ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่อาคาร ผ่านช่องแสงด้านข้างที่ไม่ได้รับแสงแดดโดยตรงโดยการหมุนหลบ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่อาคาร ผ่านช่องแสงด้านข้างที่ไม่ได้รับแสงแดดโดยตรงโดยการหมุนหลบ
นักวิจัย : พรรณจิรา ทิศาวิภาต
คำค้น : GLAZING , HEAT TRANSMISSION , INTERNAL THERMAL MASS , THERMAL HEAT CAPACITY
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2541
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082541000589
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานสถาปัตยกรรมในประเทศไทย ส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลจากต่างประเทศโดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีจากสหรัฐอเมริกาและยุโรป ส่งผลให้องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมและวัสดุที่นำมาใช้ไม่เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศแบบร้อนชื้น วัตถุประสงค์ของการวิจัยนี้คือศึกษาตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อการลดอุณหภูมิภายในอาคาร ค้นหาแนวทางในการทำให้อุณหภูมิภายในอาคารเข้าใกล้เขตสภาวะน่าสบาย เพื่อเป็นแนวทางในการนำไปประยุกต์ใช้กับอาคารจริง ตัวแปรที่นำมาศึกษาคือ มวลสารภายใน ความจุความร้อนของมวลสารภายในกระจก และทิศทางที่ใช้เปิดช่องแสงด้านข้าง การทดสอบแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะคือจำลองอาคารไม่ปรับอากาศและอาคารปรับอากาศ การลดอุณหภูมิภายในอาคารทำได้ 2 วิธีคือ การลดปริมาณการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่อาคาร และการปรับปรุงอุณหภูมิภายในอาคาร วิธีแรก สามารถทำได้โดยพิจารณาทิศทางที่ใช้เปิดช่องแสงด้านข้างและค่าสัมประสิทธิ์การบังแดดของกระจก จากการวิจัยพบว่า อุณหภูมิเฉลี่ยภายในกล่องทดลองที่เปิดช่องแสงด้านข้างทางทิศเหนือมีค่าต่ำกว่าทิศใต้แต่มีค่าใกล้เคียงกับช่องแสงด้านข้างที่หมุนหลบแดดคือ 33 องศาเซลเซียสการทดสอบผลของค่าสัมประสิทธิ์การบังแดดของกระจกพบว่า ในสภาวะปรับอากาศเมื่อพิจารณาระหว่างกระจกชั้นเดียวและ 2 ชั้นที่มีค่าสัมประสิทธิ์การบังแดดต่ำเท่ากันพบว่าอุณหภูมิผิวกระจกภายในสูงสุดของกระจก 2 ชั้นต่ำกว่าชั้นเดียว 2 องศาเซลเซียสสำหรับทิศใต้และ 3 องศาเซลเซียส สำหรับทิศเหนือ ในสภาวะไม่ปรับอากาศ พบว่าอุณหภูมิเฉลี่ยภายในกล่องทดลองที่ติดตั้งกระจก 2 ชั้นสูงกว่ากระจกชั้นเดียว 4 องศาเซลเซียส สำหรับทิศใต้และมีค่าใกล้เคียงกันสำหรับทิศเหนือ วิธีที่ 2 สามารถทำได้โดยพิจารณามวลสารภายใน ความจุความร้อนของมวลสารภายใน และความสามารถในการถ่ายเทความร้อนของกระจกในสภาวะไม่ปรับอากาศ พบว่าการใช้มวลสารมากลดอุณหภูมิสูงสุดได้มากกว่ามวลสารน้อย 6 องศาเซลเซียส สำหรับทิศใต้ และ 2 องศาเซลเซียส สำหรับทิศเหนือเมื่อใช้กระจกชั้นเดียว ความจุความร้อนของมวลสารจะมีอิทธิพลต่อการลดอุณหภูมิภายในสูงสุดทางทิศใต้ได้ดีกว่าทิศเหนือ เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้คอนกรีตมวลเบาพบว่าคอนกรีตลดอุณหภูมิสูงสุดได้ถึง 3 องศาเซลเซียส ส่วนอิฐมอญมีอุณหภูมิภายในสูงสุดใกล้เคียงกับคอนกรีตมวลเบาคือ 38 องศาเซลเซียส กระจกชั้นเดียวมีความสามารถในการถ่ายเทความร้อนออกสู่ภายนอกได้ดีกว่ากระจก 2 ชั้นจึงทำให้อุณหภูมิภายในลดต่ำลงเร็วกว่า ผลการวิเคราะห์สรุปได้ว่า การใช้มวลสารภายในสามารถลดอุณหภูมิอากาศภายในสูงสุดได้ในสภาวะไม่ปรับอากาศ เพราะมวลสารช่วยกักเก็บความร้อนไว้เลือกใช้มวลสารมีความจุความร้อนมากขึ้นจะทำให้อุณหภูมิอากาศลดลงและมีระยะเวลาที่อุณหภูมิภายในต่ำกว่าอุณหภูมิภายนอกมากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบอุณหภูมิอากาศเฉลี่ยภายในที่ติดตั้งกระจก 2 ชนิดพบว่า กระจก 2 ชั้นมีค่าสูงกว่ากระจกชั้นเดียว ส่วนอุณหภูมิอากาศภายในระหว่างช่องแสงทางทิศเหนือกับช่องแสงที่หมุนหลบแดดนั้นไม่แตกต่างกันทางสถิติ ผลการวิจัยสรุปได้ว่า การลดอุณหภูมิอากาศภายในอาคารที่ไม่ปรับอากาศสามารถทำได้โดยการใช้มวลสารภายในที่มีความจุความร้อนมากและกระจกชั้นเดียวที่มีค่าสัมประสิทธิ์การบังแดดต่ำ อาคารที่มีการปรับอากาศตลอดเวลาควรใช้กระจกฉนวนที่มีค่าสัมประสิทธิ์การบังแดดต่ำ เพื่อลดการแผ่รังสีความร้อนจากผิวกระจกและกักเก็บความเย็นในอาคารได้ ส่วนอาคารที่ปรับอากาศไม่ตลอดเวลานั้น ควรมีมวลสารภายในน้อยมีความจุความร้อนน้อยและใช้กระจกที่มีค่าสัมประสิทธิ์การบังแดดต่ำการออกแบบให้ช่องแสงไม่ได้รับแสงแดดโดยตรง ด้วยการใช้อุปกรณ์บังแดดอัตโนมัติหรือมีแผงกั้นที่สามารถเลื่อนปิด-เปิดได้ ผลสรุปจากการวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ในการออกแบบอาคารเพื่อให้ภายในอาคารเข้าใกล้เขตสภาวะน่าสบาย

บรรณานุกรม :
พรรณจิรา ทิศาวิภาต . (2541). ผลของการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่อาคาร ผ่านช่องแสงด้านข้างที่ไม่ได้รับแสงแดดโดยตรงโดยการหมุนหลบ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พรรณจิรา ทิศาวิภาต . 2541. "ผลของการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่อาคาร ผ่านช่องแสงด้านข้างที่ไม่ได้รับแสงแดดโดยตรงโดยการหมุนหลบ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พรรณจิรา ทิศาวิภาต . "ผลของการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่อาคาร ผ่านช่องแสงด้านข้างที่ไม่ได้รับแสงแดดโดยตรงโดยการหมุนหลบ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print.
พรรณจิรา ทิศาวิภาต . ผลของการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่อาคาร ผ่านช่องแสงด้านข้างที่ไม่ได้รับแสงแดดโดยตรงโดยการหมุนหลบ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.