| ชื่อเรื่อง | : | ความตรงเชิงโครงสร้างและความสามารถในการทำนาย ของแบบทดสอบวัดระดับแรงจูงใจทางจริยธรรมในวิชาชีพสื่อมวลชน |
| นักวิจัย | : | อรรถวุฒิ จันทร์บุษราคัม |
| คำค้น | : | ETHICAL , MOTIVATIONS , VALIDITY , PROFESSIONALJOURNALISTS |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2539 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082539000380 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | งานวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อทดสอบหาแรงจูงใจที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจทางจริยธรรมในวิชาชีพสื่อมวลชน โดยการทดสอบหาแบบแผนการจับกลุ่มของข้อความที่สะท้อนถึงแรงจูงใจทางจริยธรรมในวิชาชีพสื่อมวลชนประเภทต่างๆ ที่สร้างขึ้นจากแรงจูงใจทางจริยธรรมในวิชาชีพสื่อมวลชนของSingletary (1990) จำนวน 13 ประเภท และหาความสัมพันธ์ระหว่างแบบแผนการจับกลุ่มของแรงจูงใจที่พบ กับการตัดสินใจทางจริยธรรมในวิชาชีพสื่อมวลชนในสถานการณ์ที่ตัดสินใจได้ยาก โดยเก็บข้อมูลจากนักศึกษาที่ศึกษาในสาขาวิชานิเทศศาสตร์จำนวน 210 คน จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยกรุงเทพสถาบันราชภัฏสวนดุสิต และสวนสุนันทา ใช้วิธีการวิเคราะห์ปัจจัย ( Factor Analysis ) เพื่อทดสอบหาแบบแผนการจับกลุ่มของแรงจูงใจประเภทต่างๆ ถ้ามีแบบแผนสอดคล้องกับปัจจัยแรงจูงใจทางจริยธรรมในวิชาชีพสื่อมวลชนของ Singletary(1990) และของ White (1991) แสดงว่ามีความตรงเชิงโครงสร้างและใช้การทดสอบความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ย (t-test) เพื่อดูความสัมพันธ์ของคะแนนปัจจัย (Factor Score) ในแบบแผนแรงจูงใจแต่ละแบบแผน ที่ถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่มีการตัดสินใจในทางที่มีจริยธรรมสูง และกลุ่มที่มีการตัดสินใจในทางที่มีจริยธรรมต่ำ ผลที่ได้ถ้ามีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แสดงว่าแบบแผนแรงจูงใจนั้นมีความสามารถในการทำนาย ผลการวิจัยพบว่า แบบแผนการจับกลุ่มของแรงจูงใจที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจทางจริยธรรมในวิชาชีพสื่อมวลชน(ต่อไปขอเรียกว่า ปัจจัย) สามารถแบ่งได้เป็น 4 ปัจจัยดังนี้ ปัจจัยที่ 1 ประกอบด้วย แรงจูงใจเกี่ยวกับมาตรฐานวิชาชีพ ความเชื่อถือของประชาชน และหลักกฎหมาย ปัจจัยที่ 2 ประกอบด้วย แรงจูงใจเกี่ยวกับการทำทุกอย่างเพื่อให้งานสำเร็จ ขึ้นอยู่กับมาตรฐานของนายจ้างความสนใจของสาธารณะชน และบรรทัดฐานของสังคม ปัจจัยที่ 3 ประกอบด้วย การไม่มีความรู้ความสนใจในจริยธรรม และแรงจูงใจเกี่ยวกับการต้องการความก้าวหน้าส่วนตัว ปัจจัยที่ 4 ประกอบด้วยแรงจูงใจเกี่ยวกับความเชื่อทางศาสนา เมื่อนำคะแนนปัจจัย ( Factor Score) ของแต่ละปัจจัยมาหาความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มที่มีการตัดสินใจในทางที่มีจริยธรรมต่ำกับกลุ่มที่มีการตัดสินใจในทางที่มีจริยธรรมสูง พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างกลุ่มทั้งสองในปัจจัยที่ 2 และ 3 กล่าวคือ ผู้ที่เห็นด้วยกับปัจจัยทั้งสองนี้มีการตัดสินใจในทางที่มีจริยธรรมต่ำส่วนผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับปัจจัยทั้งสองนี้มีการตัดสินใจในทางที่มีจริยธรรมสูงแสดงว่า ปัจจัยที่ 2 และ 3 ที่ได้จากการศึกษานี้สามารถทำนายถึงการตัดสินใจทางจริยธรรมในวิชาชีพสื่อมวลชนได้ |
| บรรณานุกรม | : |
อรรถวุฒิ จันทร์บุษราคัม . (2539). ความตรงเชิงโครงสร้างและความสามารถในการทำนาย ของแบบทดสอบวัดระดับแรงจูงใจทางจริยธรรมในวิชาชีพสื่อมวลชน.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อรรถวุฒิ จันทร์บุษราคัม . 2539. "ความตรงเชิงโครงสร้างและความสามารถในการทำนาย ของแบบทดสอบวัดระดับแรงจูงใจทางจริยธรรมในวิชาชีพสื่อมวลชน".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อรรถวุฒิ จันทร์บุษราคัม . "ความตรงเชิงโครงสร้างและความสามารถในการทำนาย ของแบบทดสอบวัดระดับแรงจูงใจทางจริยธรรมในวิชาชีพสื่อมวลชน."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print. อรรถวุฒิ จันทร์บุษราคัม . ความตรงเชิงโครงสร้างและความสามารถในการทำนาย ของแบบทดสอบวัดระดับแรงจูงใจทางจริยธรรมในวิชาชีพสื่อมวลชน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.
|
