ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

แนวทางการเพิ่มการนำความร้อนออกที่ชั้นอากาศร้อนสูงสุด

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : แนวทางการเพิ่มการนำความร้อนออกที่ชั้นอากาศร้อนสูงสุด
นักวิจัย : สุภาวดี บุญถนอม
คำค้น : THERMAL STRATIFICATION , STACK EFFECT , BUOYANCY AIR
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2541
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082541000643
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ปัจจุบันมีอาคารมากมายลดความร้อนด้วยวิธีระบายอากาศในแนวดิ่ง โดยไม่มีการตรวจสอบค่าเอนทัลปี (ค่าความร้อนในอากาศเป็นผลรวมของความร้อนสัมผัส และความร้อนแฝงจากความชื้น) ของอากาศที่ร้อน-แห้งที่ถูกระบายออก กับอากาศเย็น-ชื้นที่เข้ามาอันอาจจะเป็นการเพิ่มภาระการปรับอากาศ งานวิจัยนี้มุ่งหวังหาแนวทางแก้ปัญหานี้ด้วยวิธีการระบายความร้อนออกโดยการนำความร้อนแทนการพาความร้อนออกที่ชั้นอากาศร้อนสูงสุดออกสู่ภายนอก ได้ศึกษาตัวแปรที่มีผลต่อการระบายความร้อนแนวใหม่นี้ เพื่อเป็นการควบคุมตัวแปรในขณะทำการศึกษา จึงได้สร้างหน่วยทดลองจำนวน2 หน่วยที่เหมือนกัน เป็นรูปทรงกระบอก ผนังหนา 1 นิ้ว เส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เมตรสูง 4 เมตร และถัดขึ้นไปเป็นผนังสี่เหลี่ยมวางในแนวเหนือใต้ สูง 0.90 เมตร เป็นแผ่นสังกะสีหนา 0.2 มม.ทาสีขาว ซึ่งเป็นวัสดุนำความร้อน หลังคาเป็นกระจกหนา 6 มม.การทดลองแบ่งออกเป็น 3 ชุด คือ ชุดที่ 1 เปรียบเทียบอุณหภูมิภายในหน่วยทดลองที่ลดและไม่ลดค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนของผนังทรงกระบอก ชุดที่ 2 เปรียบเทียบอุณหภูมิภายในหน่วยทดลองที่เพิ่ม และไม่เพิ่มความสูงผนังสี่เหลี่ยมด้านบนจากความสูง0.90 เป็น 2.70 เมตร และชุดที่ 3 เปรียบเทียบอุณหภูมิภายในหน่วยทดลองที่เปลี่ยนและไม่เปลี่ยนผนังสี่เหลี่ยมด้านบนทิศเหนือและใต้เป็นกระจกใส 6 มม. การทดลองทั้ง3 ชุด ได้หลีกเลี่ยงรังสีดวงอาทิตย์โดยตรงที่มาตกกระทบหลังคาและผนังสี่เหลี่ยมด้านบนนอกจากนี้ยังปรับเปลี่ยนค่าความร้อนจากแหล่งกำเนิดภายใน ผลการวิจัยพบว่า การลดค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนของผนังทรงกระบอกจะช่วยลดการถ่ายเทความร้อนเข้าในเวลากลางวัน และถ่ายเทออกในเวลากลางคืนคืออุณหภูมิภายในมีความแปรเปลี่ยนตามอุณหภูมิอากาศน้อยลง การเพิ่มความสูงของผนังสี่เหลี่ยมด้านบน จะเพิ่มอัตราการถ่ายเทความร้อนออก ซึ่งจะเห็นได้ชัดในช่วงกลางคืนสำหรับช่วงกลางวัน ซึ่งมีอิทธิพลของดวงอาทิตย์ ทำให้อุณหภูมิในระดับใช้งาน (พื้นถึงระดับ 3 เมตร) ของหน่วยทดลองทั้งสองไม่แตกต่างกันทางสถิติ เมื่อความร้อนจากแหล่งกำเนิดภายในน้อยหรือไม่มี และแตกต่างกันประมาณ 1-2.5 องศาเซลเซียส เมื่อความร้อนจากแหล่งกำเนิดภายในมาก การเปลี่ยนวัสดุของผนังสี่เหลี่ยมด้านบนทิศเหนือและใต้เป็นกระจกใสนั้น ไม่ทำให้อุณหภูมิภายในแตกต่างจากเดิม ขณะดำเนินการทดลองทั้ง 3 ชุด ที่หลังคากระจก และผนังสี่เหลี่ยมด้านบนได้เกิดการควบแน่นของไอน้ำในเวลากลางคืน ผลการวิจัยสรุปว่า แนวทางการระบายความร้อน โดยการนำความร้อนออกที่ชั้นอากาศร้อนสูงสุดจะได้ผลเมื่อระดับฝ้าเพดานสูงกว่าปกติ 2 เมตรขึ้นไป ที่ผนังแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนล่างคือสูงจากพื้นถงระดับฝ้าเพดานปกติ เป็นผนังที่มีคุณสมบัติลดความร้อนที่เข้ามาในอาคาร และผนังส่วนบน คือระดับที่สูงขึ้นไป เป็นผนังที่มีค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนสูง และค่าความจุความร้อนต่ำ เพื่อระบายความร้อนออกสู่ภายนอกในเร็วที่สุด นอกจากนี้ยังต้องมีคุณสมบัติทนความชื้น และไอน้ำขณะเกิดการควบแน่นของไอน้ำ อุณหภูมิภายใน ส่วนระดับใช้งาน จะได้รับอิทธิพลของความร้อนจากแหล่งกำเนิดภายในมากกว่าอิทธิพลจากภายนอก อันได้แก่ อุณหภูมิอากาศภายนอกดวงอาทิตย์ การแลกเปลี่ยนความร้อนกับท้องฟ้า และกระแสลม ทำให้อุณหภูมิมีความแปรเปลี่ยนในระหว่างวันน้อย เกิดการลอยตัวของอากาศจะเกิดขึ้นอย่างช้าๆ ซึ่งหากความร้อนที่เกิดขึ้นภายในมากอากาศร้อนจะลอยตัวขึ้นอย่างยากลำบาก จึงสะสมอยู่ที่ระดับแหล่งกำเนิดความร้อน สำหรับอุณหภูมิในส่วนระดับสูงกว่าระดับใช้งานขึ้นไปจะได้รับอิทธิพลจากภายนอก และความสามารถในการถ่ายเทความร้อนออกสู่ภายนอกของผนัง อุณหภูมิจึงมีความแปรเปลี่ยนมากกว่าระดับใช้งาน คือ อุณหภูมิสูงกว่าในเวลากลางวัน และต่ำกว่าในเวลากลางคืน

บรรณานุกรม :
สุภาวดี บุญถนอม . (2541). แนวทางการเพิ่มการนำความร้อนออกที่ชั้นอากาศร้อนสูงสุด.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุภาวดี บุญถนอม . 2541. "แนวทางการเพิ่มการนำความร้อนออกที่ชั้นอากาศร้อนสูงสุด".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุภาวดี บุญถนอม . "แนวทางการเพิ่มการนำความร้อนออกที่ชั้นอากาศร้อนสูงสุด."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print.
สุภาวดี บุญถนอม . แนวทางการเพิ่มการนำความร้อนออกที่ชั้นอากาศร้อนสูงสุด. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.