| ชื่อเรื่อง | : | ?????การเปลี่ยแปลงโครงสร้างการคุ้มครองอุตสาหกรรมในประเทศไทย |
| นักวิจัย | : | ?????วัชริน?มีรอด |
| คำค้น | : | PROTECTION , INDUSTRY , TRADE POLICY , TARIFF |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2539 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082539000187 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ? ?? ในการศึกษาการเปลี่ยนแปลงของมาตรการภาษีศุลกากรซึ่ง ???? จะมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมนั้น?วิทยานิพนธ์นี้ใช้การวัดอัตราการคุ้มครองตามราคา?(Nomimal Rates of Protection?:NRP)?และอัตราการคุ้มครองที่แท้จริง (Effective Rates ofProtection : ERP)?ในช่วงปี?พ.ศ.2533-2540?โดยคำนวณจากอัตราภาษีตามกฏหมายและอัตราภาษีที่เก็บได้จริง????? การศึกษาอัตราการคุ้มครองตามราคาในปี?พ.ศ.2533?25352538?และ?2540?โดยใช้อัตราภาษีตามกฏหมายจะพบว่าอุตสาหกรรมของไทยมีอัตราการคุ้มครองตามราคาเฉลี่ยเท่ากับร้อยละ?40.00?39.71?18.81?และ?14.17?ตามลำดับ?แสดงให้เห็นว่าอัตราการคุ้มครองตามราคาเฉลี่ยของอุตสาหกรรมในแต่ละปีลดลงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงก่อนและหลังการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภาษี?ในส่วนของอัตราการคุ้มครองตามราคาที่คำนวณจากอัตราภาษีที่เก็บได้จริงนั้นมีค่าต่ำกว่าอัตราภาษีตามกฏหมายถึงเกือบเท่าตัว?กล่าวคืออัตราการคุ้มครองตามราคาโดยใช้อัตราภาษีที่เก็บได้จริงมีค่าเท่ากับร้อยละ?15.15?13.58?8.62?และ?6.29?ในปี?พ.ศ.2533?2535?2538?และ?2540ตามลำดับ????? อย่างไรก็ตาม?ในการศึกษาอัตราการคุ้มครองตามราคาในช่วง?พ.ศ.2533-2540 จะพบว่ามีข้อน่าสังเกตอย่างน้อย?2?ประการ?ประการแรกแม้ว่าอัตราการคุ้มครองตามราคาจะมีค่าสูงมากโดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากอัตราภาษีตามกฏหมายแต่นั่นไม่ได้หมายความว่าอุตสาหกรรมที่มีค่า?NPR?สูง?จะต้องเป็นอุตสาหกรรมที่รัฐต้องการให้ความคุ้มครอง?ประการที่สองความลำเอียงที่เกิดจากมาตรการภาษียังคงมีอยู่?แม้ว่าโดยภาพรวมแล้วอุตสาหกรรมจะได้รับการคุ้มครองที่ลดลง?แต่อย่างไรก็ตาม?ความแตกต่างของอัตราภาษีรายอุตสาหกรรมซึ่งวัดโดยค่าความแปรปรวนยังลดลงไม่มากนัก????? ในด้านของอัตราการคุ้มครองที่แท้จริง?(ERP)?ตามแนวคิดของ?Balassa โดยใช้อัตราภาษีตามกฏหมาย?ในปี?2533?25352538?และ?2540?พบว่า?อุตสาหกรรมไทยมีค่า?ERP?เฉลี่ยเท่ากับร้อยละ?95.25?56.79?23.81?และ?14.78?ตามลำดับ?ขณะที่ERP ตามแนวความคิดของ Corden ในช่วงเดียวกันมีค่าเท่ากับร้อยละ?53.13?48.28?21.48?และ?14.73?ตามลำดับ?ในด้านของERP?ที่คำนวณจากอัตราภาษีที่เก็บได้จริง?ตามแนวความคิดของBalassa มีค่าเท่ากับร้อยละ?32.04?28.33?16.18?และ?12.48ตามลำดับ?ขณะที่ ERP Corden มีค่าเท่ากับร้อยละ 15.5813.51 7.65 และ 6.37 ตามลำดับ????? โดยสรุปแล้ว?การศึกษาพบว่า?นโยบายการปรับลดภาษีและการปรับเปลี่ยนโครงสร้างภาษีตามแผนการปรับลดจำนวนอัตราภาษีจาก?39?อัตรา?ให้เหลือ?6?อัตราเท่านั้น?ถ้าหากสามารถนำไปปฏิบัติเป็นรูปธรรมได้แล้ว?จะช่วยให้ระบบภาษีมีความเป็นกลางมากขึ้น?แต่อย่างไรก็ตาม?โครงสร้างภาษีจากต้นทศวรรษ?1990?จนถึงปัจจุบันยังคงจะต้องปรับทางด้านความเป็นกลางต่อไป?เนื่องจากอุตสาหกรรมทดแทนการนำเข้ายังคงเป็นอุตสาหกรรมที่ได้รับการคุ้มครองสูงสุด?ขณะที่อุตสาหกรรมส่งออกมีอัตราการคุ้มครองที่แท้จริงต่ำ |
| บรรณานุกรม | : |
?????วัชริน?มีรอด . (2539). ?????การเปลี่ยแปลงโครงสร้างการคุ้มครองอุตสาหกรรมในประเทศไทย.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ?????วัชริน?มีรอด . 2539. "?????การเปลี่ยแปลงโครงสร้างการคุ้มครองอุตสาหกรรมในประเทศไทย".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ?????วัชริน?มีรอด . "?????การเปลี่ยแปลงโครงสร้างการคุ้มครองอุตสาหกรรมในประเทศไทย."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print. ?????วัชริน?มีรอด . ?????การเปลี่ยแปลงโครงสร้างการคุ้มครองอุตสาหกรรมในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.
|
