| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาเปรียบเทียบผลของการถอดแบรกเกตโดยประเมินจากค่าเออาร์ไอ |
| นักวิจัย | : | พาชื่น ทิพย์สุนทรชัย |
| คำค้น | : | BRACKET REMOVAL , ENAMEL LOSS , ARI , SCANNING ELECTRONMICROSCOPE , DEBONDING |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082540000176 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การถอดแบรกเกตเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการรักษาทางทันตกรรมจัดฟัน โดยนิยมใช้แรง 3 ชนิด ได้แก่ แรงเฉือนแรงปอกและแรงดึงในการถอด การวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายในการศึกษาเปรียบเทียบผลของการถอดแบรกเกตด้วยแรงเฉือนและแรงปอกต่อการสูญเสียผิวเคลือบฟัน ในตัวอย่างฟันกรามน้อยจำนวน 120 ซี่ โดยติดแบรกเกตที่มีฐานแบบร่องบนผิวฟันด้วยวิธีไดเรกบอนด์และใช้แอดฮีซีฟเรซินชื่อ Concise('...)ได้ทำการถอดแบรกเกตด้วยคีมตัดลวดโดยครึ่งหนึ่งของตัวอย่างฟันใช้แรงเฉือนและที่เหลือใช้แรงปอก หลังจากนั้นศึกษาปริมาณแอดฮีซีฟเรซินที่หลือค้างบนผินเคลือบฟันและประเมินตามค่าเออาร์ไอด้วยกล้องจุลทรรศน์ชนิดสเตอริโอ ซึ่งแบ่งได้เป็น 4 กลุ่มคือกลุ่มที่มีค่าเออาร์ไอเท่ากับ 0, 1, 2 และ3 ตามลำดับ แล้วศึกษาลักษณะของผิวเคลือบฟันที่แตกหักติดอยูบนพื้นที่ผิวของแอดฮีซีฟเรซินบนฐานแบรกเกตด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด นอกจากนี้ยังใช้ระบบการวิเคราะห์ธาตุด้วยรังสีเอกซ์เรืองแบบอีดีเอสในการยืนยันตำแหน่งของผิวเคลือบฟันในภาพที่ได้จากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด และหาอัตราส่วนระหว่างธาตุแคลเซียมกับฟอสฟอรัสซึ่งเป็นส่วนประกอบของผิวเคลือบฟัน ผลการวิจัยพบว่าการถอดแบรกเกตด้วยแรงเฉือนและแรงปอกได้ค่าเออาร์ไอแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับp < 0.05 โดยการใช้แรงเฉือนจะมีจำนวนฟันที่มีค่าเออาร์ไอต่ำมากกว่าการถอดแบรกเกตด้วยแรงปอด ส่วนการใช้แรงปอดมีจำนวนฟันที่มีค่าเออาร์ไอสูงมากกว่าการถอดแบรกเกตด้วยแรงเฉือน เมื่อศึกษาพื้นผิวของแอดฮีซีฟเรซินที่ติดบนฐานแบรกเกตโดยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด พบว่าการถอดแบรกเกตด้วยแรงเฉือนและแรงปอกมีลักษณะผิวเคลือบฟันแตกหักติดบนแอดฮีซีฟเรซินแตกต่างกัน โดยจากการถอดแบรกเกตด้วยแรงเฉือนมีผิวเคลือบฟันแตกหักออกมาเป็นชั้น ๆ เรียงตัวเหมือนเกล็ดปลาซ้อนกันทอดตามแนวเส้นของเรทเซียสอย่างชัดเจนในบางตำแหน่ง และเป็นวงโค้งตามแนวร่องของเพอริคัยมาตา ส่วนการถอดแบรกเกตด้วยแรงปอดมีการแตกหักของผิวเคลือบฟันจำนวนน้อยกว่าแต่กระจายเป็นบริเวณกว้างกว่าลักษณะผิวของแอดฮีซีฟเรซินส่วนใหญ่ค่อนข้างเรียบ บางตำแหน่งพบรอยขีดข่วน และบางแห่งมีลักษณะคล้ายร่องเพอริคัยมาตารวมทั้งพบรอยร้าวในแอคฮีซีฟเรซินร่วมด้วย นอกจากนี้ยังสามารถยืนยันตำแหน่งผิวเคลือบฟันในภาพจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด ด้วยระบบการวิเคราะห์ธาตุด้วยรังสีเอกซ์เรืองแบบอีดีเอส โดยการแจกแจงรายละเอียดแบบแผนที่ ในการหาค่าเฉลี่ยอัตราส่วนระหว่างธาตุแคลเซียมและฟอสฟอรัสเท่ากับ 2.08 (+,-) 0.04 ซึ่งค่าอยู่ในช่วงที่เป็นอัตราส่วนของทั้งสองธาตุในผิวเคลือบฟันปกติ และจากการคำนวณพื้นที่การสูญเสียผิวเคลือบฟันด้วยกระบวนการวิเคราะห์ภาพสำหรับกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราดของการถอดแบรกเกตทั้งสองวิธี ในกลุ่มที่ให้ค่าเออาร์ไอเท่ากันพบว่าในค่าเออาร์ไอเท่ากับ 0 และ 1 การถอดแบรกเกตด้วยแรงเฉือนมีการสูญเสียผิวเคลือบฟันเฉลี่ยร้อยละต่อหน่วยพื้นที่ของแอดฮีซีฟเรซินที่ติดอยู่บนฐานแบรกเกต เท่ากับ54.27 (+,-) 2.2 และ 46.11 (+,-) 4.84 ซึ่งมากกว่าค่าที่เกิดจากการถอดแบรกเกตด้วยแรงปอกอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ p < 0.05 (20.90 (+,-) และ 14.94 (+,-)2.27 ตามลำดับ) จากผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการถอดแบรกเกตด้วยแรงเฉือนทำให้เกิดการสูญเสียผิวเคลือบฟันมากกว่าการถอดแบรกเกตด้วยแรงปอกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ p < 0.05 |
| บรรณานุกรม | : |
พาชื่น ทิพย์สุนทรชัย . (2540). การศึกษาเปรียบเทียบผลของการถอดแบรกเกตโดยประเมินจากค่าเออาร์ไอ.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. พาชื่น ทิพย์สุนทรชัย . 2540. "การศึกษาเปรียบเทียบผลของการถอดแบรกเกตโดยประเมินจากค่าเออาร์ไอ".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. พาชื่น ทิพย์สุนทรชัย . "การศึกษาเปรียบเทียบผลของการถอดแบรกเกตโดยประเมินจากค่าเออาร์ไอ."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print. พาชื่น ทิพย์สุนทรชัย . การศึกษาเปรียบเทียบผลของการถอดแบรกเกตโดยประเมินจากค่าเออาร์ไอ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.
|
