ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การบริหารงานอาชีวอนามัยและความคาดหวังบทบาทแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ของผู้บริหารในสถานประกอบการขนาดใหญ่ในประเทศไทย

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การบริหารงานอาชีวอนามัยและความคาดหวังบทบาทแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ของผู้บริหารในสถานประกอบการขนาดใหญ่ในประเทศไทย
นักวิจัย : บัญชา พร้อมดิษฐ์
คำค้น : OCCUPATIONAL HEALTH , MANAGER , OCCUPATIONAL PHYSICIAN'S ROLE
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2541
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082541000559
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษานี้เป็นการศึกษาเชิงพรรณา ณ จุดเวลาหนึ่ง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการบริหารงานอาชีวอนามัยและความคาดหวังบทบาทแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ของผู้บริหารในสถานประกอบการขนาดใหญ่ในประเทศไทย เก็บข้อมูลตั้งแต่เดือนกันยายน 2540ถึงตุลาคม 2541 โดยส่งแบบสอบถามทางไปรษณีย์ให้ผู้บริหารสถานประกอบการขนาดใหญ่ทุกแห่งในประเทศไทย 294 แห่ง อัตราตอบกลับ 62.2% และสัมภาษณ์เจาะลึกผู้บริหารสถานประกอบการ 10 ท่าน ข้อมูลที่ได้นำมาวิเคราะห์หาร้อยละ, ค่าเฉลี่ย, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน, MacNemar Chi-square Test, Unpaired t-test, OnewayANOVA, Mann-Whitney U Test, Kruskal-Wallis Test และข้อความเชิงพรรณนาในส่วนข้อมูลจากแบบสัมภาษณ์ ผลจากแบบสอบถามพบว่า ผู้บริหารเป็นชาย ร้อยละ 72.1 มีอายุเฉลี่ย 41 ปีส่วนใหญ่ไม่ได้มีตำแหน่งด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย, มีระยะเวลาที่ปฏิบัติงานในตำแหน่งปัจจุบันเฉลี่ย 7.6 ปี, มีระดับการศึกษาปริญญาตรีหรือต่ำกว่าปริญญาตรี,เคยฝึกอบรม-ศึกษาดูงาน-ได้รับข่าวสารด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย และเป็นกรรมการในคณะกรรมการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย สถานประกอบการมีลูกจ้างเฉลี่ย 2,315 คน ส่วนใหญ่เป็นบริษัทเอกชนของคนไทย, มีบริษัทแม่หรือสำนักงานใหญ่,มีชนิดอุตสาหกรรมเป็นสินค้า, มีแพทย์, มีพยาบาล, และมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน สถานประกอบการมากกว่าร้อยละ 90 มีสัญญาณเตือนภัยต่างๆ, มีคณะกรรมการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย, มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล,มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างประจำปี และมีการรักษาพยาบาลในสถานประกอบการ เป็นต้นผู้บริหารประจำสถานประกอบการมากกว่าร้อยละ 95 คาดหวังให้แพทย์ปฏิบัติงานด้านรักษาพยาบาล และมีส่วนร่วมในโครงการส่งเสริมสุขภาพในสถานประกอบการต่างๆปัจจัยที่มีผลต่อการบริหารงานอาชีวอนามัยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ คือ การฝึกอบรมและการศึกษาดูงาน, การเป็นกรรมการในคณะกรรมการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย, สถานที่ตั้ง, ลักษณะของสถานประกอบการ, จำนวนลูกจ้าง, การมีบริษัทแม่หรือสำนักงานใหญ่, ชนิดของอุตสาหกรรม และการมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน(p<0.05) ปัจจัยด้านผู้บริหารไม่สัมพันธ์กับความคาดหวังบทบาทแพทย์อาชีวเวชศาสตร์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p>0.05) ผลการสัมภาษณ์เจาะลึกพบว่าปัญหาการบริหารงานอาชีวอนามัย เป็นผลมาจากพฤติกรรมหรือนิสัยของลูกจ้างและงบประมาณ ในส่วนบทบาทแพทย์อาชีวเวชศาสตร์นั้น สถาบันการศึกษาที่ผลิตบุคลากรทางการแพทย์ควรเพิ่มเนื้อหาวิชาด้านอาชีวเวชศาสตร์แก่นักเรียนแพทย์ให้มากขึ้น อีกทั้งหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องควรให้ความสำคัญต่องานด้านนี้ให้มากขึ้นด้วย

บรรณานุกรม :
บัญชา พร้อมดิษฐ์ . (2541). การบริหารงานอาชีวอนามัยและความคาดหวังบทบาทแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ของผู้บริหารในสถานประกอบการขนาดใหญ่ในประเทศไทย.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
บัญชา พร้อมดิษฐ์ . 2541. "การบริหารงานอาชีวอนามัยและความคาดหวังบทบาทแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ของผู้บริหารในสถานประกอบการขนาดใหญ่ในประเทศไทย".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
บัญชา พร้อมดิษฐ์ . "การบริหารงานอาชีวอนามัยและความคาดหวังบทบาทแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ของผู้บริหารในสถานประกอบการขนาดใหญ่ในประเทศไทย."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print.
บัญชา พร้อมดิษฐ์ . การบริหารงานอาชีวอนามัยและความคาดหวังบทบาทแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ของผู้บริหารในสถานประกอบการขนาดใหญ่ในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.