ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของแอสไพรินต่อความดันหลอดเลือดแดงปอดในผู้ป่วยเด็กธาลัสซีเมียที่ได้ รับการตัดม้าม

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของแอสไพรินต่อความดันหลอดเลือดแดงปอดในผู้ป่วยเด็กธาลัสซีเมียที่ได้ รับการตัดม้าม
นักวิจัย : ไชยยง นิธิไชโย
คำค้น : BETA-THALASSEMIA , MEAN PULMONARY ARTERIAL PRESSURE , ASPIRIN , POSTSPLENECTOMY
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2539
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082539000336
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

จุดประสงค์ : เพื่อแสดงให้เห็นถึง ผลของการให้แอสไพรินในขนาด 3-5 มก./กก./วัน ต่อความดันเฉลี่ยหลอดเลือดแดงปอดในผู้ป่วยเด็ก beta thalassemia ที่ตัดม้ามแล้ว และสามารถนำมาประยุกต์ใช้ทางคลีนิกได้ รูปแบบการศึกษา : เป็นการทำวิจัยโดยการทดลองก่อนและหลังโดยไม่มีกลุ่มควบคุม ( Before - after experimentwithout control group ) สถานที่ศึกษา : คลีนิกผู้ป่วยนอก แผนกกุมารเวชศาสตร์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ประชากรที่ศึกษา : ผู้ป่วยเด็ก beta thalassemia ที่ได้รับการตัดม้ามแล้วและมารับการรักษาเป็นประจำที่คลีนิกผู้ป่วยนอก แผนกกุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้รับเลือดครั้งสุดท้ายนานเกินกว่า 3 สัปดาห์ มีระดับ Hctอยู่ในช่วง 18 - 24 % และที่ไม่มีภาวะหัวใจวาย เลือดออกง่าย แพ้ยาแอสไพรินหรือเป็นโรคกระเพาะมาก่อน โดยเลือกตามลำดับหมายเลขลำดับการเข้าตรวจที่แผนกผู้ป่วยนอก หลังจากนั้นจะได้รับการทำ Doppler echocardiogram แล้วคัดเฉพาะผู้ป่วยที่มีความดันเฉลี่ยหลอดเลือดแดงปอดสูงกว่าหรือเท่ากับ20 มม.ปรอท มาศึกษาจนครบ 12 คน วิธีการศึกษา : นำผู้ป่วยหรือผู้ปกครองผู้ป่วยทั้ง12 คนมาอธิยายถึงขั้นตอนการศึกษา ข้อมูลเกี่ยวกับยาเน้นให้เห็นถึงความสำคัญและความจำเป็นในการกินยาสม่ำเสมอ ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นของยา จากนั้นผู้ป่วยเหล่านี้จะได้รับยาแอสไพรินในขนาดที่อยู่ในช่วง 3-5 มก./กก./วัน วันละครั้ง จากนั้นจึงนัดผู้ป่วยมารับการตรวจ Dopplerechocardiogram, ซักถามถึงอาการอันเป็นผลข้างเคียงของยาและนับจำนวนยาที่เหลือ เป็นเวลา 1 เดือน 3 เดือน และ 5เดือนตามลำดับ วิธีวัดผลการศึกษา : ตรวจวัดค่าความดันเส้นเลือดแดงปอดโดยการใช้ Doppler Echocardiogram ในท่าที่จัดให้ผู้ป่วยนอนราบ วัดค่า acceleration time และ ejection timeของ pulmonary artery flow velocity นำมาคำนวณหาค่าความดันเฉลี่ยเส้นเลือดแดงปอดจำนวน 5 ครั้ง แล้วนำมาหาค่าเฉลี่ย ผลการศึกษา : พบว่าการใช้แอสไพรินให้ผู้ป่วยเหล่านี้สามารถลดความดันเฉลี่ยเส้นเลือดแดงปอดลงได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติภายในระยะเวลา 1 เดือน ( p = 7.3 x 10('-6) )โดยความดันเส้นเลือดแดงปอดเฉลี่ยก่อนการทดลองเท่ากับ 42.09มม.ปรอท หลังการให้ยา 1 เดือนเท่ากับ 39.76 มม.ปรอท หลังให้ยา 3 เดือนเท่ากับ 36.28 มม.ปรอทและหลังจากให้ยา 5 เดือนเท่ากับ 32.49 ปรอทตามลำดับ สรุป : สามารถลดความดันเส้นเลือดแดงปอดลงได้ โดยการให้แอสไพรินซึ่งเป็นยาที่ใช้ในการต้านการทำงานของเกร็ดเลือด แสดงให้เห็นว่าสมมุติฐานที่ว่าภาวะความดันในเลือดแดงสูงในผู้ป่วยเบต้าธาลัสซีเมียที่ได้รับการตัดม้ามเกิดจากการทำงานของเกร็ดเลือดที่มากขึ้นนั้นเป็นจริง และสามารถนำความรู้นี้ไปใช้เพื่อป้องกันและลดการเกิดภาวะความดันเส้นเลือดแดงปอดสูงในผู้ป่วยเบต้าธาลัสซีเมียที่ได้รับการตัดม้าม

บรรณานุกรม :
ไชยยง นิธิไชโย . (2539). ผลของแอสไพรินต่อความดันหลอดเลือดแดงปอดในผู้ป่วยเด็กธาลัสซีเมียที่ได้ รับการตัดม้าม.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ไชยยง นิธิไชโย . 2539. "ผลของแอสไพรินต่อความดันหลอดเลือดแดงปอดในผู้ป่วยเด็กธาลัสซีเมียที่ได้ รับการตัดม้าม".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ไชยยง นิธิไชโย . "ผลของแอสไพรินต่อความดันหลอดเลือดแดงปอดในผู้ป่วยเด็กธาลัสซีเมียที่ได้ รับการตัดม้าม."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print.
ไชยยง นิธิไชโย . ผลของแอสไพรินต่อความดันหลอดเลือดแดงปอดในผู้ป่วยเด็กธาลัสซีเมียที่ได้ รับการตัดม้าม. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.