| ชื่อเรื่อง | : | การทำลายฤทธิ์โลหะหนักในผงถ่านไฟฉายที่ใช้แล้ว โดยการทำให้เป็นก้อนแข็ง |
| นักวิจัย | : | ชัยวัฒน์ โพธิ์ทอง |
| คำค้น | : | BATTERY , SOLIDIFICATION , STABILIZATION |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2541 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082541001142 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาการทำลายฤทธิ์โลหะหนักในผงถ่านไฟฉายที่ใช้แล้วโดยการทำให้เป็นก้อนแข็ง ถ่านไฟฉายที่ใช้ในการวิจัยเป็นถ่านไฟฉายแบบคาร์บอน-สังกะสีขนาดใหญ่ ที่ถูกเก็บรวบรวมมาจากสถานีขนถ่ายอ่อนนุช วัสดุประสานที่ใช้ คือ ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภท 1, ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภท 5, ปูนซีเมนต์ซิลิกา,ปูนซีเมนต์ซิลิกาผสมปูนขาวร้อยละ 25 (โดยน้ำหนัก) และปูนซีเมนต์ซิลิกาผสมทรายร้อยละ 25 (โดยน้ำหนัก) จากการทดสอบคุณสมบัติของผงถ่านไฟฉาย โดยวิธีการสกัดสารของกรมโรงงานอุตสาหกรรม (ประกาศกรมโรงงานอุตสาหกรรม ฉบับที่ 1 พ.ศ.2531)พบว่า ผงถ่านไฟฉายส่วนใหญ่จัดอยู่ในประเภทสารมีพิษ โดยเฉพาะถ่านไฟฉาย B06 ซึ่งมีปริมาณการใช้มากที่สุด พบว่ามีความเข้มข้นของแคดเมียมและปรอทในน้ำชะละลายเท่ากับ3.79 มก./ล. และ 1.24 มก./ล. ตามลำดับ ซึ่งเกินเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้โดยประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 25 พ.ศ.2531 คือ แคดเมียมและปรอท ไม่เกิน1 มก./ล. และ 0.2 มก./ล. ตามลำดับ การทดสอบหาสัดส่วนผสมเบื้องต้น โดยการปรับเปลี่ยนสัดส่วนผสมระหว่างผงถ่านไฟฉาย (B06) ต่อวัสดุประสานทั้ง 5 ชนิด ในสัดส่วนตั้งแต่ 0, 0.1, 0.2 และ 0.3(โดยน้ำหนัก) พบว่า ปูนซีเมนต์ซิลิกามีประสิทธิภาพในการทำให้เป็นก้อนแข็งใกล้เคียงกับปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภท 1 และ 5 และเป็นวัสดุประสานที่หาง่ายและราคาถูกกว่าและที่สัดส่วน 0.1 ทำให้ก้อนตัวอย่างมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ที่กรมโรงงานกำหนดไว้กล่าวคือ มีค่ากำลังรับแรงอัดมากกว่า 14 กก./ตร.ซม., ความหนาแน่น มากกว่า1.04 ตัน/ลบ.ม. และผ่านมาตรฐานความเข้มข้นของโลหะหนักในน้ำชะละลายด้วยการทดสอบหาสัดส่วนที่เหมาะสม โดยใช้สัดส่วนปูนซีเมนต์ซิลิกาต่อผงถ่านไฟฉาย (B06)เป็น 6:1, 7:1, 8:1 และ 9:1 (โดยน้ำหนัก) พบว่าที่สัดส่วนผสมที่ 7:1 เมื่อบ่มครบ 28 วัน เป็นสัดส่วนที่เหมาะสม โดยก้อนตัวอย่างมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ที่ทางราชการกำหนด กล่าวคือ มีค่ากำลังรับแรงอัดเพิ่มขึ้นมากเป็น 102.9 กก./ตร.ซม., ความหนาแน่น 2.08 ตัน/ลบ.ม., ความเข้มข้นของแคดเมียมและปรอทในน้ำชะละลายเหลือ0.02 มก./ล. และ 0.0014 มก./ล. ตามลำดับ รวมทั้งมีลักษณะแข็งคล้ายหินและไม่มีกลิ่น จากผลการทดสอบระยะเวลาบ่มต่อการทำให้เป็นก้อนแข็ง โดยการนำก้อนตัวอย่างที่มีสัดส่วนปูนซีเมนต์ซิลิกาต่อผงถ่านไฟฉาย (B06) เท่ากับ 7:1 มาบ่มเป็นระยะเวลา7, 14, 28 และ 60 วัน พบว่า เมื่อระยะเวลาบ่มเพิ่มจะส่งผลให้กำลังรับแรงอัดสูงขึ้นในขณะที่ระยะเวลาบ่มจะมีผลต่อการชะละลายของโลหะหนักไม่มากนัก สำหรับการทดสอบการแช่ก้อนตัวอย่างในระยะยาว โดยการนำก้อนตัวอย่างที่สัดส่วนปูนซีเมนต์ซิลิกาต่อผงถ่านไฟฉาย (B06) เท่ากับ 7:1 ที่บ่มครบ 28 วัน มาบดแล้วแช่ในน้ำกลั่นที่มี pH5.8-6.3 เป็นเวลา 7, 14, 28 และ 60 วัน เมื่อนำน้ำชะละลายมาวิเคราะห์พบว่าระยะเวลาที่แช่นานขึ้นทำให้ปรอทถูกชะละลายออกมามากขึ้นด้วย ส่วนการทดสอบการนำผงถ่านไฟฉายยี่ห้ออื่นมาทำให้เป็นก้อนแข็ง โดยใช้สัดส่วนปูนซีเมนต์ซิลิกาต่อผงถ่านไฟฉายเท่ากับ 7:1 เมื่อบ่มครบ 28 วัน พบว่า ค่ากำลังแรงอัด, ความหนาแน่น และความเข้มข้นของโลหะหนัก ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้ทุกค่าเช่นกัน สำหรับการประเมินค่าใช้จ่าย ตั้งแต่ขั้นตอนการขนส่ง, ขั้นตอนการทำให้เป็นก้อนแข็ง จนถึงขั้นตอนการขนส่งไปฝังกลบจะสิ้นค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 25,000 บาทต่อตันผงถ่านไฟฉาย หรือประมาณร้อยละ 16.6 ของราคาขายของถ่านไฟฉายขนาดใหญ่(B06) |
| บรรณานุกรม | : |
ชัยวัฒน์ โพธิ์ทอง . (2541). การทำลายฤทธิ์โลหะหนักในผงถ่านไฟฉายที่ใช้แล้ว โดยการทำให้เป็นก้อนแข็ง.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ชัยวัฒน์ โพธิ์ทอง . 2541. "การทำลายฤทธิ์โลหะหนักในผงถ่านไฟฉายที่ใช้แล้ว โดยการทำให้เป็นก้อนแข็ง".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ชัยวัฒน์ โพธิ์ทอง . "การทำลายฤทธิ์โลหะหนักในผงถ่านไฟฉายที่ใช้แล้ว โดยการทำให้เป็นก้อนแข็ง."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print. ชัยวัฒน์ โพธิ์ทอง . การทำลายฤทธิ์โลหะหนักในผงถ่านไฟฉายที่ใช้แล้ว โดยการทำให้เป็นก้อนแข็ง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.
|
