| ชื่อเรื่อง | : | การปรับขนาดยาธีโอฟิลลีนให้เหมาะสมกับผู้ป่วยเด็กทารกคลอดก่อนกำหนด โดยอาศัยข้อมูลระดับยาในภาวะยังไม่คงที่ |
| นักวิจัย | : | อารีย์ ณ ลำปาง |
| คำค้น | : | THEOPHYLLINE , PRETERM , INFANT , NON-STEADY STATE |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2541 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082541000661 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ได้ทำการศึกษาในผู้ป่วยเด็กทารกคลอดก่อนกำหนดจำนวน 33 ราย ณ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี โดยมีจุดประสงค์เพื่อประเมินความเชื่อถือได้และความแม่นยำของการทำนายระดับยาในภาวะคงที่ โดยอาศัยข้อมูลระดับยาในภาวะยังไม่คงที่ ประเมินความเหมาะสมของขนาดยาที่ใช้เป็นขนาดยาเริ่มต้น และประเมินความสัมพันธ์ระหว่างระดับยากับการตอบสนองทางคลินิกในผู้ป่วย รูปแบบและขนาดยาที่ใช้ในการศึกษาเป็นรูปแบบการใช้ยาที่ใช้อยู่ในปัจจุบันณ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี พบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่มีระดับยาต่ำกว่าระดับที่ให้ผลในการรักษาหลังจากที่ให้ยาในขนาดเริ่มต้นในขนาด 5.63(+,-)0.86มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ไปแล้ว 6 ชั่วโมง จากการศึกษานี้ ขนาดยาเริ่มต้นที่แนะนำซึ่งอยู่ในรูปของอมิโนฟิลลีน ควรเป็น 6.5 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมสำหรับผู้ป่วยที่ได้รับยาในขณะที่มีอายุอยู่ในช่วงอาทิตย์แรกหลังคลอด หรือ 7.0มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม สำหรับผู้ป่วยที่ได้รับยาในขณะที่มีอายุอยู่ในช่วงอาทิตย์ที่สองหลังคลอด และขนาดยาที่ใช้เป็นขนาดต่อเนื่องสามารถคำนวณได้จากสมการ ขนาดยาต่อเนื่อง (มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน) = 3.50+(0.91 x อายุทารกในหน่วยสัปดาห์) ได้มีการนำค่าพารามิเตอร์ทางเภสัชจลนศาสตร์มาใช้ทำนายระดับยาในภาวะคงที่ในผู้ป่วย ค่าพารามิเตอร์ทางเภสัชจลนศาสตร์ที่ใช้อาจจะคำนวณมาจากข้อมูลระดับยาในภาวะยังไม่คงที่ของตัวผู้ป่วยเองหรือใช้ค่าพารามิเตอร์ของประชากรที่มีรายงานไว้จากการประเมินพบว่า ทุกวิธีมีความเชื่อถือได้ในการทำนายระดับยา แต่เมื่อพิจารณาถึงความแม่นยำในการทำนาย ไม่พบว่ามีวิธีใดสามารถทำนายระดับยาในภาวะคงที่ได้แม่นยำ ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 อย่างไรก็ตามวิธีการที่นำมาใช้คำนวณระดับยาในภาวะคงที่ได้ดีที่สุดคือ วิธีที่คำนวณระดับยาในภาวะคงที่โดยใช้ค่าคงที่ในการกำจัดยา (Ke) ซึ่งคำนวณมาจากข้อมูลระดับยาในภาวะยังไม่คงที่ ร่วมกับค่าปริมาตรการกระจายตัวของยา (Vd) ซึ่งเป็นค่าของประชากร (0.858 ลิตร/กิโลกรัม) และใช้สมการอย่างง่ายในการคำนวณระดับยาที่ภาวะคงที่ในทางคลินิก วิธีนี้อาจจะเป็นวิธีที่เลือกใช้สำหรับคำนวณขนาดยาต่อเนื่องในผู้ป่วยเด็กทารกคลอดก่อนกำหนดก่อนที่ระดับยาจะถึงภาวะคงที่ สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างขนาดยาและการตอบสนองทางคลินิกในผู้ป่วยพบว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่ได้ประโยชน์จากการใช้ยา เมื่อระดับยาอยู่ในช่วงที่ให้ผลในการรักษา ได้มีการปรับขนาดยาที่ใช้ในผู้ป่วย 8 ราย ก่อนที่ระดับยาจะถึงภาวะคงที่ อาการตอบสนองทางคลินิกในผู้ป่วยส่วนใหญ่ดีขึ้นหลังจากที่มีการปรับขนาดยาผู้ป่วยหลากรายได้รับการรักษาโดยวิธีอื่นร่วมด้วย โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีระดับยาต่ำกว่าระดับที่ให้ผลในการรักษา และในผู้ป่วยที่ระดับยาเกินระดับที่ให้ผลในการรักษา จะพบอุบัติการของการเกิดอาการอันไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาสูงอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาที่พบในการศึกษานี้ คืออัตราการเต้นของหัวใจเร็วเกิน 180 ครั้งต่อนาที |
| บรรณานุกรม | : |
อารีย์ ณ ลำปาง . (2541). การปรับขนาดยาธีโอฟิลลีนให้เหมาะสมกับผู้ป่วยเด็กทารกคลอดก่อนกำหนด โดยอาศัยข้อมูลระดับยาในภาวะยังไม่คงที่.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อารีย์ ณ ลำปาง . 2541. "การปรับขนาดยาธีโอฟิลลีนให้เหมาะสมกับผู้ป่วยเด็กทารกคลอดก่อนกำหนด โดยอาศัยข้อมูลระดับยาในภาวะยังไม่คงที่".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อารีย์ ณ ลำปาง . "การปรับขนาดยาธีโอฟิลลีนให้เหมาะสมกับผู้ป่วยเด็กทารกคลอดก่อนกำหนด โดยอาศัยข้อมูลระดับยาในภาวะยังไม่คงที่."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print. อารีย์ ณ ลำปาง . การปรับขนาดยาธีโอฟิลลีนให้เหมาะสมกับผู้ป่วยเด็กทารกคลอดก่อนกำหนด โดยอาศัยข้อมูลระดับยาในภาวะยังไม่คงที่. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.
|
