| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาเชิงประจักษ์ของตัวแบบนวัตกรรมทางการตลาดที่มีผลต่อการดำเนินงานของธุรกิจส่งออกในประเทศไทย |
| นักวิจัย | : | ผุสดี พลสารัมย์ |
| คำค้น | : | MARKETING INNOVATION , EXPORT PERFORMANCE , EXPORTING FIRMS , THAILAND |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2541 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082541000644 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | งานวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1. ค้นหาตัวแปรสำคัญที่สามารถอธิบายนวัตกรรมทางการตลาดของบริษัทส่งออกในประเทศไทย 2. เสนอและตรวจสอบตัวแบบเต็มรูปของผลการดำเนินงานของธุรกิจส่งออกในประเทศไทย และ3. เสนอกลยุทธ์ในการพัฒนานวัตกรรมทางการตลาดสำหรับการดำเนินงานของธุรกิจส่งออกในประเทศไทย กรอบแนวคิดในการวิจัยพัฒนามาจากแนวคิดของ Aaby and Slaterและรวมแนวคิด ทฤษฎี Resources-Based Theory ในการวิเคราะห์ผลการดำเนินงานของบริษัทส่งออก ข้อมูลสำหรับการวิจัยได้จากแบบสอบถามจำนวน 249 ฉบับ ที่ได้รับจากผู้บริหารระดับสูงในอุตสาหกรรมส่งออกของไทย 4 อุตสาหกรรม คือ อาหารแปรรูปอัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องนุ่งห่ม เครื่องไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์การวิเคราะห์เพื่อตรวจสอบตัวแบบใช้เทคนิคการวิเคราะห์ ความสัมพันธ์โครงสร้างเชิงเส้น (Linear Structural Relationship: LISREL) ผลการวิจัยพบว่านวัตกรรมทางการตลาดของบริษัทส่งออกในประเทศไทยประกอบด้วยปัจจัยหลัก 3 ประการ คือ นวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ใหม่ (มีเอกลักษณ์เฉพาะ สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้า มีคุณภาพเหนือคู่แข่ง) นวัตกรรมด้านการดำเนินงานใหม่(การใช้คอมพิวเตอร์ การขอรับรองมาตรฐานสากล การรื้อปรับระบบองค์กร การนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้) และนวัตกรรมด้านการหาตลาดใหม่ (การเข้าสู่ตลาดใหม่ การบรรจุหีบห่อใหม่ การส่งเสริมการขายแบบใหม่ การสนับสนุนตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศในรูปแบบใหม่) ตัวแบบที่สามารถอธิบายผลการดำเนินงานของบริษัทส่งออกของไทยได้ดีที่สุด ประกอบด้วยปัจจัย 4 ประการ คือ 1. ผลประกอบการ ซึ่งสามารถวัดได้จากกำไรส่วนแบ่งการตลาด อัตราการเจริญเติบโตของยอดขาย ภาพลักษณ์ของบริษัท 2. นวัตกรรมทางการตลาดประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ กระบวนการดำเนินงานใหม่ ตลาดใหม่3. ทรัพยากรของบริษัท ประกอบด้วย ความรู้ด้านการตลาดของผู้บริหาร การมอบหมายความรับผิดชอบในการพัฒนาการส่งออก การมีแผนกส่งออก การมีความสัมพันธ์อันดีกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ และ 4. ขนาดของบริษัท ซึ่งวัดได้จาก จำนวนพนักงานประจำ ผลการศึกษานี้พบว่าทฤษฎี Resources-Based Theory สามารถนำมาใช้อธิบายธุรกิจส่งออกในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี ผลจากการวิจัยทำให้สามารถเสนอแนะได้ว่า ความสำเร็จของการดำเนินงานธุรกิจส่งออกของประเทศไทยที่เกี่ยวกับการใช้นวัตกรรมทางการตลาดขึ้นอยู่กับความพยายามทางการตลาดหลายประการ ที่สำคัญคือ การนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ควรดำเนินการพร้อมกับการสร้างตรายี่ห้อ การพัฒนากระบวนการดำเนินงานใหม่ต้องให้ความสำคัญกับการใช้ระบบสารสนเทศทางการตลาดและการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ การแสวงหาตลาดใหม่ควรมุ่งตลาดเฉพาะ (Niche market) การนำกลยุทธ์ของนวัตกรรมทางการตลาดมาใช้ต้องได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่ายได้แก่ หน่วยงานของรัฐ องค์กรการค้า และสถาบันการศึกษานอกจากนี้การมีวิสัยทัศน์ ความรู้ทางด้านการตลาดระหว่างประเทศและการมีความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของผู้บริหารระดับสูงและระดับกลางในบริษัทส่งออก ถือเป็นทรัพยากรที่มีค่าในการสร้างนวัตกรรมทางการตลาดของประเทศไทยผู้วิจัยได้เสนอความคิดสำหรับงานวิจัยในอนาคตสำหรับเรื่องดังกล่าวด้วย |
| บรรณานุกรม | : |
ผุสดี พลสารัมย์ . (2541). การศึกษาเชิงประจักษ์ของตัวแบบนวัตกรรมทางการตลาดที่มีผลต่อการดำเนินงานของธุรกิจส่งออกในประเทศไทย.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ผุสดี พลสารัมย์ . 2541. "การศึกษาเชิงประจักษ์ของตัวแบบนวัตกรรมทางการตลาดที่มีผลต่อการดำเนินงานของธุรกิจส่งออกในประเทศไทย".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ผุสดี พลสารัมย์ . "การศึกษาเชิงประจักษ์ของตัวแบบนวัตกรรมทางการตลาดที่มีผลต่อการดำเนินงานของธุรกิจส่งออกในประเทศไทย."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print. ผุสดี พลสารัมย์ . การศึกษาเชิงประจักษ์ของตัวแบบนวัตกรรมทางการตลาดที่มีผลต่อการดำเนินงานของธุรกิจส่งออกในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.
|
