| ชื่อเรื่อง | : | โครงสร้าง พฤติกรรม และประสิทธิภาพการผลิตทางเทคนิคของอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลังในประเทศไทย |
| นักวิจัย | : | ปรีดา จำปี |
| คำค้น | : | INDUSTRIAL ORGANIZATION , TAPIOCA STARCH INDUSTRY |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082540000072 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาในวิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษาถึงลักษณะองค์กรอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลังในประเทศไทยโดยทำการศึกษาในด้านโครงสร้าง พฤติกรรม และประสิทธิภาพการผลิตทางเทคนิคของอุตสาหกรรม ซึ่งในการศึกษาประสิทธิภาพการผลิตทางเทคนิคนี้ได้ใช้สมการการผลิตแบบคอบดักลาส เพื่อที่จะหาสมการขอบเขตการผลิตที่มีประสิทธิภาพด้วยวิธีลิเนียร์โปรแกรมมิ่ง โดยใช้ปัจจัยทุน แรงงาน วัตถุดิบ และค่าใช้จ่ายในด้านพลังงานเป็นปัจจัยในการผลิต การศึกษาในที่นี้ได้ใช้ข้อมูลจากหน่วยผลิตจำนวน 21 ราย โดยใช้ข้อมูลแบบCross-Section ในปี พ.ศ.2539 เพื่อศึกษาเปรียบเทียบค่าดัชนีประสิทธิภาพระหว่างหน่วยผลิตในอุตสาหกรรม จากผลการศึกษาพบว่าอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลังเป็นอุตสาหกรรมที่มีค่าการกระจุกตัวที่ต่ำและได้ลดลงในช่วง2 ทศวรรษที่ผ่านมา และนอกจากนี้ยังพบว่าได้มีความแตกต่างกันในตัวผลิตภัณฑ์ (เช่น ค่า Ph อัตราส่วนเถ้า ค่าความเหนียวหรือความขาว เป็นต้น) ในอุตสาหกรรมนี้จากระบบการผลิตที่ต่างกันในแต่ละหน่วยผลิต ทำให้สามารถกล่าวได้ว่าอุตสาหกรรมนี้มีลักษณะโครงสร้างตลาดเป็นกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาดแบบผู้ขายมากราย ทางด้านพฤติกรรมพบว่าการกำหนดราคาจำหน่ายแป้งมันสำปะหลังนั้นจะกำหนดตามราคาวัตถุดิบ (หัวมันสด)ซึ่งมีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่อันทำให้ต้นทุนการผลิตในแต่ละโรงงานมีความแตกต่างกัน และประกอบกับการที่ในอุตสาหกรรมมีความแตกต่างกันในตัวผลิตภัณฑ์ อันมีผลทำให้มีความเหมาะสมที่จะนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่ต่างกันนั้น จึงทำให้ราคาจำหน่ายแป้งมันสำปะหลังของแต่ละหน่วยผลิตต่างกัน (หากคุณภาพใกล้เคียงกันราคาจะต่างกันสูงสุดไม่เกิน 200 บาท/ตัน และกรณีที่คุณภาพต่างกันราคาจะต่างกันไม่เกิน 700 บาท/ตัน) ด้านประสิทธิภาพการผลิตทางเทคนิคของอุตสาหกรรม พบว่า เนื่องจากการที่ในแต่ละหน่วยผลิตในอุตสาหกรรมนี้มีความแตกต่างกันจึงเป็นเหตุให้เส้นขอบเขตการผลิตน่าที่จะมีความแตกต่างกัน ดังนั้นในการศึกษานี้จึงได้แบ่งหน่วยผลิตออกเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกแบ่งตามขนาดของหน่วยผลิต และกลุ่มสองแบ่งตามลักษณะลำดับการแยกแป้งของเครื่องจักร โดยใช้วิธี T-test ในการทดสอบ ซึ่งผลการศึกษาที่ได้คือหน่วยผลิตในกลุ่มที่หนึ่งไม่มีความแตกต่างกัน (ด้วยความเชื่อมั่น 95%) ในเส้นขอบเขตการผลิต จึงไม่มีความจำเป็นในการแยกผลการศึกษาในขณะที่หน่วยผลิตในกลุ่มที่สองนั้นมีความแตกต่างกันในเส้นขอบเขตการผลิต (ด้วยความเชื่อมั่น 95%) ฉะนั้นจึงได้มีการแยกผลการศึกษาออก ซึ่งผลการศึกษาที่ได้คือทั้งในหน่วยผลิตที่มีเครื่องแยก 2 ตัว คือเครื่อง Separator และ Decanterและหน่วยผลิตที่มีเครื่องแยกเพียง Decanter จะเป็นแบบการผลิตที่อยู่ในช่วงผลผลิตเพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลง (decreasingReturn to Scale) และมีค่าดัชนีประสิทธิภาพที่ใกล้เคียงกันเพียงแต่ในหน่วยผลิตที่มีเครื่องแยกสองระดับนั้นจะมีค่าความยืดหยุ่นที่มากกว่า (ค่าความยืดหยุ่นเท่ากับ 0.85) ในหน่วยผลิตที่มีเครื่องแยกเพียงระดับเดียว (ค่าความยืดหยุ่นเท่ากับ0.75) นั่นคือในระยะยาวแล้วโรงงานในกลุ่มที่มีเครื่องแยกสองระดับจะมีความสามารถในการขยายปริมาณผลผลิตได้ดีกว่าโรงงานในกลุ่มที่มีเครื่องแยกเพียงระดับเดียว |
| บรรณานุกรม | : |
ปรีดา จำปี . (2540). โครงสร้าง พฤติกรรม และประสิทธิภาพการผลิตทางเทคนิคของอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลังในประเทศไทย.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปรีดา จำปี . 2540. "โครงสร้าง พฤติกรรม และประสิทธิภาพการผลิตทางเทคนิคของอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลังในประเทศไทย".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปรีดา จำปี . "โครงสร้าง พฤติกรรม และประสิทธิภาพการผลิตทางเทคนิคของอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลังในประเทศไทย."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print. ปรีดา จำปี . โครงสร้าง พฤติกรรม และประสิทธิภาพการผลิตทางเทคนิคของอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลังในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.
|
