ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การใช้ต้นไม้ยืนต้นในการปรับสภาพแวดล้อมเพื่อลดการใช้พลังงานในอาคาร

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การใช้ต้นไม้ยืนต้นในการปรับสภาพแวดล้อมเพื่อลดการใช้พลังงานในอาคาร
นักวิจัย : กาญจนา สิริภัทรวณิช
คำค้น : TREES , THE USE , ENVIRONMENTAL , ENERGY , BUILDING
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2541
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082541000594
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การใช้พลังงานในอาคารส่วนใหญ่ถูกใช้เพื่อปรับลดอุณหภูมิที่เกิดขึ้นสูงภายในอาคาร อันเนื่องมาจากผิวผนังภายนอกร้อนขึ้น ดังนั้นการศึกษาเกี่ยวกับการลดความร้อนที่เกิดภายในอาคาร โดยใช้ต้นไม้ยืนต้นในการปรับสภาพแวดล้อม เป็นแนวทางที่สามารถลดการใช้พลังงานในอาคารได้ เป็นวิธีการที่ป้องกันการแผ่รังสีของดวงอาทิตย์และลดปริมาณความร้อนที่เกิดขึ้นแก่ผนังอาคารโดยไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายและส่งผลดีในระยะยาว ในการวิจัยได้ทำการศึกษาคุณสมบัติของเงาและพุ่มใบตัวแปรที่สำคัญของต้นไม้ยืนต้นในการควบคุมการแผ่รังสีดวงอาทิตย์ และปริมาณความร้อนที่เข้าสู่อาคารสามารถแบ่งประเภทของต้นไม้ยืนต้นตามลักษณะการเกิดพลังงานความร้อนภายใต้ร่มเงาและนำไปเลือกใช้ในการลดความร้อนให้แก่ผนังอาคารที่รับรังสีจากดวงอาทิตย์ทั้ง8 ทิศ ประเมินผลการประหยัดพลังงานในการปรับอากาศ เปรียบเทียบกับผนังอาคารที่ไม่ได้บังเงา แนวทางการวิจัยต้นไม้แต่ละชนิด ทำโดยการวัดปริมาณการแผ่รังสีแนวตั้งภายใต้ร่มเงาต้นมะม่วง ซึ่งเสมือนเกิดที่ผนังอาคารทั้ง 8 ทิศ เปรียบเทียบกับกลางแจ้งทำให้ทราบถึงความสำคัญของร่มเงา และพุ่มใบที่สามารถลดปริมาณความร้อนเข้าสู่อาคาร โดยการลดอุณหภูมิโซล-แอร์ ประสิทธิภาพของพุ่มใบต้นไม้จึงขึ้นอยู่กับทรงพุ่มและความหนาแน่น รวมทั้งขึ้นอยู่กับปริมาณการแผ่รังสีที่ผ่านลงมา ซึ่งมีความสัมพันธ์สำคัญกับช่วงเวลาและสัดส่วนสภาพท้องฟ้า โดยถ้าสัดส่วนสูง ต้นไม้ยืนต้นจะมีประสิทธิภาพในการสกัดกั้นรังสีดวงอาทิตย์ได้มาก จากการวิจัยพบว่า ต้นพิกุลสามารถลดปริมาณความร้อนเข้าสู่อาคารได้ดีกว่าต้นจามจุรี ณ ผิวผนังทิศตะวันออก, ทิศใต้,ทิศตะวันตก, ทิศเหนือ, ทิศตะวันออกเฉียงใต้, ทิศตะวันตกเฉียงใต้, ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ, และทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เท่ากับ 0.8%, 0.9%, 4.7%, 0%, 0.3%,3.5%, 0.5% และ 0.6% ตามลำดับ สำหรับในเดือนที่มีการมีการใช้พลังงานสูงสุดพบว่าต้นจามจุรี และต้นพิกุล สามารถลดภาระการปรับอากาศลงได้ 11.88% และ13.52% และการใช้ค่าพลังงานในอาคารลดลงได้ 13.85% และ 15.63% ต่อปีโดยเปรียบเทียบกับผนังที่ไม่มีการบังเงา ผลการวิจัยของต้นไม้ 3 ชนิด พบว่า สามารถลดปริมาณการแผ่รังสีได้ดี และสามารถลดอุณหภูมิให้แก่ผิวผนังภายนอกอาคารได้แตกต่างกัน เนื่องจากลักษณะทรงพุ่มและความหนาแน่น และผลการวิจัยเปรียบเทียบต้นพิกุล สามารถสกัดกั้นรังสีดวงอาทิตย์ได้ดีกว่าต้นจามจุรี ทั้งรังสีตรง รังสีกระจาย และรังสีสะท้อน เนื่องจากพุ่มใบมีความหนาแน่น และลักษณะทรงพุ่มกลม โดยต้นไม้ทั้ง 2 ชนิดนี้สามารถสกัดกั้นรังสีดวงอาทิตย์ได้ดีในทิศที่มีการแผ่รังสีตรงจากดวงอาทิตย์เป็นช่วงเวลานาน และทิศที่สกัดกั้นได้น้อย คือทิศเหนือ ซึ่งเป็นทิศที่ส่วนใหญ่ของปีเป็นรังสีกระจายและรังสีสะท้อน

บรรณานุกรม :
กาญจนา สิริภัทรวณิช . (2541). การใช้ต้นไม้ยืนต้นในการปรับสภาพแวดล้อมเพื่อลดการใช้พลังงานในอาคาร.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กาญจนา สิริภัทรวณิช . 2541. "การใช้ต้นไม้ยืนต้นในการปรับสภาพแวดล้อมเพื่อลดการใช้พลังงานในอาคาร".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กาญจนา สิริภัทรวณิช . "การใช้ต้นไม้ยืนต้นในการปรับสภาพแวดล้อมเพื่อลดการใช้พลังงานในอาคาร."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print.
กาญจนา สิริภัทรวณิช . การใช้ต้นไม้ยืนต้นในการปรับสภาพแวดล้อมเพื่อลดการใช้พลังงานในอาคาร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.