ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การใช้เทคนิคสนทนากลุ่มและระเบียบวิธีคิวในการประเมินความต้องการของเด็กต่างชาติชาวพม่า : กรณีศึกษาชุมชนผู้ย้ายถิ่นชาวพม่าในจังหวัดระนอง

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การใช้เทคนิคสนทนากลุ่มและระเบียบวิธีคิวในการประเมินความต้องการของเด็กต่างชาติชาวพม่า : กรณีศึกษาชุมชนผู้ย้ายถิ่นชาวพม่าในจังหวัดระนอง
นักวิจัย : อมรทิพย์ อมราภิบาล
คำค้น : MIGRANT CHILDREN , NEEDS ASSESSMENT , PHYSICAL NEEDS , MENTAL NEEDS , EDUCATION NEEDS , FOCUS GROUP TECHNIQUE , Q-METHODOLOGY
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082542000134
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 2 ข้อ คือ 1) เพื่อประเมินความต้องการของเด็กต่างชาติชาวพม่าในจังหวัดระนอง และ 2) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของการประยุกต์ใช้เทคนิควิธีเชิงคุณภาพร่วมกับเชิงปริมาณ ประชากรคือเด็กต่างชาติในจังหวัดระนอง เลือกตัวอย่างแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้คือแนวคำถามในการสนทนากลุ่ม บัตรรายการ และแบบสัมภาษณ์ปลายเปิด การวิเคราะห์ข้อมูลใช้วิธีวิเคราะห์แบบเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ความถี่ ร้อยละ และสหสัมพันธ์แบบอันดับ โดยมีขั้นตอนการวิจัยคือ (1) จัดสนทนากลุ่ม 6 กลุ่ม รวม 41 คน เพื่อรวบรวมรายการความต้องการ (2) จัดอันดับความสำคัญของรายการด้วยวิธีจัดอันดับแบบคิว โดยกลุ่มตัวอย่างจำนวน134 คน (3) ตรวจสอบข้อค้นพบกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญในพื้นที่จำนวน 6 คน ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. กลุ่มตัวอย่างมีความต้องการด้านกายภาพเรื่องสภาพแวดล้อม สุขอนามัยชุมชน สุขอนามัยส่วนบุคคล น้ำบริโภคและโภชนาการ ความต้องการที่เกิดจากภัยคุกคาม การถูกละเมิดทางเพศ การทำงาน การใช้บริการรักษาพยาบาล และโดยภาพแล้วผู้ย้ายถิ่นตระหนักในความสำคัญของความต้องการด้านกายภาพ 2. กลุ่มตัวอย่างมีความต้องการด้านจิตใจเกี่ยวกับศาสนา วัฒนธรรมประเพณีเดิม การปรับตัวกับสังคมใหม่ ความต้องการที่เกิดจากสภาวะกดดันภายในครอบครัว การทำงานและความสัมพันธ์กับคนไทยภาวะยากลำบากของผู้ปกครอง ต้องการการปกป้องคุ้มครอง และต้องการสัญชาติไทย โดยภาพแล้วผู้ย้ายถิ่นตระหนักในความสำคัญของความต้องการด้านจิตใจ 3. กลุ่มตัวอย่างมีความต้องการด้านการศึกษาในเรื่องเนื้อหาวิชาเพศศึกษา วิชาชีพและวิชาพื้นฐานต่างๆ ส่วนด้านรูปแบบและการจัดการเรียนการสอนไม่พบว่าเป็นความต้องการที่สำคัญ โดยภาพแล้วผู้ย้ายถิ่นยังไม่ตระหนักในความสำคัญของความต้องการด้านการศึกษามากนัก 4. เมื่อจำแนกกลุ่มตามตัวแปรภูมิหลังต่างๆ พบว่า ผู้ย้ายถิ่นมีความต้องการด้านกายภาพไม่แตกต่างกัน ความต้องการด้านจิตใจค่อนข้างแตกต่างกัน และความต้องการด้านการศึกษาแตกต่างกันมาก 5. ในด้านประสิทธิผลของการใช้ 2 เทคนิควิธี พบว่า แต่ละวิธีมีข้อดีและข้อจำกัดในการใช้งานและแต่ละเทคนิควิธีสามารถเสริมจุดอ่อนของกันและกันได้ โดยสรุปแล้วในการประเมินความต้องการครั้งนี้ 2 เทคนิควิธีสามารถใช้ร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บรรณานุกรม :
อมรทิพย์ อมราภิบาล . (2542). การใช้เทคนิคสนทนากลุ่มและระเบียบวิธีคิวในการประเมินความต้องการของเด็กต่างชาติชาวพม่า : กรณีศึกษาชุมชนผู้ย้ายถิ่นชาวพม่าในจังหวัดระนอง.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อมรทิพย์ อมราภิบาล . 2542. "การใช้เทคนิคสนทนากลุ่มและระเบียบวิธีคิวในการประเมินความต้องการของเด็กต่างชาติชาวพม่า : กรณีศึกษาชุมชนผู้ย้ายถิ่นชาวพม่าในจังหวัดระนอง".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อมรทิพย์ อมราภิบาล . "การใช้เทคนิคสนทนากลุ่มและระเบียบวิธีคิวในการประเมินความต้องการของเด็กต่างชาติชาวพม่า : กรณีศึกษาชุมชนผู้ย้ายถิ่นชาวพม่าในจังหวัดระนอง."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print.
อมรทิพย์ อมราภิบาล . การใช้เทคนิคสนทนากลุ่มและระเบียบวิธีคิวในการประเมินความต้องการของเด็กต่างชาติชาวพม่า : กรณีศึกษาชุมชนผู้ย้ายถิ่นชาวพม่าในจังหวัดระนอง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.