| ชื่อเรื่อง | : | ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมเกี่ยวกับการบริจาคโลหิตของเยาวชน จากสถาบันการศึกษา ในกรุงเทพมหานคร |
| นักวิจัย | : | อรุณี ศุภนาม |
| คำค้น | : | BLOOD DONATION , YOUTH , KNOWLEDGE , ATTITUDE , BEHAVIOR |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2538 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082538000957 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | เยาวชนเป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญยิ่งต่อการพัฒนาประเทศในอนาคตและเป็นกลุ่มผู้บริจาคโลหิตสำรองที่สำคัญที่สุด เนื่องจากอายุยังน้อยสามารถบริจาคโลหิตได้นานกว่ากลุ่มอื่นๆ นอกจากนั้นเยาวชนยังเป็นกลุ่มที่มีอัตราการติดเชื้อโรคสในโลหิตที่บริจาคน้อยที่สุด การศึกษาครั้งนี้ จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมเกี่ยวกับการบริจาคโลหิตของเยาวชน จากสถาบันการศึกษา ในกรุงเทพมหานคร ปีพ.ศ. 2538 รูปแบบการวิจัยเป็นการศึกษาเชิงพรรณนาณ. จุดเวลาใดเวลาหนึ่ง สุ่มตัวอย่างเยาวชนที่มีอายุ 17-24 ปี ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ในสถาบันต่าง ๆ โดยใช้หลักของความน่าจะเป็น ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 3,082 คน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามให้เยาวชนตอบด้วยตนเองภายหลังการชี้แจง ระหว่างเดือน ธันวาคม 2538 ถึง มกราคม 2539 ผลการศึกษา พบว่าเยาวชนผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง17-20 ปี (ร้อยละ 87.6) สัดส่วน ชาย:หญิง เท่ากับ 2:3 น้ำหนักตัวโดยเฉลี่ย 53.3 กก. เยาวชนครึ่งหนึ่งทราบหมู่โลหิตของตน ไม่เคยได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการบริจาคโลหิตร้อยละ 22.3 เยาวชนร้อยละ 80 ไม่มีความรู้เรื่องปริมาณโลหิตในร่างกาย การสร้างโลหิตของไขกระดูก และการผลิตสารทดแทนโลหิตเยาวชนครึ่งหนึ่งไม่มีความรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้บริจาคโลหิต ปริมาณโลหิตที่บริจาค ช่วงห่างของการบริจาคหมู่โลหิตที่พบน้อยและสถานที่บริจาค สำหรับทัศนคติเกี่ยวกับการบริจาคโลหิต พบว่าเยาวชนมากกว่าร้อยละ 75 มีทัศนคติที่ถูกต้องยกเว้นเพียง 3 ประเด็นซึ่งไม่ถูกต้องได้แก่ โลหิตซื้อ-ขายกันได้(ร้อยละ 45.8) การบริจาคโลหิตทำให้ติดเชื้อเอดส์(ร้อยละ 59.3) และถ้าบริจาคโลหิตปีละ 4 ครั้ง นั้นมากเกินไป (ร้อยละ 68.6)ในสองประเด็นหลัง พบว่าเยาวชนที่เคยกับไม่เคยบริจาคโลหิตมีทัศนคติแตกต่างกันอย่างมีสำคัญทางสถิติ (P<.05) ส่วนพฤติกรรมการบริจาคโลหิต พบว่าเยาวชนเคยบริจาคโลหิตร้อยละ 21.5 ส่วนใหญ่เวลาไปบริจาคจะชวนเพื่อนไปด้วย (ร้อยละ77.7) ในปี 2538 เยาวชนบริจาคโลหิตร้อยละ 59.6 ของผู้ที่เคยบริจาค และบริจาคเพียง 1 ครั้ง/ปี (ร้อยละ 61) แต่ในปีต่อ ๆ ไป เยาวชนร้อยละ 71.2ตั้งใจจะบริจาคปีละ 2 ครั้งหรือมากกว่า เหตุผล 3 อันดับแรกที่ทำให้ตัดสินใจบริจาคโลหิต คือ อยากบริจาค ช่วยชีวิตคน และตรวจสุขภาพผู้ที่ไม่เคยบริจาคโลหิตระบุสาเหตุสำคัญเป็นเพราะ กลัวเข็ม/กลัวเจ็บ (ร้อยละ 55.7) กลัวติดเชื้อโรค (ร้อยละ 42.8) แต่ในอนาคตผู้ไม่เคยบริจาคร้อยละ 69.7 ตั้งใจจะบริจาคโลหิต จากการศึกษาพบความแตกต่างระหว่างปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมที่เคยและไม่เคยบริจาคโลหิตบริจาคโลหิต อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ(P<.05) เกือบทุกปัจจัย ยกเว้นสถาบันการศึกษาของรัฐกับเอกชน และการให้สิ่งตอบแทน/ของสมนาคุณแก่ผู้บริจาคโลหิต โดยสรุป การศึกษาครั้งนี้แสดงถึงคุณลักษณะทั่วไป ความรู้ ทัศนคติพฤติกรรมความยินดี และตั้งใจที่จะบริจาคโลหิตของเยาวชน กลุ่มเพื่อนและครูเป็นกุญแจสำคัญที่มีอิทธิพลและแรงผลักดันต่อการบริจาคโลหิตของเยาวชนการให้ความรู้ข้อมูลข่าวสารและการสร้างแรงจูงใจโดยใช้กลวิธีที่เหมาะสมจะทำให้เยาวชนเห็นควาสำคัญของการบริจาคโลหิต และขจัดความหวาดกลัวต่อการบริจาคโลหิตให้หมดไปได้ |
| บรรณานุกรม | : |
อรุณี ศุภนาม . (2538). ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมเกี่ยวกับการบริจาคโลหิตของเยาวชน จากสถาบันการศึกษา ในกรุงเทพมหานคร.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อรุณี ศุภนาม . 2538. "ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมเกี่ยวกับการบริจาคโลหิตของเยาวชน จากสถาบันการศึกษา ในกรุงเทพมหานคร".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อรุณี ศุภนาม . "ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมเกี่ยวกับการบริจาคโลหิตของเยาวชน จากสถาบันการศึกษา ในกรุงเทพมหานคร."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2538. Print. อรุณี ศุภนาม . ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมเกี่ยวกับการบริจาคโลหิตของเยาวชน จากสถาบันการศึกษา ในกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2538.
|
