| ชื่อเรื่อง | : | ผลกระทบของไอออนของนิกเกิลและโคบอลต์ต่อการทำงานของยูเอเอสบี |
| นักวิจัย | : | ณรงค์ศักดิ์ ธิติธัญญานนท์ |
| คำค้น | : | UASB , GRANULATION , SLUDGE BLANKET , NICKEL , COBALT |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2539 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082539000635 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | นิกเกิลและโคบอลต์ เป็นส่วนประกอบสำคัญของเอนไซม์หลักในกระบวนการเมตะบอลิซึมของจุลชีพสร้างมีเทนซึ่งเป็นจุลชีพที่พบมากในชั้นตะกอนและจำเป็นต่อระบบยูเอเอสบีงานวิจัยนี้ต้องการศึกษาอิทธิพลของไอออนของนิกเกิลและโคบอลต์ที่มีต่อสมรรถนะของระบบและลักษณะทางกายภาพของชั้นตะกอน งานวิจัยนี้แบ่งเป็น 2 ชุดการทดลองกล่าวคือ ในชุดการทดลองที่หนึ่ง ค่าซีโอดีน้ำเข้า 3000 มก./ล. อัตราภาระสารอินทรีย์ 12 กก.ซีโอดี/ลบ.ม.-วัน และเวลากักน้ำ 6ชั่วโมง ในชุดการทดลองที่สอง ค่าซีโอดีน้ำเข้า 4500 มก./ล.อัตราภาระสารอินทรีย์ 18 กก.ซีโอดี/ลบ.ม.-วัน และเวลากักน้ำ 6 ชั่วโมง แต่ละชุดการทดลองมี 3 ชุดการทดลองย่อยซึ่งเติมโลหะหนักแตกต่างกันดังนี้ 1) เติมทั้งนิกเกิลและโคบอลต์ (ถังยูเอเอสบีชุดที่ 1) 2) เติมนิกเกิลอย่างเดียว(ถังยูเอเอสบีชุดที่ 2) และ 3) เติมโคบอลต์อย่างเดียว(ถังยูเอเอสบีชุดที่ 3) น้ำเสียสังเคราะห์เตรียมจากการเจือจางน้ำสัปปะรดเข้มข้นด้วยน้ำประปาและเติมธาตุอาหารได้แก่ ไนโตรเจนและฟอสฟอรัสให้เพียงพอ มีอัตราส่วนของซีโอดีต่อไอออนของนิกเกิลและโคบอลต์ที่เติมเท่ากับ100:0.008:0.008 ตามลำดับ ผลการทดลองชุดที่ 1 พบว่าประสิทธิภาพการกำจัดซีโอดีของถังยูเอเอสบีชุดที่ 1 และ 3 ทั้งคู่เท่ากับ 90% ส่วนประสิทธิภาพการกำจัดซีโอดีของถังยูเอเอสบีชุดที่ 2 เท่ากับ60% อัตราการผลิตก๊าซมีเทนของถังยูเอเอสบีชุดที่ 1,2 และ3 เท่ากับ 0.24, 0.19 และ 0.22 ลิตร/กรัมซีโอดีที่ถูกกำจัดและเปอร์เซนต์ก๊าซมีเทนในก๊าซชีวภาพเท่ากับ 66%, 48%และ 62% ตามลำดับ สีตะกอนของถังยูเอเอสบีชุดที่ 1 และ 3เป็นสีดำและสีเทาเข้มตามลำดับ ส่วนสีตะกอนของถังยูเอเอสบีชุดที่ 2 เป็นสีขาวปนเหลือง นอกจากนี้ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเม็ดตะกอนของถังยูเอเอสบีชุดที่ 1, 2 และ 3 ประมาณ 3, 3.5และ 4.5 มม.ตามลำดับ ผลการทดลองชุดที่ 2 พบว่าประสิทธิภาพการกำจัดซีโอดีของถังยูเอเอสบีชุดที่ 1 และ 3 ได้เท่ากับ62% และ 80% ตามลำดับ ส่วนประสิทธิภาพการกำจัดซีโอดีของถังยูเอเอสบีชุดที่ 2 เท่ากับ 60% อัตราการผลิตก๊าซมีเทนของถังยูเอเอสบีชุดที่ 1, 2 และ 3 เท่ากับ 0.29, 0.28 และ0.23 ลิตร/กรัมซีโอดีที่ถูกกำจัดและเปอร์เซนต์ก๊าซมีเทนในก๊าซชีวภาพเท่ากับ 53%, 48%, และ 60% ตามลำดับ สีตะกอนของถังยูเอเอสบีชุดที่ 1 และ 3 เป็นสีเทาเข้มปนขาวและสีเทาเข้มตามลำดับ ส่วนสีตะกอนของถังยูเอเอสบีชุดที่ 2เป็นสีน้ำตาลอ่อน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเม็ดตะกอนของถังยูเอเอสบีชุดที่ 1, 2 และ 3 ประมาณ 4.5, 3.5 และ 4 มม.ตามลำดับ จากการทดลองนี้สามารถสรุปได้ว่าการเติมโคบอลต์ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบยูเอเอสบีได้อย่างมากและทำให้ตะกอนนอนมีสีดำคล้ำ ขณะที่การเติมนิกเกิลช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบเช่นกันแต่ไม่โดดเด่น นอกจากนี้ตะกอนสีดำคล้ำ(สีดำ, สีเทาเข้ม) มีแนวโน้มจะกำจัดซีโอดีได้ดีกว่าตะกอนสีอ่อน(สีน้ำตาลอ่อน, สีขาว) |
| บรรณานุกรม | : |
ณรงค์ศักดิ์ ธิติธัญญานนท์ . (2539). ผลกระทบของไอออนของนิกเกิลและโคบอลต์ต่อการทำงานของยูเอเอสบี.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ณรงค์ศักดิ์ ธิติธัญญานนท์ . 2539. "ผลกระทบของไอออนของนิกเกิลและโคบอลต์ต่อการทำงานของยูเอเอสบี".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ณรงค์ศักดิ์ ธิติธัญญานนท์ . "ผลกระทบของไอออนของนิกเกิลและโคบอลต์ต่อการทำงานของยูเอเอสบี."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print. ณรงค์ศักดิ์ ธิติธัญญานนท์ . ผลกระทบของไอออนของนิกเกิลและโคบอลต์ต่อการทำงานของยูเอเอสบี. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.
|
