ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ระบบการสะกดคำในหนังสือเรียนภาษาไทยระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1ของกรมวิชาการ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ระบบการสะกดคำในหนังสือเรียนภาษาไทยระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1ของกรมวิชาการ
นักวิจัย : กมลวดี ศิริกาญจนพงศ์
คำค้น : ORTHOGRAPHICAL SYSTEM , THAI PRIMER
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2538
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082538000765
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษากฎการสะกดคำ ลำดับของการเสนอกฎในระบบการสะกดคำศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างระบบการสะกดคำและคำศัพท์ที่ปรากฎในบทเรียน และศึกษาคำศัพท์ที่ไม่สัมพันธ์กับกฎในระบบสะกดดำ ในแง่กลุ่มตัวอักษรที่แทนคำศัพท์และความหมายของคำศัพท์นั้นๆ โดยศึกษาจากหนังสือแบบเรียนภาษาไทยระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ของกรมวิชาการ จำนวน 2 เล่ม ผลการวิจัยสรุปเป็น 2 หัวข้อใหญ่ๆ คือ 1.กฎการสะกดคำ 1.1 กฎการสะกดคำ มีลักษณะการเรียงลำดับจากกฎที่มีความซับซ้อนน้อยไปยังถูกที่มีความซับซ้อนมากคำศัพท์ในแบบเรียนที่เกิดจากกฎที่มีความซับซ้อนน้อย จะมีจำนวนมากกว่าคำศัพท์ที่เกิดจากกฎที่มีความซับซ้อนมาก 1.2 คำศัพท์ที่สอนกฎการสะกดคำมีการกระจายของพยัญชนะต้นพยัญชนะท้าย สระ และวรรณยุกต์ดังนี้ หน่วยเสียงพยัญชนะต้นชุดที่ปรากฎมากที่สุดมาจากฐาน ปุ่มเหงือก หน่วยเสียงพยัญชนะต้นที่ปรากฎมากที่สุดคือ พยัญชนะนาสิก /m/ หน่วย เสียงพยัญชนะท้ายที่ปรากฎมากที่สุด คือพยัญชนะนาสิก ฐานปุ่มเหลือก /n/หน่วย เสียงสระที่ปรากฎมากที่สุด คือหน่วยเสียงสระกลาง-ต่ำ/a-a:/ และหน่วยเสียงวรรณยุกต์สามัญปรากฎมากที่สุด 2.คำศัพท์ที่ไม่สัมพันธ์กับกฎการสะกดคำ 2.1 เมื่อจำแนกคำศัพท์ที่ไม่สัมพันธ์กับกฎการสะกดคำออกเป็นคำหลัก และคำไวยากรณ์พบว่ามีจำนวนคำหลัก คิดเป็นร้อยละ 79.13 ในขณะที่มีคำไวยากรณ์คิดเป็นร้อยละ 20.87 เมื่อพิจารณาความถี่ของการปรากฎพบว่าคำหลักมีความถี่ของการปรากฎคิดเป็นร้อยละ 75.51 ส่วนคำไวยากรณ์คิดเป็นร้อยละ 24.49 แสดงให้เห็นว่าคำหลังมีจำนวนคำและความถี่ของการปรากฎมากกว่าคำไวยากรณ์ เมื่อพิจารณาลักษณะทางความหมายโดยการจำแนกคำหลักและคำไวยากรณ์ออกเป็นหมวดคำพบว่า หมวดคำนามมีจำนวนคำศัพท์มากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 52.43 ส่วนใหญ่เป็นคำนามที่เป็นรูปธรรม รองลงมาคือหมวดคำกริยาคิดเป็นร้อยละ 26.70 ส่วนใหญ่คำกริยาแสดงอาการรองลงมาคือหมวดคำขยายนามคิดเป็นร้อยละ 12.14 หมวดคำเชื่อม คิดเป็นร้อยละ 4.85และหมวดคำขยายกริยา คิดเป็นร้อยละ 3.88 ตามลำดับ เมื่อพิจารณาความถี่ของการปรากฎพบว่าหมวดคำนามมีความถี่ของการปรากฎของคำศัพท์มากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 54.11 โดยเฉพาะคำเรียกชื่อสัตว์มีความถี่ของการปรากฎมากที่สุดในกลุ่มรองลงมาคือ หมวดคำกริยา คิดเป็นร้อยละ 21.40 โดยเฉพาะกริยาแสดงอาการปรากฎมากที่สุดในกลุ่มรองลงมา คือหมวดคำเชื่อมคิดเป็นร้อยละ 11.60 โดยเฉพาะหมวดคำเชื่อนามมีความถี่ของการปรากฎสูงสุดในกลุ่มรองลงมาคือ หมวดคำขยายนาม คิดเป็นร้อยละ 9.39 และหมวดคำขยายกริยาคิดเป็นร้อยละ 3.50 ตามลำดับ 2.2 คำศัพท์ที่ไม่สัมพันธ์กับกฎการสะกดคำ มีลักษณะเฉพาะทางเสียงซึ่งไม่พบในคำศัพท์ที่สอนกฎการสะกดคำ คือ มีอักษรพยัญชนะคู่ที่เป็นอักษรควบแท้อักษรนำอักษรตาม และอักษรเคียงเพิ่มเข้ามาในคำชุดนี้ด้วย หน่วยเสียงพยัญชนะต้นที่ปรากฎมากที่สุด คือ พยัญชนะกัก/K/ หน่วยเสียงพยัญชนะท้ายที่ปรากฎมากที่สุดคือ พยัญชนะนาสิก /n/และหน่วยเสียงสระที่ปรากฎมากที่สุด คือ หน่วยเสียงสระกลาง-ต่ำ /a-a:/เช่นเดียวกับคำศัพท์ที่สอนกฎการสะกดคำ และหน่วยเสียงวรรณยุกต์โทปรากฎมากที่สุด

บรรณานุกรม :
กมลวดี ศิริกาญจนพงศ์ . (2538). ระบบการสะกดคำในหนังสือเรียนภาษาไทยระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1ของกรมวิชาการ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กมลวดี ศิริกาญจนพงศ์ . 2538. "ระบบการสะกดคำในหนังสือเรียนภาษาไทยระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1ของกรมวิชาการ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กมลวดี ศิริกาญจนพงศ์ . "ระบบการสะกดคำในหนังสือเรียนภาษาไทยระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1ของกรมวิชาการ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2538. Print.
กมลวดี ศิริกาญจนพงศ์ . ระบบการสะกดคำในหนังสือเรียนภาษาไทยระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1ของกรมวิชาการ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2538.