| ชื่อเรื่อง | : | ผลการสอนโดยประยุกต์ทฤษฎีการรับรู้ความสามารถของตนเองต่อการรับรู้ความสามารถของตนเองและพฤติกรรมการปฏิบัติตัวในการป้องกันการแพร่กระจายโรคของหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นพาหะของโรคไวรัสตับอักเสบ บี |
| นักวิจัย | : | อรนุช เชาว์ปรีชา |
| คำค้น | : | SELF-EFFICACY PERCEPTION , PRACTICING PREVENTIVEBEHAVIOR |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2539 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082539000305 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา ผลการสอนโดยประยุกต์ทฤษฎีการรับรู้ความสามารถของตนเองต่อการรับรู้ความสามารถของตนเองและพฤติกรรมการปฏิบัติตัวในการป้องกันการแพร่กระจายโรค โดยเปรียบเทียบการรับรู้ความสามารถของตนเองและพฤติกรรมการปฏิบัติตัวในการป้องกันการแพร่กระจายโรคของหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นพาหะของโรคไวรัสตับอักเสบ บีระหว่างกลุ่มที่ได้รับการสอนโดยประยุกต์ทฤษฎีการรับรู้ความสามารถของตนเอง โดยใช้แนวทางการสร้างความสามารถของตนเอง4 แนวทาง คือ 1) การประสบความสำเร็จในการทำงาน 2) การได้เห็นประสบการณ์ของผู้อื่น 3) การชักจูงด้วยคำพูด 4) การกระตุ้นเร้าทางอารมณ์ และกลุ่มที่ได้รับการสอนตามปกติจากพยาบาลวิชาชีพ กลุ่มตัวอย่างเป็นหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นพาหะของโรคไวรัสตับอักเสบ บี จำนวน 40 คน ที่มารับบริการฝากครรภ์ ที่หน่วยฝากครรภ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เป็นผู้ที่ได้รับการวินิจฉัย ว่าเป็นพาหะของโรคไวรัสตับอักเสบ บีและมีอายุครรภ์ระหว่าง 16-32 สัปดาห์ แบ่งกลุ่มตัวอย่างเป็น 2 กลุ่ม โดยวิธีการจับคู่ตามปัจจัยด้านระดับการศึกษาและฐานะทางเศรษฐกิจ กลุ่มละ 20 คน กลุ่มทดลองเข้าร่วมการสอน โดยใช้การอภิปรายกลุ่ม ประกอบภาพพลิก แผ่นพับจดหมายกระตุ้นเตือนส่งถึงบ้าน ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับการสอนตามปกติจากพยาบาลวิชาชีพ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แผนการสอน ภาพพลิก แผ่นพับ แบบวัดการรับรู้ความสามารถของตนเอง และแบบสัมภาษณ์พฤติกรรมการปฏิบัติตัว เครื่องมือวิจัยได้รับการทดสอบความตรงของเนื้อหาและความเที่ยงแล้ว จึงนำไปใช้เพื่อการรวบรวมข้อมูล ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ คือ 1. การรับรู้ความสามารถของตนเองและพฤติกรรมการปฏิบัติตัวในการป้องกันการแพร่กระจายโรคของหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นพาหะของโรคไวรัสตับอักเสบ บี หลังได้รับการสอยโดยประยุกต์ทฤษฎีการรับรู้ความสามารถของตนเองสูงกว่า ก่อนการสอนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. การรับรู้ความสามารถของตนเองและพฤติกรรมการปฏิบัติตัวในการป้องกันการแพร่กระจายโรคของหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นพาหะของโรคไวรัสตับอักเสบ บี หลังได้รับการสอนโดยประยุกต์ทฤษฎีการรับรู้ความสามารถของตนเองสูงกว่าหญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับการสอนจากตามปกติจากพยาบาลวิชาชีพอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 |
| บรรณานุกรม | : |
อรนุช เชาว์ปรีชา . (2539). ผลการสอนโดยประยุกต์ทฤษฎีการรับรู้ความสามารถของตนเองต่อการรับรู้ความสามารถของตนเองและพฤติกรรมการปฏิบัติตัวในการป้องกันการแพร่กระจายโรคของหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นพาหะของโรคไวรัสตับอักเสบ บี.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อรนุช เชาว์ปรีชา . 2539. "ผลการสอนโดยประยุกต์ทฤษฎีการรับรู้ความสามารถของตนเองต่อการรับรู้ความสามารถของตนเองและพฤติกรรมการปฏิบัติตัวในการป้องกันการแพร่กระจายโรคของหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นพาหะของโรคไวรัสตับอักเสบ บี".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อรนุช เชาว์ปรีชา . "ผลการสอนโดยประยุกต์ทฤษฎีการรับรู้ความสามารถของตนเองต่อการรับรู้ความสามารถของตนเองและพฤติกรรมการปฏิบัติตัวในการป้องกันการแพร่กระจายโรคของหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นพาหะของโรคไวรัสตับอักเสบ บี."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print. อรนุช เชาว์ปรีชา . ผลการสอนโดยประยุกต์ทฤษฎีการรับรู้ความสามารถของตนเองต่อการรับรู้ความสามารถของตนเองและพฤติกรรมการปฏิบัติตัวในการป้องกันการแพร่กระจายโรคของหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นพาหะของโรคไวรัสตับอักเสบ บี. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.
|
