| ชื่อเรื่อง | : | ผลของการสอนโดยเพื่อนด้วยการจับคู่ตามรูปแบบการคิดที่มีต่อการรับรู้ความสามารถของตนเองและผลสัมฤทธิ์ในวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนระดับประถมศึกษา |
| นักวิจัย | : | ยมลพร พันธนาม |
| คำค้น | : | PEER TUTORING PAIRED , COGNITIVE STYLES , SELF-EFFICACY , ACHIEVEMENT IN MATHEMATICS |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2539 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082539001125 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการสอนโดยเพื่อนด้วยการจับคู่ตามรูปแบบการคิดที่มีต่อการรับรู้ความสามารถของตนเองและผลสัมฤทธิ์ในวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของโรงเรียนอนุบาลศรีสะเกษ จังหวัดศรีษะเกษจำนวน 15 คน ซึ่งใช้แบบทดสอบเดอะ กรุป เอมเบดเดด ฟิกเกอร์เทสต์ จำแนกนักเรียนเป็นผู้ที่มีรูปแบบการคิดแบบไม่อิสระ(Field Dependence/FD) และรูปแบบการคิดแบบอิสระ (FieldIndependence/FT) และได้จัดกลุ่มตัวอย่างเป็น 3 เงื่อนไขดังนี้ เงื่อนไขที่ 1 จับคู่นักเรียนที่มีรูปแบบการคิดแบบ FDและมีผลสัมฤทธิ์ต่ำในวิชาคณิตศาสตร์ให้ได้รับการสอนโดยนักเรียนที่มีรูปแบบการคิดแบบ FI และมีผลสัมฤทธิ์สูงในวิชาคณิตศาสตร์ เงื่อนไขที่ 2 จับคู่นักเรียนที่มีรูปแบบการคิดแบบ FDและมีผลสัมฤทธิ์ต่ำในวิชาคณิตศาสตร์ให้ได้รับการสอนโดยนักเรียนที่มีรูปแบบการคิดแบบ FD และมีผลสัมฤทธิ์สูงในวิชาคณิตศาสตร์และ เงื่อนไขที่ 3 จับคู่นักเรียนที่มีรูปแบบการคิดแบบ FDและมีผลสัมฤทธิ์ต่ำในวิชาคณิตศาสตร์ให้ได้รับการสอนโดยนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์สูงในวิชาคณิตศาสตร์ การวิจัยนี้เป็นการทดลองแบบทดสอบก่อนการทดลองและทดสอบหลังการทดลอง ผู้วิจัยทำการทดสอบกลุ่มตัวอย่างทุกเงื่อนไขโดยใช้แบบทดสอบการรับรู้ความสามารถของตนเองและแบบทดสอบความสามารถทางคณิตศาสตร์ในระยะก่อนการทดลอง ผู้วิจัยทำการฝึกอบรมนักเรียนผู้สอน หลังจากนั้นจัดผู้สอนทำหน้าที่สอนผู้เรียนใช้เวลาในการดำเนินการทดลอง 12 ครั้ง ภายใน 3 สัปดาห์ ในระยะหลังการทดลองผู้วิจัยทำการสดสอบกลุ่มตัวอย่างทั้งสามเงื่อนไขโดยใช้แบบทดสอบการรับรู้ความสามารถของตนเองและแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ในวิชาคณิตศาสตร์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One Way ANOVA) และการวิเคราะห์ความแตกต่างของค่าเฉลี่ยด้วยค่าที (t-test) ผลการวิจัยพบว่า 1. นักเรียนที่มีรูปแบบการคิดแบบ FD และมีผลสัมฤทธิ์ต่ำในวิชาคณิตศาสตร์จากกลุ่มตัวอย่างทั้ง 3 เงื่อนไขมีคะแนนการรับรู้ความสามารถของตนเองและคะแนนผลสัมฤทธิ์ในวิชาคณิตศาสตร์ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 2. นักเรียนที่มีรูปแบบการคิดแบบ FD และมีผลสัมฤทธิ์ต่ำในวิชาคณิตศาสตร์จากกลุ่มตัวอย่างทั้ง 3 เงื่อนไขมีคะแนนการรับรู้ความสามารถของตนเองและคะแนนผลสัมฤทธิ์ในวิชาคณิตศาสตร์ในระยะหลังการทดลองสูงกว่าระยะก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .01 |
| บรรณานุกรม | : |
ยมลพร พันธนาม . (2539). ผลของการสอนโดยเพื่อนด้วยการจับคู่ตามรูปแบบการคิดที่มีต่อการรับรู้ความสามารถของตนเองและผลสัมฤทธิ์ในวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนระดับประถมศึกษา.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ยมลพร พันธนาม . 2539. "ผลของการสอนโดยเพื่อนด้วยการจับคู่ตามรูปแบบการคิดที่มีต่อการรับรู้ความสามารถของตนเองและผลสัมฤทธิ์ในวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนระดับประถมศึกษา".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ยมลพร พันธนาม . "ผลของการสอนโดยเพื่อนด้วยการจับคู่ตามรูปแบบการคิดที่มีต่อการรับรู้ความสามารถของตนเองและผลสัมฤทธิ์ในวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนระดับประถมศึกษา."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print. ยมลพร พันธนาม . ผลของการสอนโดยเพื่อนด้วยการจับคู่ตามรูปแบบการคิดที่มีต่อการรับรู้ความสามารถของตนเองและผลสัมฤทธิ์ในวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนระดับประถมศึกษา. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.
|
