ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลกระทบของขี้เถ้าลอยในปฏิกิริยาปอซโซลานิกที่มีผลต่อกำลังอัดของคอนกรีตสมรรถนะสูง

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลกระทบของขี้เถ้าลอยในปฏิกิริยาปอซโซลานิกที่มีผลต่อกำลังอัดของคอนกรีตสมรรถนะสูง
นักวิจัย : วิศว จักรไพศาล
คำค้น : FLY ASH , HYDRATION REACTION , POZZOLANIC REACTION , THERMOGRAVIMETRY ANALYSIS
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2539
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082539000536
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ปฏิกิริยาเคมีระหว่างซีเมนต์กับน้ำซึ่งเรียกกันว่าปฏิกิริยาไฮเดรชั่นจะให้ผลผลิตคือแคลเซี่ยมซิลิเกตไฮเดรต(CSH) และแคลเซี่ยมไฮดรอกไซด์ (Ca(OH)('2) และเมื่อมีขี้เถ้าลอยในส่วนผสมของซีเมนต์ สารเคมีในขี้เถ้าลอยจะทำปฏิกิริยากับแคลเซี่ยมไฮดรอกไซด์ที่เหลือจากปฏิกิริยาไฮเดรชั่น ได้แคลเซี่ยมซิลิเกตไฮเดรตมากขึ้น เรียกว่า ปฏิกิริยาปอชโซลานิก ซึ่งแคลเซี่ยมซิลิเกตไฮเดรตที่เกิดขึ้นทั้งหมดจะทำหน้าที่เป็นตัวยึดประสานเนื้อคอนกรีต ส่งผลให้กำลังอัดของคอนกรีตสูงขึ้น ในงานวิจัยนี้ได้ทำการทดสอบหาปริมาณแคลเซี่ยมไฮดรอกไซด์ที่เกิดขึ้นตามอายุของปฏิกิริยาทางเคมีโดยใช้เครื่องวิเคราะห์ด้วยการวัดความร้อนภายใต้แรงศูนย์ถ่วง, Themogravimetry Analysis (TGA) แล้วนำมาคำนวณหาปริมาณแคลเซี่ยมซิลิเกตไฮเดรต ซึ่งคำนวณจากมวลโมเลกุลของสมการเคมี เพื่ออธิบายผลกระทบของขี้เถ้าลอยต่อกำลังและพฤติกรรมทางกายภาพ ทั้งนี้จะเปรียบเทียบกับปฏิกิริยาทางเคมีของซีเมนต์เพสธรรมดา ในการทดสอบหาแคลเซียมไฮดรอกไซด์โดยใช้วิธีTGA จะต้องเผาซีเมนต์เพสที่อุณหภูมิประมาณ 450-600 degree C ให้แคลเซี่ยมไฮดรอกไซด์สลายตัวจนน้ำหนักหายไปจึงสามารถตรวจวัดในส่วนนี้ได้ การวิจัยนี้จะศึกษาอัตราการเกิดแคลเซี่ยมไฮดรอกไซด์และนำไปคำนวนหาปริมาณแคลเซึ่ยมซิลิเกตไฮเดรตโดยใช้การทดแทนซีเมนต์ด้วยขี้เถ้าลอยปริมาณ 15-35% ด้วยส่วนผสมของคอนกรีตที่มีปริมาณซีเมนต์ 500 กก./ลบ.