| ชื่อเรื่อง | : | การดัดแปลงระบบรังสีเอกซ์เรืองแบบแยกส่วนเพื่อความเหมาะสมที่สุดในการวิเคราะห์ธาตุ |
| นักวิจัย | : | ธนพงษ์ ทองประพาฬ |
| คำค้น | : | X-RAY FLUORESCENCE , SAMPLE CHANGER , SOURCE CHANGER |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082540000969 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ได้ออกแบบและสร้างอุปกรณ์เปลี่ยนตัวอย่าง และอุปกรณ์เปลี่ยนต้นกำเนิดรังสีสำหรับใช้กับระบบวิเคราะห์รังสีเอกซ์เรืองแบบแยกส่วนที่ใช้ต้นกำเนิดแบบไอโซโทปรังสีเป็นตัวกระตุ้น อุปกรณ์เปลี่ยนตัวอย่างทำด้วยอาครีลิกหนา0.6 ซม. เส้นผ่าศูนย์กลาง 40 ซม. โดยมีช่องขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5.0 ซม. 8 ช่อง อยู่บริเวณขอบนอกสำหรับใส่ตัวอย่าง อุปกรณ์เปลี่ยนต้นกำเนิดรังสีมีลักษณะคล้ายกันคือ ทำด้วยอาครีลิกหนา 1.1 ซม. เส้นผ่าศูนย์กลาง 40 ซม.โดยมีช่องขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4.0 ซม. 8 ช่อง อยู่บริเวณขอบนอกสำหรับใส่ต้นกำเนิดรังสี จานเปลี่ยนต้นกำเนิดรังสีถูกยึดไว้เหนือหัววัดรังสีชนิดเจอร์มาเนียมบริสุทธิ์สูงและมีจานเปลี่ยนตัวอย่างอยู่เหนือจากเปลี่ยนต้นกำเนิดรังสีจุดศูนย์กลางของหัววัดรังสี ต้นกำเนิดรังสี และตัวอย่างขณะทำการวิเคราะห์ถูกจัดอยู่ในแนวเดียวกันเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดในการกระตุ้นและวัดรังสีเอกซ์เรืองนอกจากนั้นระยะระหว่างต้นกำเนิดรังสีกับหัววัดรังสีและต้นกำเนิดรังสีกับตัวอย่างสามารถปรับเปลี่ยนได้ เพื่อให้เหมาะสมกับต้นกำเนิดรังสีกับและตัวอย่างแต่ละตัว ระยะระหว่างต้นกำเนิดรังสีกับหัววัดรังสี ต้นกำเนิดรังสีกับตัวอย่าง รวมทั้งการหมุนของจานเปลี่ยนต้นกำเนิดรังสีและจานเปลี่ยนตัวอย่าง ถูกควบคุมโดยไมโครคอมพิวเตอร์ การวิเคราะห์ปริมาณรวมทั้งการคำนวณแก้ผลของแมทริกซ์ ทำโดยใช้โปรแกรม NBSGSC เวอร์ชัน 4.0 ซึ่งใช้แบบวิธี COLA ได้ทดสอบระบบวิเคราะห์และโปรแกรมวิเคราะห์โดยใช้สารมาตรฐานและตัวอย่าง 2 ประเภทคือโลหะผสมตะกั่ว-ดีบุก และเหล็กกล้าไร้สนิม ผลการทดสอบพบว่า ค่าเบี่ยงเบนเฉลี่ยของปริมาณตะกั่วและดีบุกใน5 ตัวอย่าง จากการวิเคราะห์ 3 ครั้ง มีค่าไม่เกิน 2.8 %(ในช่วงปริมาณตะกั่ว 0-60 %) และ 3.0 % (ในช่วงปริมาณดีบุก 40-100 %) ตามลำดับ ค่าเบี่ยงเบนเฉลี่ยของปริมาณโครเมียม เหล็ก และนิเกิล ใน 3 ตัวอย่าง จากการวิเคราะห์ 3 ครั้ง มีค่าเกือบทั้งหมดไม่เกิน 0.7 %(ในช่วงปริมาณโครเมียม 16.3-18.5%) 2.0 % ในช่วงปริมาณเหล็ก 66.8-60.5 % และ 0.8 % (ในช่วงปริมาณนิเกิล 0.2-11.1 %) ตามลำดับ สำหรับตัวอย่างเหล็กกล้าไร้สนิม SC17 ค่าเบี่ยงเบนเฉลี่ยของเหล็กมีค่าประมาณ6 % สำหรับปริมาณเหล็ก 82.6 % ความแตกต่างนี้คาดว่าเกิดจากความผิดพลาดในการวัดความเข้มรังสีเอกซ์ของเหล็กโครเมียม และนิเกิล เนื่องจากพีคของทั้งสามธาตุไม่ได้แยกกันอย่างชัดเจน |
| บรรณานุกรม | : |
ธนพงษ์ ทองประพาฬ . (2540). การดัดแปลงระบบรังสีเอกซ์เรืองแบบแยกส่วนเพื่อความเหมาะสมที่สุดในการวิเคราะห์ธาตุ.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ธนพงษ์ ทองประพาฬ . 2540. "การดัดแปลงระบบรังสีเอกซ์เรืองแบบแยกส่วนเพื่อความเหมาะสมที่สุดในการวิเคราะห์ธาตุ".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ธนพงษ์ ทองประพาฬ . "การดัดแปลงระบบรังสีเอกซ์เรืองแบบแยกส่วนเพื่อความเหมาะสมที่สุดในการวิเคราะห์ธาตุ."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print. ธนพงษ์ ทองประพาฬ . การดัดแปลงระบบรังสีเอกซ์เรืองแบบแยกส่วนเพื่อความเหมาะสมที่สุดในการวิเคราะห์ธาตุ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.
|
