ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาเปรียบเทียบสมรรถนะภาพของการกำจัดสีจากน้ำเสียโรงฟอกย้อมระหว่างกระบวนการเอสบีอาร์แบบธรรมดากับแบบแอนนอกซิก+แอนแอโรบิก/ออกซิก

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาเปรียบเทียบสมรรถนะภาพของการกำจัดสีจากน้ำเสียโรงฟอกย้อมระหว่างกระบวนการเอสบีอาร์แบบธรรมดากับแบบแอนนอกซิก+แอนแอโรบิก/ออกซิก
นักวิจัย : จินตนา แป้นสุวรรณ
คำค้น : DYE WASTEWATER , COLOR REMOVAL , ANOXIC+ANAEROBIC , OXIC , SBR
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2539
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082539000633
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาความเป็นไปได้และประสิทธิภาพในการกำจัดสีและสารอินทรีย์จากน้ำเสียโรงฟอกย้อมโดยใช้ระบบบำบะดน้ำเสียแบบชีวภาพชนิดเอสบีอาร์แบบธรรมดากับแบบแอนนอกซิก+แอนแอโรบิก/ออกซิก(เอทูโอ-เอสบีอาร์) โดยการทดลองแบ่งออกเป็น ก) ใช้น้ำเสียจริงที่มีสีต่างกัน 3 ชนิดคือ สีดิสเพอร์ส, ซัลเฟอร์ และรีแอกทีฟ โดยน้ำเสียมีสีดิสเพอร์สเก็บมาจากบ่อพักน้ำเสียรวมในโรงงานแห่งที่ 1ส่วนน้ำเสียอีก 2 ชนิดเก็บมาจากกระบวนการฟอกย้อมอย่างเดียวในโรงงานแห่งที่ 2 ข) ใช้น้ำเสียจริงชนิดสีรีแอกทีฟที่มีการเติมแหล่งคาร์บอน(น้ำตาลและกรดอะซิติก)เสริมลงไป และนำมาทดลองเปรียบเทียบประสิทธิภาพการกำจัดสีโดยใช้ระบบเอทูโอ-เอสบีอาร์ที่มีการทำงานในช่วงแอนนอกซิก+แอนแอโรบิกต่างกันคือ 8 และ 20 ชั่วโมง จากผลการทดลองพบว่า ในการกำจัดสีและสารอินทรีย์ของน้ำเสียที่มีสี 3 ชนิดโดยใช้ระบบเอทูโอ-เอสบีอาร์จะมีประสิทธิภาพสูงกว่าระบบเอสบีอาร์แบบธรรมดา ทั้งนี้ระบบเอทูโอ-เอสบีอาร์มีประสิทธิภาพการกำจัดสีดิสเพอร์ส,ซัลเฟอร์ และรีแอกทีฟ เท่ากับ 75, 15.7 และ 31.2% ในหน่วยSU และ 11.2, 5.1 และ 8.0% ในหน่วย ADMI ตามลำดับ ส่วนประสิทธิภาพการกำจัดสีในระบบเอสบีอาร์แบบธรรมดาสำหรับสีทั้ง 3 ชนิด คิดเป็น 73.6, 3.2 และ 30.2% ในหน่วย SU และ3.8, 5.2 และ 7.8% ในหน่วย ADMI ตามลำดับ จะเห็นได้ว่าวิธีการวัดสีในหน่วย ADMI ของระบบฯทั้งสองมีความแตกต่างกันน้อยมาก แต่เมื่อดูด้วยตาจะสังเกตเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน และนอกจากนี้ยังพบว่าระบบฯทั้งสองมีประสิทธิภาพการกำจัดซีโอดีสูง(มากกว่า 75% สำหรับสีดิสเพอร์ส) และมีประสิทธิภาพการกำจัดทีเคเอ็นสูงเช่นกัน(มากกว่า 93.7%สำหรับสีทั้ง 3 ชนิด) แต่พบว่าระบบเอทูโอ-เอสบีอาร์มีประสิทธิภาพการกำจัดไนโตรเจนและฟอสฟอรัสสูงกว่าระบบเอสบีอาร์แบบธรรมดา(สูงมากกว่า 50% สำหรับสีทั้ง 3 ชนิด)อย่างไรก็ตามยังมีประสิทธิภาพการกำจัดที่ไม่สูงนัก ทั้งนี้อาจเกิดจากวิธีการวัดไนเทรตมีตัวขัดขวางคือสี ทำให้ค่าที่วัดได้ไม่ถูกต้องมากนัก และระบบฯมีอุณหภูมิสูง (24-27degree C) ซึ่งทำให้มีประสิทธิภาพการกำจัดฟอสฟอรัสไม่ดีนัก นอกจากนี้ยังพบอีกว่า การกำจัดสีชนิดรีแอกทีฟที่มีการเติมแหล่งคาร์บอนเสริมโดยใช้ระบบเอทูโอ-เอสบีอาร์ที่มีการทำงานในช่วงแอนนอกซิก+แอนแอโรบิก และช่วงออกซิก 20+2ชั่วโมง มีประสิทธิภาพการกำจัดสีสูงกว่า 8+2 ชั่วโมง โดยมีประสิทธิภาพการกำจัดสี 42.8 และ 19% ในหน่วย SU และ ADMIตามลำดับที่การทำงาน 20+2 ชั่วโมง และ 29.2 และ 16.4%ที่การทำงาน 8+2 ชั่วโมง ตามลำดับ สรุปได้ว่า ประสิทธิภาพในการกำจัดสีจากน้ำเสียโรงฟอกย้อมขึ้นอยู่กับปัจจัยดังต่อไปนี้คือ องค์ประกอบของน้ำเสีย, ชนิดและโครงสร้างของโมเลกุลสี, ความเข้มข้นของสีและเวลาการทำงานในช่วงแอนนอกซิก+แอนแอโรบิกและออกซิกที่เหมาะสม

บรรณานุกรม :
จินตนา แป้นสุวรรณ . (2539). การศึกษาเปรียบเทียบสมรรถนะภาพของการกำจัดสีจากน้ำเสียโรงฟอกย้อมระหว่างกระบวนการเอสบีอาร์แบบธรรมดากับแบบแอนนอกซิก+แอนแอโรบิก/ออกซิก.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
จินตนา แป้นสุวรรณ . 2539. "การศึกษาเปรียบเทียบสมรรถนะภาพของการกำจัดสีจากน้ำเสียโรงฟอกย้อมระหว่างกระบวนการเอสบีอาร์แบบธรรมดากับแบบแอนนอกซิก+แอนแอโรบิก/ออกซิก".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
จินตนา แป้นสุวรรณ . "การศึกษาเปรียบเทียบสมรรถนะภาพของการกำจัดสีจากน้ำเสียโรงฟอกย้อมระหว่างกระบวนการเอสบีอาร์แบบธรรมดากับแบบแอนนอกซิก+แอนแอโรบิก/ออกซิก."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print.
จินตนา แป้นสุวรรณ . การศึกษาเปรียบเทียบสมรรถนะภาพของการกำจัดสีจากน้ำเสียโรงฟอกย้อมระหว่างกระบวนการเอสบีอาร์แบบธรรมดากับแบบแอนนอกซิก+แอนแอโรบิก/ออกซิก. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.