ม. และศึกษาคุณสมบัติของคอนกรีตสดและคอนกรีตที่แข็งตัวแล้วตามอายุ ผลการทดสอบพบว่าในซีเมนต์เพส แคลเซี่ยมไฮดรอกไซด์จะเพิ่มขึ้นตามอายุจากปฏิกิริยาไฮเดรชั่นแต่เมื่อผสมขี้เถ้าลอย แคลเซี่ยมไฮดรอกไซด์จะลดลงเนื่องจากปฏิกิริยาปอชโซลานิกจากขี้เถ้าลอย โดยน้ำหนักจะลดลงประมาณ 0.6-0.8% ที่อายุ28 วัน และประมาณ 1.38-1.56% ที่อายุ 56 วัน ชี้ให้เห็นว่าปฏิกิริยาปอซโซลานิกจะเกิดเพิ่มขึ้นตามเวลา และปริมาณแคลเซี่ยมไฮดรอกไซด์ในซีเมนต์เพสผสมขี้เถ้าลอยจะลดลงตำ่กว่าในซีเมนต์เพสธรรมดาที่อายุประมาณ 2 สัปดาห์ และเมื่อเพิ่มขี้เถ้าลอยปริมาณแคลเซี่ยมไฮดรอกไซด์จะลดลงเป็นสัดส่วนโดยตรงกับปริมาณขี้เถ้าลอยในส่วนผสม แคลเซี่ยมซิลิเกตไฮเดรตในซีเมนต์เพสผสมขี้เถ้าลอย จะมีปริมาณมากกว่าในซีเมนต์เพสธรรมดาประมาณ5% ที่อายุ 28 วัน และประมาณ 10% ที่อายุ 56 วัน แสดงว่าปฏิกิริยาปอซโซลานิกเกิดขึ้นตามเวลา ส่งผลให้คอนกรีตผสมขี้เถ้าลอยมีการพัฒนากำลังอัดในระยะยาว และกำลังอัดจะขึ้นอยู่กับปริมาณแคลเซี่ยมซิลิเกตไฮเดรตในส่วนผสม ซึ่งกำลังอัดจะลดลงในอัตราเดียวกันกับแคลเซึ่ยมซิลิเกตไฮเดรต จากผลการศึกษาพบว่ากำลังของคอนกรีตจะลดลงประมาณ 10% จากการแทนที่ด้วยขี้เถ้าลอยทุก ๆ 10% การผสมขี้เถ้าลอยในซีเมนต์สามารถปรับปรุงความสามารถในการทำงานได้ของคอนกรีตสด โดยค่ายุบตัวจะแปรผันเป็นสัดส่วนโดยตรงกับปริมาณขี้เถ้าลอยในส่วนผสมนั้นคือค่ายุบตัวจะเพิ่มขึ้นประมาณ 10% ของการแทนที่ 10%ด้วยขี้เถ้าลอย ปริมาณขี้เถ้าลอยที่เหมาะสมหากพิจารณาด้านความอยู่ตัวมีค่าเท่ากับ 25% และหากพิจารณาด้านกำลังอัดปริมาณขี้เถ้าลอยที่เหมาะสมมีค่าเท่ากับ 15% และหากพิจารณาด้านความสามารถทำงานได้ ปริมาณขี้เถ้าลอยที่เหมาะสมมีค่าเท่ากับ 35% ค่าโมดุลัสความยืดหยุ่นของคอนกรีตผสมขี้เถ้าลอยจะมีค่าสูงกว่าคอนกรีตธรรมดาและจะมีค่ามากกว่า ACI Comittee363 ประมาณ 35-40% และมอร์ต้าผสมขี้เถ้าลอยจะมีการหดตัวมากกว่ามอร์ต้าธรรมดาประมาณ 2-10%

บรรณานุกรม :
วิศว จักรไพศาล . (2539). ผลกระทบของขี้เถ้าลอยในปฏิกิริยาปอซโซลานิกที่มีผลต่อกำลังอัดของคอนกรีตสมรรถนะสูง.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วิศว จักรไพศาล . 2539. "ผลกระทบของขี้เถ้าลอยในปฏิกิริยาปอซโซลานิกที่มีผลต่อกำลังอัดของคอนกรีตสมรรถนะสูง".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วิศว จักรไพศาล . "ผลกระทบของขี้เถ้าลอยในปฏิกิริยาปอซโซลานิกที่มีผลต่อกำลังอัดของคอนกรีตสมรรถนะสูง."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print.
วิศว จักรไพศาล . ผลกระทบของขี้เถ้าลอยในปฏิกิริยาปอซโซลานิกที่มีผลต่อกำลังอัดของคอนกรีตสมรรถนะสูง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.