| ชื่อเรื่อง | : | การปรับปรุงหลังคา เพื่อลดภาระการทำความเย็น : กรณีศึกษาอาคารของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| นักวิจัย | : | โชติวิทย์ พงษ์เสริมผล |
| คำค้น | : | ROOF IMPROVEMENT , HEAT GAIN , CEILING THERMALINSULATION |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2539 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082539000870 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | งานวิจัยนี้เป็นการหาแนวทางการปรับปรุงหลังคาภายในอาคาร ทำการศึกษารูปแบบหลังคาที่ใช้กันทั่วไปในประเทศไทยจากการเลือกตัวอย่างศึกษาอาคารของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพื่อหาวิธีการป้องกันความร้อนที่ถ่ายเทเข้ามาทางหลังคาในการลดภาระการทำความเย็นให้แก่อาคาร หลังคากรณีศึกษา 4ประเภท ได้แก่ หลังคากระเบื้องลอนคู่ หลังคากระเบื้องซีเมนต์ หลังคาแผ่นโลหะ และหลังคาคอนกรีตเสริมเหล็ก จากกรณีศึกษา 6 กรณี ในช่วงต้นของงานวิจัย เป็นการศึกษาอิทธิพลของตัวแปรต่าง ๆ ที่มีผลต่อการถ่ายเทความร้อนทางหลังคา ศึกษาค่าการถ่ายเทพลังงานความร้อนรวมทางหลังคา (RTTV) และค่าประเมินสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อน จากการศึกษาพบว่าตัวแปรสำคัญหนึ่งในการประเมินค่าพลังงานความร้อนที่ถ่ายเทเข้ามาทางหลังคา คือ อุณหภูมิอากาศ ภายในห้อง ค่า RTTVจากการวัดจริงของหลังคาระบบปิดส่วนใหญ่ จะมีค่าเกินข้อกำหนดมาตรฐาน (25 วัตต์ ต่อตารางเมตร) และการประเมินหาค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อน จากอาคารจริง พบว่า เป็นค่าที่เปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงเวลา ตามอิทธิพลของตัวแปรต่าง ๆจะแตกต่างจาก ค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อน ตามทฤษฎีซึ่งอยู่ภายใต้สภาวะที่ถูกควบคุมไว้ หลังคาที่มีคุณสมบัติในการป้องกันความร้อน จากการประเมินค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อน เรียงจากมากไปน้อย ดังนี้ หลังคา คอนกรีตเสริมเหล็ก ฝ้าเพดานยิปซั่มบอร์ดบุฉนวนใยแก้วหนา 2 นิ้ววางแนวระนาบ, หลังคาแผ่นโลหะผสม พร้อมช่องระบายอากาศฝ้าเพดานไม้อัดยาง วางแนวระนาบ, หลังคากระเบื้องลอนคู่ฝ้าเพดาน ยิบซั่มบอร์ด วางเอียงตามหลังคา, หลังคากระเบื้องลอนคู่ ฝ้าเพดานยิบซั่มบอร์ด วางแนวระนาบ, หลังคากระเบื้องซีเมนต์ ฝ้าเพดานยิบซั่มบอร์ด วางแนวระนาบ, และหลังคาคอนกรีตเสริมเหล็กชนิดไม่มีฝ้าเพดาน ตามลำดับ อีกส่วนหนึ่งของงานวิจัยเป็นการเปรียบเทียบการใส่ฉนวนกันความร้อนแต่ละประเภทเหนือฝ้าเพดาน การใส่ฉนวนใยแก้วหรือใยหิน ที่ความหนาหนึ่งนิ้วแรก จะช่วยลดปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้ามากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับนิ้วถัดไปสำหรับการปรับปรุงหลังคาที่ต้องการระยะเวลาคืนทุน 3 ปีสำหรับอัตราค่าไฟฟ้าเดิม ฉนวนกันความร้อนที่เหมาะสมจากการศึกษาคือฉนวนเส้นใยเซลลูโลสชนิดอัดกาวหนา 1 นิ้ว, ฉนวนใยหินหนา 2 นิ้ว และฉนวนใยแก้วหนา 2 นิ้ว จะช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในอาคารได้ถึงร้อยละ 22.9, 25.9 และ 26.1ตามลำดับ ส่วนอัตราค่าไฟฟ้าใหม่ ฉนวนกันความร้อนที่เหมาะสมจากการศึกษา คือ ฉนวนใยหินหนา 6 นิ้ว และฉนวนใยแก้ว หนา6 นิ้ว จะช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในอาคารได้ถึงร้อยละ30.2 และ 30.3 ตามลำดับ ดังนั้น การปรับปรุงหลังคาภายในอาคารของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อย่างเหมาะสม จะช่วยประหยัดปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้า และมีระยะเวลาคืนทุนที่เหมาะสมได้ |
| บรรณานุกรม | : |
โชติวิทย์ พงษ์เสริมผล . (2539). การปรับปรุงหลังคา เพื่อลดภาระการทำความเย็น : กรณีศึกษาอาคารของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. โชติวิทย์ พงษ์เสริมผล . 2539. "การปรับปรุงหลังคา เพื่อลดภาระการทำความเย็น : กรณีศึกษาอาคารของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. โชติวิทย์ พงษ์เสริมผล . "การปรับปรุงหลังคา เพื่อลดภาระการทำความเย็น : กรณีศึกษาอาคารของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print. โชติวิทย์ พงษ์เสริมผล . การปรับปรุงหลังคา เพื่อลดภาระการทำความเย็น : กรณีศึกษาอาคารของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.
|
