ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของรูปทรงอนุภาคในการบดย่อยอนุภาค โดยใช้เครื่องบดแบบสั่นสะเทือน

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของรูปทรงอนุภาคในการบดย่อยอนุภาค โดยใช้เครื่องบดแบบสั่นสะเทือน
นักวิจัย : ศุภกิจ สมุทรพงศ์ธร
คำค้น : VIBRATION MILL , SHAPE ANALYSIS , FRACTAL DIMENSION , FLOWABILITY
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2541
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082541001111
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้ศึกษาถึงปัจจัยหลักต่างๆ ของกระบวนการบดในเครื่องบดแบบสั่นสะเทือน(Vibration Ball Mill) ที่มีผลต่อคุณสมบัติการไหลตัวของอนุภาคและการเปลี่ยนแปลงของรูปทรงอนุภาคภายหลังกระบวนการบด ปัจจัยที่ศึกษา ได้แก่ เวลาในการบดและอัตราส่วนโดยน้ำหนักระหว่างลูกบดกับอนุภาคที่นำมาบด การประเมินคุณสมบัติการไหลตัวของอนุภาคจะใช้เครื่องวิเคราะห์ลักษณะการไหลของอนุภาค (Powder Characteristics Tester)ส่วนการวิเคราะห์หารูปทรงอนุภาคนั้นจะประยุกต์ใช้แนวความคิดใหม่ตามหลักการของเรขาคณิตแฟรคทัล (Fractal Geometry) อนุภาคของวัตถุดิบที่ใช้ในการศึกษาในที่นี้ได้แก่ อนุภาคเฟลสปาร์ที่มีขนาดเริ่มต้น 1190-2000 ไมครอนหลังจากผ่านกระบวนการบดแล้วนำอนุภาคที่บดได้มาคัดขนาด โดยขนาดที่จะนำมาวิเคราะห์ลักษณะการไหลและรูปทรงมีด้วยกัน 3 ขนาด คือ 149-210 ไมครอน, 210-297 ไมครอน และ 297-420ไมครอน เพื่อจำแนกอิทธิพลของขนาดและรูปทรงของอนุภาคออกจากกัน จากการศึกษาดังกล่าวพบว่าเมื่อใช้เวลาในการบดเพิ่มขึ้น ความสามารถในการไหลตัวของอนุภาคภายหลังการบดทุกๆ ขนาดจะลดต่ำลง และเมื่อพิจารณาจากรูปทรงอนุภาคก็พบว่าความขรุขระของอนุภาคเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาในการบดเพิ่มขึ้น สำหรับผลกระทบของปัจจัยทางด้านอัตราส่วนโดยน้ำหนักระหว่างลูกบดกับอนุภาคสารพบว่าคุณสมบัติการไหลตัวของอนุภาคภายหลังการบดที่ทุกๆ ขนาดที่อัตราส่วน 4:1 จะดีที่สุด เมื่อใช้ค่าอัตราส่วนโดยน้ำหนักระหว่างลูกบดกับอนุภาคเฟลสปาร์เป็น 3:1, 5:1 และ 6:1 ค่าความสามารถในการไหลตัวจะต่ำลง ซึ่งจากแนวโน้มนี้สามารถอธิบายได้โดยการพิจารณาจากการเคลื่อนที่ของลูกบดในหม้อบด ถ้าในหม้อบดมีปริมาณลูกบดจำนวนมาก อัตราการชนกันของลูกบดกับอนุภาคเฟลสปาร์จะสูง ซึ่งจะทำให้อนุภาคเกิดการแตกตัวได้มากกว่า นำไปสู่ความขรุขระของอนุภาคที่เพิ่มขึ้น ส่วนในกรณีที่หม้อบดมีลูกบดจำนวนน้อย เช่นที่อัตราส่วน 3:1 การชนกันของลูกบดกับอนุภาคเฟลสปาร์จะเกิดขึ้นด้วยความแรงมากซึ่งจะทำให้อนุภาคที่ได้มีความขรุขระมาก ดังนั้นค่าความสามารถในการไหลตัวของอนุภาคหลังการบดที่อัตราส่วน 3:1 จึงมีค่าน้อยกว่าในกรณีที่อัตราส่วน 4:1

บรรณานุกรม :
ศุภกิจ สมุทรพงศ์ธร . (2541). การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของรูปทรงอนุภาคในการบดย่อยอนุภาค โดยใช้เครื่องบดแบบสั่นสะเทือน.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ศุภกิจ สมุทรพงศ์ธร . 2541. "การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของรูปทรงอนุภาคในการบดย่อยอนุภาค โดยใช้เครื่องบดแบบสั่นสะเทือน".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ศุภกิจ สมุทรพงศ์ธร . "การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของรูปทรงอนุภาคในการบดย่อยอนุภาค โดยใช้เครื่องบดแบบสั่นสะเทือน."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print.
ศุภกิจ สมุทรพงศ์ธร . การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของรูปทรงอนุภาคในการบดย่อยอนุภาค โดยใช้เครื่องบดแบบสั่นสะเทือน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.