดดิ้งแบบเดิมและแบบปรับปรุง."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print. ปานจันทร์ โหทอง . การเปรียบเทียบผลการประเมินความต้องการจำเป็นในการจัดการเรียนแบบเรียนร่วมระหว่างเทคนิคสตอรี่บอร์ดดิ้งแบบเดิมและแบบปรับปรุง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.
|
