ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความหลากหลายทางพันธุกรรมในไมโทคอนเดรียลยีนของผึ้งโพรงApis cerana ในประเทศไทย

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความหลากหลายทางพันธุกรรมในไมโทคอนเดรียลยีนของผึ้งโพรงApis cerana ในประเทศไทย
นักวิจัย : ดวงพร สีหนันทวงศ์
คำค้น : honey bee , Apis cerana , mitochondrial genes , population structure , PCR-RFLP , sequencing
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082540000579
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ความหลากหลายทางพันธุกรรมและโครงสร้างของกลุ่มประชากรผึ้งโพรง Apis cerana ในประเทศไทยได้ตรวจสอบด้วยเทคนิค PCR-RFLP ของไมโทคอนเดรียลดีเอ็นเอ 3 บริเวณ(ยีน sRNA, ยีน lrRNA และบริเวณระหว่างยีน CO I-CO II)และการหาลำดับเบสบางส่วนของยีน lrRNA จากการวิเคราะห์ด้วยเทคนิค PCR-RFLP ในตัวอย่าง 172 รัง ครอบคลุม 5 พื้นที่ทางภูมิศาสตร์คือ 1) ภาคเหนือ 2) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ3) ภาคกลาง 4) ภาคใต้ และ 5) เกาะสมุย พบว่าดีเอ็นเอที่เพิ่มปริมาณด้วยเทคนิค PCR ของยีน sRNA, ยีน lrRNAและบริเวณระหว่างยีน CO I-CO II มีขนาด 400, 750 และ1710 คู่เบส ตามลำดับ หลังตัดด้วยเรสทริกชันเอนไซม์ Dra Iจะให้รูปแบบของแถบดีเอ็นเอเป็น 3, 5 และ 8 รูปแบบตามลำดับ เมื่อรวมรูปแบบของแถบดีเอ็นเอทั้ง 3 บริเวณของไมโทคอนเดรียดังกล่าวเข้าด้วยกันจะให้รูปแบบรวม13 รูปแบบ เมื่อคำนวณค่า genetic distance และสร้างความสัมพันธ์เชิงวิวัฒนาการตามแบบ UPGMA จะสามารถแบ่งกลุ่มตัวอย่างได้ 2 กลุ่มวิวัฒนาการ คือ กลุ่มผึ้งโพรงทางตอนเหนือ (ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง)และกลุ่มผึ้งโพรงทางตอนใต้ (ภาคใต้และเกาะสมุย) โดยมีค่าnucleotide sequence divergence ระหว่างสองกลุ่มเท่ากับ 1.245 เปอร์เซนต์ อย่างไรก็ตามมีรูปแบบแถบชิ้นดีเอ็นเอจำเพาะเกิดขึ้นในกลุ่มตัวอย่างบนเกาะสมุยคือรูปแบบ C ของยีน lrRNA โดยการวิเคราะห์กลุ่มตัวอย่างผึ้งจากทุกพื้นที่ด้วย Monte Carlo Simulation พบว่าสาเหตุแบ่งกลุ่มตัวอย่างได้เป็น 3 กลุ่มประชากร อย่างมีนัยสำคัญ(p =0.0000) โดยแยกกลุ่มผึ้งโพรงจากเกาะสมุยออกจากกลุ่มผึ้งโพรงทางตอนใต้ การวิเคราะห์ลำดับเบสของดีเอ็นเอที่เพิ่มปริมาณจากยีน lrRNA ของตัวอย่างที่แสดง genotype ที่แตกต่างกันทั้ง5 รูปแบบจากการตัดชิ้นดีเอ็นเอที่เพิ่มปริมาณด้วยเรสทริกชันเอนไซม์ Dra I หลังการจัดเรียงลำดับเบสโดยการเปรียบเทียบชนิดของเบสแล้วจะได้นิวคลีโอไทด์ที่มีความยาว 659 เบสประกอบด้วยเบส A และ T เป็นส่วนใหญ่มากถึง 84.87เปอร์เซนต์ มีการเปลี่ยนแปลงเบส 71 ตำแหน่ง โดยเป็นการลดหรือเพิ่มเบส จำนวน 14 ตำแหน่ง และเป็นการแทนที่เบสจำนวน 57 ตำแหน่ง ทรานสเวอร์ชันมีมากกว่าทรานซิชัน 2 เท่าเมื่อคำนวณค่า genetic distance และสร้างความสัมพันธ์ตามแบบ UPGMA พบว่าการจัดกลุ่มประชากรสอดคล้องกับผลที่ได้จาก PCR-RFLP จากการสังเกตได้พบรูปแบบแถบดีเอ็นเอจำเพาะในผึ้งโพรง 2 ตัวอย่างจากภาคใต้ โดยมีรูปแบบรวมของทั้ง3 บริเวณเป็น CED ซึ่งมีความแตกต่างจากตัวอย่างอื่น ๆอย่างมากทั้ง ๆ ที่มีสัณฐานคล้ายคลึงกัน น่าสงสัยว่าเป็นผึ้งต่าง species ดังนั้นจึงควรมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อทราบสถานะทางอนุกรมวิธานที่แน่ชัดต่อไป

บรรณานุกรม :
ดวงพร สีหนันทวงศ์ . (2540). ความหลากหลายทางพันธุกรรมในไมโทคอนเดรียลยีนของผึ้งโพรงApis cerana ในประเทศไทย.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ดวงพร สีหนันทวงศ์ . 2540. "ความหลากหลายทางพันธุกรรมในไมโทคอนเดรียลยีนของผึ้งโพรงApis cerana ในประเทศไทย".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ดวงพร สีหนันทวงศ์ . "ความหลากหลายทางพันธุกรรมในไมโทคอนเดรียลยีนของผึ้งโพรงApis cerana ในประเทศไทย."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print.
ดวงพร สีหนันทวงศ์ . ความหลากหลายทางพันธุกรรมในไมโทคอนเดรียลยีนของผึ้งโพรงApis cerana ในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.