ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ทัศนคติดของผู้ประกอบการเกี่ยวกับข้อกำหนดจัดสรรที่ดินพุทธศักราช 2535

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ทัศนคติดของผู้ประกอบการเกี่ยวกับข้อกำหนดจัดสรรที่ดินพุทธศักราช 2535
นักวิจัย : ชมขวัญ ชำนิประศาสน์
คำค้น : DEVELOPER , CONSUMMER , LAND ALLOCATION , LAW
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2538
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082538000900
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นธุรกิจประเภทหนึ่งที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ในการดำเนินธุรกิจดังกล่าวมีองค์ประกอบที่สำคัญอยู่ 3 ส่วนคือ ผู้ประกอบการ ผู้บริโภค และกฎหมายข้อบังคับ ในขณะที่การดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้พัฒนารูปแบบไปมาก แต่กฎหมายข้อบังคับบางฉบับยังคงไม่ได้ปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมกับสภาพการดำเนินธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 286 (พ.ศ. 2515) เป็นกฎหมายฉบับหนึ่งที่บังคับใช้มากว่า 23 ปี แล้ว โดยยังไม่มีการปรับปรุงแก้ไขส่งผลให้เกิดปัญหาในการปฏิบัติ และทำให้ข้อกำหนดจัดสรรที่ดินซึ่งออกตามความในประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 286 (พ.ศ. 2515) นี้ไม่สามารถเอื้ออำนวยประโยชน์ต่อการ ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้ดีเท่าที่ควร วัตถุประสงค์ของวิทยานิพนธ์ฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อเสนอข้อคิดเห็นจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นคนกลุ่มหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญต่อธุรกิจนี้ โดยเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่286 (พ.ศ. 2515) และข้อกำหนดจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2535 ว่าประเด็นใดที่ผู้ประกอบการเห็นว่าเหมาะสมและประเด็นใดที่ควรปรับปรุงแก้ไข การเลือกกลุ่มตัวอย่าง คัดเลือกจากผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรและสมาชิกสมาคมการค้าอสังหาริมทรัพย์ รวม 500 ตัวอย่างโดยการสอบถามใช้การส่งแบบสอบถามทางไปรษณีย์ และได้แบบสอบถามที่ตอบกลับมาและสามารถนำมาวิเคราะห์ได้จำนวน 78 ชุด ความคิดเห็นของผู้ประกอบการเกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ ที่ต้องการให้ปรับปรุงแก้ไขในส่วนของปว. 286 มีประเด็นหลัก ๆ คือ เรื่องการออกใบอนุญาตจัดสรรการทำสัญญาซื้อขายระหว่างผู้ประกอบการและผู้บริโภค การกำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ประกอบการที่ละเมิดกฎหมาย ส่วนของข้อกำหนดนั้นมีประเด็นหลัก ๆคือ ขนาดต่ำสุดของที่ดินแปลงย่อยซึ่งผู้ประกอบการเห็นว่าควรจะยืดหยุ่นได้ไม่จำเป็นต้องกำหนดตายตัว ในเรื่องของสาธารณูปโภค และบริการสาธารณะโดยเฉพาะในเรื่องของสวนสาธารณะและโรงเรียนอนุบาล ทั้งนี้ความคิดเห็นดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งสำหรับผู้เกี่ยวข้องในการนำไปปรับปรุงแก้ไขกฎหมายและข้อกำหนดให้เหมาะสมและเป็นธรรมกับทั้งผู้ประกอบการ ผู้บริโภคและเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย โดยคงเจตนารมณ์ในการคุ้มครองผู้บริโภคไว้เป็นสิ่งสำคัญ ปัจจัยที่ควรคำนึงถึงในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายและข้อกำหนดดังกล่าว คือ 1. การใช้ดุลพินิจของเข้าหน้าที่ 2. การดำเนินการออกใบอนุญาตจัดสรร 3. สัญญาระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย 4. สาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ การปรับปรุงแก้ไขกฎหมายควรจะครอบคลุมประเด็นสำคัญ ๆ ดังกล่าวนี้เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความเป็นธรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้บริโภคอย่างไรก็ดีเนื่องจากวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ได้ทำการศึกษาเฉพาะในส่วนของความคิดเห็นของผู้ประกอบการเท่านั้นหากต้องการให้การแก้ไขกฎหมายมีความสมบูรณ์มากขึ้น ควรจะศึกษาในส่วนของผู้บริโภคและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเพิ่มเติมด้วย

บรรณานุกรม :
ชมขวัญ ชำนิประศาสน์ . (2538). ทัศนคติดของผู้ประกอบการเกี่ยวกับข้อกำหนดจัดสรรที่ดินพุทธศักราช 2535.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ชมขวัญ ชำนิประศาสน์ . 2538. "ทัศนคติดของผู้ประกอบการเกี่ยวกับข้อกำหนดจัดสรรที่ดินพุทธศักราช 2535".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ชมขวัญ ชำนิประศาสน์ . "ทัศนคติดของผู้ประกอบการเกี่ยวกับข้อกำหนดจัดสรรที่ดินพุทธศักราช 2535."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2538. Print.
ชมขวัญ ชำนิประศาสน์ . ทัศนคติดของผู้ประกอบการเกี่ยวกับข้อกำหนดจัดสรรที่ดินพุทธศักราช 2535. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2538.