ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของโซเดียมไนไตรท์ และ/หรือ เมททิลพาราไธออนในขนาดที่ไม่ทำให้ปลาตายในปลาดุกพันธุ์ผสม

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของโซเดียมไนไตรท์ และ/หรือ เมททิลพาราไธออนในขนาดที่ไม่ทำให้ปลาตายในปลาดุกพันธุ์ผสม
นักวิจัย : สุกัลญา เจริญศรี
คำค้น : SODIUM NITRITE , METHYL PARATHION , METHEMOGLOBINEMIA , CHOLINESTERASE ACTIVITY
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082540000421
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ทำการศึกษาผลของโซเดียมไนไตรท์ และ/หรือ เมททิลพาราไธออนในขนาดที่ไม่ทำให้ปลาตายในปลาดุกพันธุ์ผสม แบ่งปลาทดลองออกเป็นกลุ่มควบคุม กลุ่มที่ได้รับโซเดียมไนไตรท์(6.25-150 มก./ลิตร) เมททิลพาราไธออน (0.125-4.0 มก./ลิตร)และเมททิลพาราไธออนขนาด 0.25 มก./ลิตรร่วมกับโซเดียมไนไตรท์(12.5-150 มก./ลิตร) หลังจากที่ปลาสัมผัสกับสารเคมีดังกล่าวนาน 24 ชั่วโมงแล้ว ทำการวัดสมรรถนะของเอนไซม์โฆลีนเอสเทอเรสทั้งในเลือดและสมอง ภาวะการเกิดเมทฮีโมโกลบินนีเมียและการเปลี่ยนแปลงค่าทางโลหิตวิทยา พบว่าสมรรถนะของเอนไซม์โฆลีนเอสเทอเรสทั้งในเลือดและสมองลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ(p<0.001) ในปลาดุกพันธุ์ผสมทุกกลุ่มที่สัมผัสกับเมททิลพาราไธออนเปอร์เซนต์การยับยั้งสมรรถนะของเอนไซม์โฆลีนเอสเทอเรสในเลือดและสมองมีความสัมพันธ์กันและยังขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของสารที่ได้รับค่าสัมประสิทธิ์ความสัมพันธ์ (r) = 0.9671 เมททิลพาราไธออนไม่มีผลทำให้ค่าทางโลหิตวิทยาเปลี่ยนแปลงไป ในกลุ่มที่สัมผัสกับโซเดียมไนไตรท์มีการสร้างเมทฮีโมโกลบินจากฮีโมโกลบินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.01) โซเดียมไนไตรท์ไม่มีผลต่อสมรรถนะของเอนไซม์โฆลีนเอสเทอเรสทั้งในเลือดและสมอง (p>0.01) ที่ความเข้มข้นตั้งแต่ 50 มก./ลิตร มีผลทำให้ค่าฮีมาโตคริตและฮีโมโกลบินลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05)จำนวนเม็ดเลือดแดงลดลงที่ความเข้มข้น 100 และ 150 มก./ลิตร(p<0.05) เมื่อศึกษาผลร่วมกันของเมททิลพาราไธออนขนาด 0.25มก./ลิตรและโซเดียมไนไตรท์ที่ความเข้มข้นต่างๆ กัน (12.5-150 มก./ลิตร) ก็พบว่าที่ความเข้มข้นของโซเดียมไนไตรท์สูงสุดที่ให้ร่วมกับเมททิลพาราไธออน มีผลทำให้การเกิดเมทฮีโมโกลบินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ได้รับโซเดียมไนไตรท์อย่างเดียวในขนาดเท่ากัน มีความแตกต่างกันของสมรรถนะของเอนไซม์โฆลีนเอสเทอเรสทั้งในเลือดและสมองอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (p>0.05) ระหว่างกลุ่มที่ได้รับโซเดียมไนไตรท์อย่างเดียวกับกลุ่มที่ได้รับร่วมกับเมททิลพาราไธออนขนาด 0.25 มก./ลิตร และที่ความเข้มข้น 75-150มก./ลิตร ทำให้ค่าฮีมาโตคริตและฮีโมโกลบินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ(p<0.05) นอกจากนั้น โซเดียมไนไตรท์ที่ขนาดตั้งแต่ 50 มก./ลิตรยังทำให้จำนวนเม็ดเลือดแดงลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) จากผลการศึกษาที่ได้นี้จะเห็นว่า สารเคมีทั้งสองตัวต่างก็มีความเป็นพิษต่อปลาดุกพันธุ์ผสม ความรุนแรงของการเกิดพิษจากโซเดียมไนไตรท์ต่อการเกิดภาวะเมทฮีโมโกลบินในเลือดอาจจะเพิ่มขึ้นได้เมื่อได้รับร่วมกับเมททิลพาราไธออนอย่างไรก็ตามมีความเป็นไปได้ที่เมททิลพาราไธออนอาจจะมีผลยับยั้งขบวนการรีดักชั่นที่เปลี่ยนเมทฮีโมโกลบินให้กลับไปอยู่ในรูปฮีโมโกลบินปกติได้

บรรณานุกรม :
สุกัลญา เจริญศรี . (2540). ผลของโซเดียมไนไตรท์ และ/หรือ เมททิลพาราไธออนในขนาดที่ไม่ทำให้ปลาตายในปลาดุกพันธุ์ผสม.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุกัลญา เจริญศรี . 2540. "ผลของโซเดียมไนไตรท์ และ/หรือ เมททิลพาราไธออนในขนาดที่ไม่ทำให้ปลาตายในปลาดุกพันธุ์ผสม".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุกัลญา เจริญศรี . "ผลของโซเดียมไนไตรท์ และ/หรือ เมททิลพาราไธออนในขนาดที่ไม่ทำให้ปลาตายในปลาดุกพันธุ์ผสม."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print.
สุกัลญา เจริญศรี . ผลของโซเดียมไนไตรท์ และ/หรือ เมททิลพาราไธออนในขนาดที่ไม่ทำให้ปลาตายในปลาดุกพันธุ์ผสม. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.