| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาระบาดวิทยาของเชื้อ Methicillin-Resistant ~iStaphylococcus aureus~i (MRSA)โดยวิธี Pulsed-filed Gel Electrophoresis ในหน่วยผู้ป่วยไฟลวกที่โรงพยาบาลศิริราช |
| นักวิจัย | : | นัฎฐพร รุจิขจร |
| คำค้น | : | MRSA , PFGE , EPIDEMIOLOGICAL STUDY , BURN UNIT |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2541 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082541000784 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | จากการศึกษาต่อเนื่องกันเป็นเวลา 32 สัปดาห์ ในหออภิบาลผู้ป่วยไฟลวกพบMethicillin-resistant ~iStaphylococcus aureus~i (MRSA) ในโพรงจมูก มือ และแผลของผู้ป่วยไฟลวก 16 รายจากทั้งหมด 30 รายคิดเป็น 53.33% ในโพรงจมูกของบุคลากรทางการแพทย์ 54 ราย พบเชื้อ 8 ราย (14.81%) นอกจากนี้ยังแยกเชื้อ MRSA ได้จากอุปกรณ์ที่ใช้รักษาผู้ป่วยแต่ละราย ได้แก่ราวจับเตียง, เครื่องควบคุมการให้ของเหลวกับผู้ป่วย (enteral pump) และอ่างฟอกตัว ผลการศึกษาการติดเชื้อในหออภิบาลผู้ป่วยอุบัติเหตุ (Traumatic ICU) ซึ่งมีรายงานการพบเชื้อในช่วงเวลาการศึกษาพบเชื้อ MRSA ในผู้ป่วย 3 รายจาก 11 ราย (27.27%) ไม่พบเชื้อ MRSA ในบุคลากรทางการแพทย์ที่หน่วยนี้เลย เชื้อ MRSA ที่แยกได้ทั้งหมดนี้มีแบบแผนความไวต่อยาต้านจุลชีพถึง 22 แบบโดยมีแบบแผนที่พบมากที่สุด 2 แบบ คือแบบแผนที่ 17 และ 14 ส่วนการศึกษา pulsotypeด้วยวิธี PFGE สามารถที่จะจำแนกเชื้อ MRSA ทั้งหมดได้เป็น 5 แบบ คือ A, B, C, Dและ E โดยพบว่าเชื้อส่วนใหญ่จะเป็นแบบแผน (pulsotype) B แบบแผน A, B และ Eสามารถจำแนกย่อยออกเป็น subtype คือ A1, A2, A3, B1, B2, B3, B4, B5, B6 และE1 ไม่พบความสัมพันธ์ระหว่าง antibiogram กับ pulsotype จากการทดสอบความไวต่อยาต้านจุลชีพนั้นพบว่ายา vancomycin ยังคงใช้ได้ผลดีในการรักษาเนื่องจากเชื้อ MRSAมีความไวต่อยานี้ถึง 100% การศึกษาครั้งนี้พบว่าหออภิบาลผู้ป่วยไฟลวกยังคงเป็นแหล่งที่สำคัญของ MRSAซึ่ง MRSA pulsotype B นั้นเป็นเชื้อที่มีการระบาดที่หออภิบาลนี้ ส่วนการติดต่อของMRSA นั้นยังไม่สามารถบ่งชี้ได้อย่างชัดเจน ในการศึกษาครั้งนี้พบว่าบุคลากรทางการแพทย์และอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ใช่แหล่งที่สำคัญของเชื้อ การแพร่กระจายของเชื้อนี้อาจเกิดจากการสัมผัสโดยตรงของผู้ป่วยที่ปนเปื้อนชั่วคราวที่มือของบุคลากรหรืออุปกรณ์การแพทย์ ส่วนยาที่นิยมใช้ในหออภิบาลผู้ป่วยไฟลวกนั้นคือยาที่เป็น 1('st) และ 2('nd)generation Cephalosporin ซึ่งเป็นยาในกลุ่ม beta-lactam และพบว่าในผู้ป่วยที่พบเชื้อ MRSA นั้น 13 ใน 16 ราย (81.25%) เป็นผู้ที่ได้รับยาต้านจุลชีพมาก่อนพบเชื้อไม่ต่ำกว่า 3 วัน ส่วนผู้ป่วยที่ไม่พบเชื้อเพียง 4 รายใน 14 ราย (28.57%)ได้รับยาต้านจุลชีพติดต่อกันเกิน 3 วัน |
| บรรณานุกรม | : |
นัฎฐพร รุจิขจร . (2541). การศึกษาระบาดวิทยาของเชื้อ Methicillin-Resistant ~iStaphylococcus aureus~i (MRSA)โดยวิธี Pulsed-filed Gel Electrophoresis ในหน่วยผู้ป่วยไฟลวกที่โรงพยาบาลศิริราช.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. นัฎฐพร รุจิขจร . 2541. "การศึกษาระบาดวิทยาของเชื้อ Methicillin-Resistant ~iStaphylococcus aureus~i (MRSA)โดยวิธี Pulsed-filed Gel Electrophoresis ในหน่วยผู้ป่วยไฟลวกที่โรงพยาบาลศิริราช".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. นัฎฐพร รุจิขจร . "การศึกษาระบาดวิทยาของเชื้อ Methicillin-Resistant ~iStaphylococcus aureus~i (MRSA)โดยวิธี Pulsed-filed Gel Electrophoresis ในหน่วยผู้ป่วยไฟลวกที่โรงพยาบาลศิริราช."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print. นัฎฐพร รุจิขจร . การศึกษาระบาดวิทยาของเชื้อ Methicillin-Resistant ~iStaphylococcus aureus~i (MRSA)โดยวิธี Pulsed-filed Gel Electrophoresis ในหน่วยผู้ป่วยไฟลวกที่โรงพยาบาลศิริราช. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.
|
